สถานที่ที่ที่คุ้นเคยสำหรับสาย old school อย่างผมก็แน่นอนว่าคือสวนลุม วิ่งไปดูสมาคมต่างๆนั่งจิบชากัน มีคนรวมตัวเต้นบ้าง รำมวยจีนบ้างเป็นปกติ
ผมเพิ่งได้ไปลองวิ่งแบบเปิดหูเปิดตาจากที่น้องๆ ที่ HOW Club ชวน ไปจอดรถที่ศูนย์สิริกิติ์แล้ววิ่งสวนเบญจ เป็น vibe อีกแบบที่ต่างออกไปจากที่คุ้นเคยอย่างสิ้นเชิง นอกจากจะจอดรถสะดวกมากแล้ว ผู้ที่มาวิ่งจะเป็นน้องๆอายุน้อย ส่วนใหญ่เป็นประมาณ gen z ด้วยซ้ำ มาเป็นกลุ่ม บางทีก็กลุ่มใหญ่มาก ดูฟิตแอนด์เฟิร์ม ไม่ใช่ทรงแค่วิ่งอย่างเดียว แต่น่าจะเข้ายิมกันด้วย
แต่บูมจริงๆคือปี 2023 ที่การวิ่งแล้วโชว์ความสำเร็จ บรรยากาศไปด้วยบนโซเชียลเป็นตัวกระตุ้นชั้นดีในหมู่คนรุ่นใหม่ เริ่มมี platform ฉลาดๆที่มารองรับทั้งการจับสถิติ วัดผลและสร้างชุมชนทั้งใหญ่และเล็ก และที่มาแรงสุดๆคือ run club ที่เริ่มมีคนจัดตั้ง รวบรวมสมาชิกกันอยู่ในโซเชียลแล้วนัดกันไปวิ่ง
ผมเพิ่งคุยกับน้องมะนาวที่จัด run club เป็นงานอดิเรก มีคนอยู่หลายพันคน แล้วหาสปอน มีลงทะเบียน นัดกันไปวิ่งตามสวนต่างๆ
Run club ไม่ใช่แค่นัดกันไปวิ่ง แต่เป็นที่่ีที่ได้เจอเพื่อน เจอมิตรภาพ และมีคำบอกว่า run club คือ the new tinder ไปด้วยนั้นเพราะหลายแห่งก็มีการนัดกันใส่สัญลักษณ์ เช่นถ้าถุงเท้าน้ำเงินหมายถึงโสดโปรดจีบ พร้อมคุยเป็นต้น Run club ก็เลยกลายเป็นแหล่งที่สาม (Third place) แห่งใหม่ระหว่างบ้านกับที่ทำงาน เพราะเป็นที่ที่ได้สุขภาพแถมได้เจอเพื่อนหรืออาจจะเจอแฟนอีกด้วย และหลายแห่งก็กลายเป็นที่ที่คุยไอเดียเหมือนกับ co working space ที่เป็นแหล่งไอเดียใหม่ๆทางธุรกิจเข้าไปอีก
การแข่ง Hyrox เป็นการแข่งที่ต้องวิ่งหนึ่งกิโลแล้วสลับไปทำภารกิจที่ฐานด้านความแข็งแกร่งแล้วกลับมาวิ่งอีกหนึ่งกิโลทั้งหมดแปดฐาน เพื่อทดสอบความแข็งแรงรอบด้านที่กูรู Hybrid นิค แบร์ มีสโลแกนเข้าใจง่ายว่า “ lift heavy and run far” นั่นเอง
วัฒนธรรม bucket list ก็เลยมีส่วนกระตุ้นให้เกิดการออกกำลัง การฝึกฝนตัวเองเพื่อให้พร้อมกับประสบการณ์ใหม่ๆที่เห็นตามสวนสาธารณะทั่วไปอีกเช่นกัน
มีความพยายามในสื่อต่างประเทศพยายามวิเคราะห์เทรนด์ทั้งสาม Run club Hybrid athlete และ bucket list ที่ทำให้เกิดปรากฏการณ์คนรุ่นใหม่ออกมาวิ่ง ออกมาออกกำลังกันในเหตุที่ต่างจากคนรุ่นก่อน
ซึ่งพอสังเกตดีๆ ได้มีโอกาสพูดคุยกับน้องๆ ทั้งคนที่จัด run club และได้ไปลองฟิตเนสในรูปแบบใหม่แล้ว