12 ธ.ค. 2025 เวลา 03:01 • ความคิดเห็น

Run Club is the new Tinder

ผมวิ่งมานานเกือบยี่สิบปี วิ่งเพราะเคยเข้าโรงพยาบาลไปแล้วไม่อยากมีร่างกายแบบนั้นอีก เคยฮึบไปวิ่งมินิมาราธอนบ้าง ฮาล์ฟบ้าง ช่วงหลังเน้นสม่ำเสมอ แล้วก็ไม่ได้เข้ายิมอะไรเลย เน้นวิ่งรักษาสุขภาพเป็นหลัก
สถานที่ที่ที่คุ้นเคยสำหรับสาย old school อย่างผมก็แน่นอนว่าคือสวนลุม วิ่งไปดูสมาคมต่างๆนั่งจิบชากัน มีคนรวมตัวเต้นบ้าง รำมวยจีนบ้างเป็นปกติ
ผมเพิ่งได้ไปลองวิ่งแบบเปิดหูเปิดตาจากที่น้องๆ ที่ HOW Club ชวน ไปจอดรถที่ศูนย์สิริกิติ์แล้ววิ่งสวนเบญจ เป็น vibe อีกแบบที่ต่างออกไปจากที่คุ้นเคยอย่างสิ้นเชิง นอกจากจะจอดรถสะดวกมากแล้ว ผู้ที่มาวิ่งจะเป็นน้องๆอายุน้อย ส่วนใหญ่เป็นประมาณ gen z ด้วยซ้ำ มาเป็นกลุ่ม บางทีก็กลุ่มใหญ่มาก ดูฟิตแอนด์เฟิร์ม ไม่ใช่ทรงแค่วิ่งอย่างเดียว แต่น่าจะเข้ายิมกันด้วย
วิ่งเสร็จก็มานั่งชิลกันตรงบันไดสูงในศูนย์ มีร้านมัจฉะ ร้านกาแฟ เป็น vibe ที่คึกคัก สดใสและเป็นเทรนด์ที่กำลังมาแรงในช่วงนี้
ไม่พูดถึงการแข่ง Hyrox ที่อยู่ดีๆก็มีแต่คนชวนให้สมัครรอบตัว แล้วก็เริ่มเห็นหลายคนโพสต์ถึง จนถึงขนาด Hyrox ต้องขยายวันกันเลยทีเดียว
คน old school แบบผมก็เลยสงสัยว่าเทรนด์นี้มายังไงก็เลยไปสืบค้นดู
— Run club is the new Tinder
มีสารคดีหนึ่งเล่าถึงปรากฏการณ์บูมของการวิ่งในรอบใหม่ช่วงหลายปีที่ผ่านมา จากเดิมการวิ่งออกกำลังก็บูมมาหลายรอบจากวิ่งเพื่อสุขภาพ เป็นวิ่งโดยมีเป้าหมายเอาชนะตัวเอง แต่รอบนี้การบูมของการวิ่งนั้นต่างออกไป
น้องๆรุ่นใหม่เห็นการวิ่งมากกว่าแค่สุขภาพและด้วยพลังของโซเชียลก็ทำให้เกิด movement ใหม่ขึ้นมา
Vibe ของการออกมาวิ่งกันรอบนี้ทำให้มาราธอนทั่วโลกมีคนสมัครกันอย่างบ้าคลั่งในขณะที่รับกันได้ไม่กี่หมื่นคน ลอนดอนมาราธอนมีคนสมัครล้านคน นิวยอร์คมาราธอนมีคนจับฉลากได้แค่ 3% ยากกว่าเข้าฮาวาร์ดเสียอีก จุดเริ่มต้นจุดแรกก็คือช่วงโควิดที่คนไม่รู้จะทำอะไรแก้เครียดและออกกำลัง การวิ่งคนเดียวจึงเป็นทางออกที่ดีที่สุด
แต่บูมจริงๆคือปี 2023 ที่การวิ่งแล้วโชว์ความสำเร็จ บรรยากาศไปด้วยบนโซเชียลเป็นตัวกระตุ้นชั้นดีในหมู่คนรุ่นใหม่ เริ่มมี platform ฉลาดๆที่มารองรับทั้งการจับสถิติ วัดผลและสร้างชุมชนทั้งใหญ่และเล็ก และที่มาแรงสุดๆคือ run club ที่เริ่มมีคนจัดตั้ง รวบรวมสมาชิกกันอยู่ในโซเชียลแล้วนัดกันไปวิ่ง
ผมเพิ่งคุยกับน้องมะนาวที่จัด run club เป็นงานอดิเรก มีคนอยู่หลายพันคน แล้วหาสปอน มีลงทะเบียน นัดกันไปวิ่งตามสวนต่างๆ
Run club ไม่ใช่แค่นัดกันไปวิ่ง แต่เป็นที่่ีที่ได้เจอเพื่อน เจอมิตรภาพ และมีคำบอกว่า run club คือ the new tinder ไปด้วยนั้นเพราะหลายแห่งก็มีการนัดกันใส่สัญลักษณ์ เช่นถ้าถุงเท้าน้ำเงินหมายถึงโสดโปรดจีบ พร้อมคุยเป็นต้น Run club ก็เลยกลายเป็นแหล่งที่สาม (Third place) แห่งใหม่ระหว่างบ้านกับที่ทำงาน เพราะเป็นที่ที่ได้สุขภาพแถมได้เจอเพื่อนหรืออาจจะเจอแฟนอีกด้วย และหลายแห่งก็กลายเป็นที่ที่คุยไอเดียเหมือนกับ co working space ที่เป็นแหล่งไอเดียใหม่ๆทางธุรกิจเข้าไปอีก
