24 ธ.ค. 2025 เวลา 03:00 • อาหาร
Rimping Supermarket NimCity Branch

ทำความรู้จัก “Henschke” (เฮนช์เกช์) หนึ่งในไร่ไวน์ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในออสเตรเลีย

Henschke (เฮนช์เกช์) คือไร่ไวน์ระดับตำนานของออสเตรเลีย ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1868 โดยตระกูล Henschke ซึ่งสืบทอดภูมิปัญญาและเทคนิคการผลิตไวน์มาอย่างยาวนานกว่า 150 ปี ไร่ไวน์แห่งนี้ตั้งอยู่ใน Eden Valley แหล่งกำเนิดไวน์ชั้นเลิศของรัฐเซาท์ออสเตรเลีย
.
เรื่องราวของ Henschke เริ่มต้นจากการตัดสินใจครั้งสำคัญของ Johann Christian Henschke ช่างก่ออิฐชาวเยอรมัน ที่อพยพมายังออสเตรเลียในปี 1841 เพื่อตามหาชีวิตใหม่ โดยเขาเลือกที่จะตั้งรกรากในหุบเขา Barossa และเริ่มต้นปลูกองุ่นบนที่ดิน 177 ไร่
.
อีก 15 ปีต่อมา ในปี 1856 Johann ได้ขยายไร่องุ่นของเขาโดยซื้อที่ดินเพิ่มอีก 202 ไร่ในเขต North Rhine และเริ่มปลูกองุ่นเพื่อผลิตไวน์ไว้บริโภคภายในครอบครัว และแบ่งปันให้กับเพื่อนฝูง กระทั่งในปี 1868 เมื่อเห็นว่าความต้องการไวน์ในท้องตลาดมีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง Johann จึงตัดสินใจผลิตไวน์เพื่อจำหน่ายเป็นครั้งแรก นับเป็นจุดเริ่มต้นของโรงบ่มไวน์ Henschke ที่มีชื่อเสียงในปัจจุบัน
.
ในปี 1873 Paul Gotthard Henschke ลูกชายของ Johann ก็ได้เข้ามาดูแลกิจการต่อเป็นรุ่นที่ 2 เขาสานต่อมรดกไวน์ต่อจากพ่อของเขา จากนั้นก็เริ่มปลูกองุ่นเพิ่มมากขึ้น ภายใต้การดูแลของ Paul การผลิตไวน์ขยายตัวอย่างรวดเร็วจากเดิมเพียง 1,135 ลิตรต่อปี เพิ่มขึ้นเป็น 6,056 ลิตรต่อปีภายในระยะเวลาอันสั้น
.
ในปี 1914 Paul Alfred Henschke ลูกชายของ Paul Gotthard ก็ได้สืบทอดกิจการไวน์ Henschke และเขาก็ได้ปรับปรุงไร่โดยขยายห้องเก็บไวน์หินดั้งเดิม ติดตั้งถังหมักที่ทันสมัย และขยายพื้นที่ไร่องุ่น เพื่อรองรับความต้องการไวน์ที่เพิ่มขึ้นในขณะนั้น โดยเฉพาะไวน์แดงและไวน์ขาว Dry ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมากในท้องถิ่น
.
ในปี 1950 Cyril Alfred Henschke ลูกชายคนสุดท้องของ Paul Alfred ก็เข้ามาสืบทอดกิจการไวน์เป็นรุ่นถัดมา และนำพา Henschke ก้าวสู่ยุคใหม่ ด้วยการหันมาผลิตไวน์ที่คุณภาพสูงขึ้น พิถีพิถันมากขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป ภายใต้การดูแลของ Cyril โรงบ่มไวน์ได้ขยายตัวขึ้นอย่างมาก โดยมีการสร้างห้องหมักไวน์เพิ่มเติม และอุโมงค์ใต้ดินสำหรับเก็บไวน์
.
ในช่วงกลางทศวรรษ 1950 Cyril ได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้บุกเบิกไวน์ที่ผลิตจากองุ่นพันธุ์เดียว จากไร่องุ่นเดียวเป็นคนแรก โดยการสร้างสรรค์ไวน์ Mount Edelstone และ Hill of Grace ซึ่งเป็นไวน์ Shiraz สองชนิดจาก Eden Valley ที่กลายมาเป็นตำนาน และเป็นส่วนสำคัญของประวัติศาสตร์ไวน์ชั้นเลิศของออสเตรเลีย
.
โดยเฉพาะ Hill of Grace ที่นับเป็นไวน์ที่โดดเด่นที่สุดของแบรนด์ Henschke ซึ่งมีชื่อเสียงระดับโลกทั้งในด้านคุณภาพที่ยอดเยี่ยมและประวัติศาสตร์ที่ลึกซึ้ง สิ่งที่ทำให้ไวน์ Hill of Grace มีความพิเศษคือ ต้นองุ่นพันธุ์ Shiraz อันเก่าแก่ที่ไม่ได้รับการปลูกทดแทนใหม่ และสามารถรอดพ้นจากโรค phylloxera ที่เคยทำลายไร่องุ่นในยุโรปเมื่อปลายศตวรรษที่ 19 ต้นองุ่นที่เรียกว่า ‘Grandfathers’ เหล่านี้เป็นหนึ่งในต้นองุ่นพันธุ์ Shiraz ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก
.
