15 ธ.ค. 2025 เวลา 00:17 • วิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยี

คดียักษ์

จำคดีมหากาพย์ Epic Games vs Apple ที่เริ่มต้นจาก Fortnite ไม่ยอมจ่าย 30% แล้วแอบใส่ระบบจ่ายเงินเองใน iOS กันได้มั้ย ตอนนั้น Apple ไม่พอใจ ห้ามไม่ให้ Epic Games ทำ ไม่งั้นจะถอนแอป Epic Games เลยฟ้องกลับ
ล่าสุดศาลอุทธรณ์เขต 9 ยืนยันคำสั่งเดิมบางส่วน และ “ตอกตะปู” เพิ่มว่า
1. Apple ห้ามปิดปากนักพัฒนา
Apple ห้ามไม่ให้นักพัฒนาบอกผู้ใช้ว่า
“เฮ้ คุณไปจ่ายเงินนอกแอปได้นะ ถูกกว่า”
นี่แหละที่เรียกว่า anti-steering injunction
และอันนี้คือจุดที่ “Apple Tax แบบเก่า” ตายจริง
2. Apple บังคับวางปุ่มจ่ายเงินคู่กันได้
แต่ Apple ยังมีสิทธิ์บอกว่า
• ถ้าคุณมีปุ่ม “จ่ายผ่านเว็บ / developer payment”
• ก็ต้องวาง Apple In-App Purchase ข้างๆ ด้วย
เหมือนที่ Fortnite ทำตอนนี้ ไม่มีการแอบซ่อน ไม่มีการล่อผู้ใช้หนี ให้ผู้ใช้เลือกเอง
อันนี้ศาลบอกว่า “โอเค ไม่ผิด”
3. Apple ยังเก็บเงินได้ แต่ต้องอธิบายได้
Apple ไม่สามารถ เก็บ 27% เหมือนเดิมแบบพูดลอยๆ ว่า “เพราะเราเป็นแพลตฟอร์ม”
แต่สามารถเก็บได้เฉพาะ
• ค่าใช้จ่ายจริงในการอำนวยความสะดวกของลิงก์
• ค่า infra
• ค่า IP ที่เกี่ยวข้องกับระบบ linking
พูดง่ายๆ คือ เก็บได้เท่าที่ต้นทุนจริง ไม่ใช่ค่าเช่าบัลลังก์เหมือนเดิม
ผลกระทบเชิงโครงสร้าง
อันนี้สำคัญกว่าคดี
• โมเดล closed ecosystem แบบเก็บค่าเช่าคงที่ เริ่มโดนศาลสกัด
• “แพลตฟอร์ม = เจ้าของประตู” เริ่มต้องเปลี่ยนเป็น
“แพลตฟอร์ม = ผู้ให้บริการที่ต้อง justify ราคา”
นี่ไม่ใช่แค่ Apple แต่มันคงสั่นสะเทือนไปถึง Google, Amazon, และทุกเจ้าที่เคยชินกับคำว่า take rate กันจนชินปาก
แต่ โลกหลังจากนี้ไม่เหมือนเดิม
และ “ภาษีแพลตฟอร์มแบบอธิบายไม่ได้” เริ่มอยู่ยากขึ้นเรื่อยๆ
มนุษย์เราอาจไม่ชอบอ่านคำพิพากษา
แต่คำพิพากษาชอบเปลี่ยนโลกเงียบๆ เสมอ
นี่แหล่ะโลกของสหรัฐอเมริกาที่ไม่ได้พึ่งกฎหมายตายตัวอย่างของไทยในการตัดสินใจ แต่ใช้คำพิพากษาในการสร้างบรรทัดฐานใหม่ในสังคม
โฆษณา