เทรนด์การออกไปวิ่งของน้องๆ รุ่นใหม่จึงไม่ใช่แค่สุขภาพ หรือเป้าหมายที่ต้องบรรลุ แต่ยกระดับเป็น vibe เป็นชุมชน runclub และการที่เห็นน้องๆออกมาวิ่งกันมากกว่ากินเหล้า เที่ยวกลางคืนไปแล้วในยุคนี้
1
— Hybrid athlete
ถ้าจะอธิบายความบูมของ Hyrox ก็คงต้องอธิบายถึงแนวคิดของ Hybrid athlete ก่อน Hybrid athlete คือเทรนด์ใหม่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาที่เน้นสององค์ประกอบที่ขัดแย้งกัน (Contrasting disciplines) ก็คือความแข็งแรงที่จะมีพวกชอบเข้ายิมไปยกน้ำหนักแต่ส่วนใหญ่พวกนี้จะไม่ชอบวิ่ง กับสายอึดทน ที่ชอบไปวิ่งแต่เกลียดยิม (ผมเป็นพวกนี้) Hybrid athlete คือ เอาชนะใจตัวเองทำได้ทั้งสองอย่างคือทั้งแข็งแรงและทั้งอึด
ดร ปีเตอร์ แอทเทียผู้โด่งดังด้าน longevity เคยเปรียบไว้ประมาณ “คนที่วิ่งมาราธอนได้ มีรูปร่างเหมือนนักกล้าม และแข็งแรงเหมือนคนยกน้ำหนัก “ คือทำได้รอบด้านนั่นเอง
เทรนด์นี้กำลังมาเพราะเรื่องสุขภาพที่กูรูทั่วโลกเน้นเรื่อง healthspan กันที่ต้องแข็งแรงจนแทบวาระสุดท้ายในชีวิต ก็เลยต้องมีทั้งสามด้านถึงจะมีชีวิตแบบนั้นได้ ก็เลยตามมาด้วยการแข่งขันที่ออกแบบเพื่อทดสอบความสามารถทั้งสามด้านนี้ ที่เคยได้ยินกันก็คือ Crossfit ในระดับนักกีฬา และการแข่ง Hyrox ที่กำลังบูมสุดๆโดยเฉพาะที่ไทยที่กำลังจะมีขึ้นในเดือนมีนาคมนี้
การแข่ง Hyrox เป็นการแข่งที่ต้องวิ่งหนึ่งกิโลแล้วสลับไปทำภารกิจที่ฐานด้านความแข็งแกร่งแล้วกลับมาวิ่งอีกหนึ่งกิโลทั้งหมดแปดฐาน เพื่อทดสอบความแข็งแรงรอบด้านที่กูรู Hybrid นิค แบร์ มีสโลแกนเข้าใจง่ายว่า “ lift heavy and run far” นั่นเอง
ผมเองก็เริ่มเข้ายิมได้สามเดือน มีเทรนเนอร์หลังจากวิ่งอย่างเดียวมาสิบกว่าปี ร่างกายก็เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นมากและกำลังสนุกกับความพยายามเป็น Hybrid athlete ตามเทรนด์อยู่เหมือนกัน
— Bucket list
เทรนด์การออกกำลังอีกประการหนึ่งที่ทำให้เห็นน้องๆรุ่นใหม่ออกมาท้าทายตัวเอง กินเหล้าน้อยลงกว่ารุ่นก่อน (เป็นสถิติทั่วโลก) ก็คือวัฒนธรรมการมี bucket list ในใจว่าชีวิตนี้อยากเจอ อยากทำประสบการณ์อะไรบ้างที่ท้าทาย ยาก และไม่รู้จะมีโอกาสเมื่อไหร่ เป็นความฝันที่จดไว้ ถ้ามีโอกาสจะต้องทำ น่าจะเป็นเพราะชีวิตที่น่าเบื่อ โหดร้าย และต้องแข่งขันสูง จนถ้ามีโอกาสก็อยากทำอะไรที่สะใจตัวเองบ้าง
หลายลิสต์ที่มีตั้งแต่อยากไปประเทศโน่นนี่ ก็จะมีความฝันที่อยากเจอประสบการณ์เหมือนที่เคยเห็นคนทำในโซเชียล ตั้งแต่เริ่มง่ายแบบ ice bath จนไปวิ่งมาราธอนที่โน่นที่นี่ สะสมเหรียญ จนไปถึงวิ่งกลางทะเลทราย บนหิมะ ไปลองปีนเขาเป็นต้น
วัฒนธรรม bucket list ก็เลยมีส่วนกระตุ้นให้เกิดการออกกำลัง การฝึกฝนตัวเองเพื่อให้พร้อมกับประสบการณ์ใหม่ๆที่เห็นตามสวนสาธารณะทั่วไปอีกเช่นกัน
มีความพยายามในสื่อต่างประเทศพยายามวิเคราะห์เทรนด์ทั้งสาม Run club Hybrid athlete และ bucket list ที่ทำให้เกิดปรากฏการณ์คนรุ่นใหม่ออกมาวิ่ง ออกมาออกกำลังกันในเหตุที่ต่างจากคนรุ่นก่อน
ซึ่งพอสังเกตดีๆ ได้มีโอกาสพูดคุยกับน้องๆ ทั้งคนที่จัด run club และได้ไปลองฟิตเนสในรูปแบบใหม่แล้ว
ผมก็เห็นด้วยทุกประการและชอบที่เกิดเทรนด์นี้ในหมู่น้องๆรุ่นใหม่มากๆเลยครับ…
โฆษณา