14 ธ.ค. 2025 เวลา 12:00 • ไลฟ์สไตล์

“Go woke, go broke” ไม่จริง งานวิจัยใหม่พบ ภาพยนตร์ที่สนับสนุนแนวคิดก้าวหน้า ไม่จำเป็นต้องล้มเหลว

วลี “Go woke, go broke” (ยิ่งโว้ค ก็ยิ่งเจ๊ง) เป็นวลีที่ใช้กันในวงการภาพยนตร์ฮอลลีวูด โดยเฉพาะในหมู่กลุ่มอนุรักษนิยมที่ใช้โจมตีหนังบล็อกบัสเตอร์ที่นำค่านิยมแบบก้าวหน้ามาใช้เป็นคอนเซ็ปต์ มีตัวละครหรือนักแสดง LGBTQ+ การสื่อสารทางการเมืองอย่างแนบเนียน หรือการเน้นเรื่องเชื้อชาติและอัตลักษณ์ และเห็นสมควรว่าหนังพวกนี้จะต้องถูกคว่ำบาตรและร้องเรียน
ภาพยนตร์หลายเรื่อง เช่น The Marvels (2023), Charlie’s Angels (2019), Ghostbusters (2016) และ Elio (2025) ต่างถูกโจมตี เนื่องจากความมุ่งมั่นในการส่งเสริมความเท่าเทียมและความหลากหลาย หรือที่เรียกว่า “โว้ค” (Woke) ไม่ประสบความสำเร็จบนตารางหนังทำเงิน บางเรื่องถึงขั้น “เจ๊ง” คาตารางบ็อกซ์ออฟฟิศด้วยเช่นกัน
งานวิจัยของสตีเฟน ฟอลโลว์ส นักวิเคราะห์ข้อมูลภาพยนตร์ พบว่าไม่มีหลักฐานใดที่บ่งชี้ว่าภาพยนตร์ที่โว้ค จะล้มเหลวในเชิงพาณิชย์ พร้อมว่าภาพยนตร์บางประเภท เช่น ภาพยนตร์สยองขวัญ กีฬา และมิวสิคัล ที่คัดเลือกนักแสดงหลากหลายและเรื่องราวที่ขับเคลื่อนด้วยอัตลักษณ์สามารถช่วยให้หนังทำเงินได้มากขึ้นด้วยซ้ำ
ในทางกลับกัน ภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ที่นำเสนอประเด็นทางเมืองอย่างโจ่งแจ้ง จนผู้ชมรู้สึกว่าข้อความทางการเมืองบดบังตัวละครหรือเรื่องราวของหนังก็จะทำให้เกิดกระแสต่อต้าน จนเกิดความเสี่ยงที่จะขาดทุนได้
ยิ่งไปกว่านั้น การลดทอนตัวละครหรือเรื่องราวที่เป็นที่รู้จักมาอย่างยาวนาน ก็เสี่ยงที่จะสูญเงินมหาศาล อย่างเช่น Little Mermaid (2024) และ Snow White (2025) ที่เปลี่ยนภาพลักษณ์ของตัวละครสโนว์ไวท์และแอเรียลใหม่ ไม่ตรงกับต้นฉบับการ์ตูน ก็ทำรายได้ต่ำกว่าที่ควรจะเป็น โดยฟอลโลว์ส อธิบายว่า “การเขียนเรื่องราวหรือตัวละครดั้งเดิมขึ้นใหม่เป็นหนึ่งในสัญญาณเชิงลบที่รุนแรงที่สุดต่อรายได้หนัง”
ในปี 2025 เองก็มีภาพยนตร์ที่ถูกเรียกว่าหนังโว้คหลายเรื่องที่ประสบความสำเร็จบนบ็อกซ์ออฟฟิศ ไม่ว่าจะเป็น “Wicked: For Good” หนังมิวสิคัลมีผู้หญิงเป็นตัวละครหลัก ที่พาไปสำรวจความหมายของความดีและความเลวในดินแดนแห่งพ่อมดออซ ก็ยังคงได้กระแสตอบรับดีไม่แพ้ภาคแรก และยังคงทำรายได้เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
โฆษณา