ไร่องุ่น Hill of Grace มีพื้นที่ประมาณ 8 เฮกตาร์หรือ 50 ไร่ โดยครึ่งหนึ่งปลูกองุ่นพันธุ์ Shiraz แบ่งออกเป็น 8 บล็อก ซึ่งมี 6 บล็อกที่มีความเก่าแก่ที่สุดถูกคัดเลือกเพื่อผลิตไวน์ Hill of Grace พันธุ์องุ่นอื่น ๆ เช่น Riesling, Semillon และ Mataro จะถูกใช้ในไวน์รุ่นอื่นเฉพาะในปีที่มีผลผลิตพิเศษ
.
Henschke ใช้วิธีการเพาะปลูกแบบออร์แกนิกและไบโอไดนามิก เช่น การปลูกหญ้าพื้นเมือง การใช้ปุ๋ยอินทรีย์ และฟางเพื่อเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดิน ฤดูกาลเก็บเกี่ยวมักถูกกำหนดโดยการเปลี่ยนแปลงของดวงจันทร์ โดยเฉพาะในช่วงพระจันทร์เต็มดวงใกล้เทศกาลอีสเตอร์
.
ไวน์ Hill of Grace รุ่นแรกถูกผลิตโดย Cyril Henschke ในปี 1958 โดยใช้องุ่น Shiraz ที่มีอายุกว่า 100 ปี ตั้งแต่ครั้งแรก ไวน์นี้ได้กลายเป็นที่ชื่นชอบของคนรักไวน์ทั่วโลก และยังคงได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในไวน์ที่ดีที่สุดของออสเตรเลีย
.
นอกจากความสำเร็จในการสร้างสรรค์ไวน์ชั้นเลิศแล้ว Cyril ยังได้รับเกียรติให้เป็นชาวออสเตรเลียคนแรกที่ได้รับรางวัล Churchill Fellowship ซึ่งเป็นรางวัลระดับนานาชาติที่มอบให้แก่บุคคลที่มีความสามารถโดดเด่น
.
ในปี 1970 Cyril ได้เดินทางไปศึกษาดูงานด้านการผลิตไวน์ในหลายประเทศทั่วโลก อาทิ เยอรมนี แคลิฟอร์เนียและแอฟริกาใต้ เพื่อนำความรู้ที่ได้มาพัฒนาวงการไวน์ออสเตรเลีย และในปี 1975 เขาก็ได้ร่วมก่อตั้งกลุ่ม Barons of the Barossa เพื่อส่งเสริม และยกระดับวงการไวน์ในภูมิภาคของออสเตรเลียด้วย
.
จากนั้นเวลาไม่นานไร่ไวน์ Henschke ก็ถูกส่งต่อกิจการมายัง Stephen Carl Henschke ลูกชายของ Cyril โดย Stephen นั้นเกิดมาพร้อมความสนใจในด้านวิทยาศาสตร์ เขาสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัย Adelaide ในปี 1973 และที่นั่นเขาได้พบกับภรรยาของเขาชื่อว่า Prue ซึ่งกำลังศึกษาพฤกษศาสตร์ และสัตววิทยา
.
หลังจากสำเร็จการศึกษา ทั้งคู่ได้เดินทางไปยังเมือง Geisenheim ประเทศเยอรมนี เพื่อศึกษาต่อในระดับบัณฑิตศึกษา และฝึกงานภาคปฏิบัติที่สถาบันวิจัยไวน์ชื่อดัง ด้วยความมุ่งมั่นที่จะนำความรู้ที่ได้มาพัฒนาคุณภาพไวน์ในออสเตรเลีย เมื่อกลับมาถึงบ้านเกิด ทั้งคู่ก็ศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติมเกี่ยวกับเทคโนโลยีการผลิตไวน์สมัยใหม่ เพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมไวน์โลก
.
Stephen และ Prue นำความรู้ และประสบการณ์ที่ได้จากเยอรมนีมาปรับใช้ในการผลิตไวน์ที่ Henschke โดย Stephen เน้นการพัฒนากระบวนการผลิตไวน์ เช่น การหมักในถังไม้โอ๊คฝรั่งเศส ขณะที่ Prue มุ่งเน้นการดูแลไร่องุ่นด้วยวิถีการเกษตรแบบธรรมชาติ ทั้งการเกษตรอินทรีย์ และไบโอไดนามิกส์ ทำให้ไวน์ Henschke มีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ และได้รับการยอมรับในระดับสากล
.
ปัจจุบันโรงบ่มไวน์ Henschke อยู่ภายใต้การนำของทายาทรุ่นที่ 5 ซึ่งก็คือ Stephen และ Prue Henschke โดย Stephen ดำรงตำแหน่งหัวหน้าผู้ผลิตไวน์ ภายใต้การนำของเขา ไร่ไวน์แห่งนี้ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยยังคงยึดมั่นในวิธีการผลิตไวน์แบบดั้งเดิม ขณะเดียวกันก็เปิดรับนวัตกรรมใหม่ ๆ
โฆษณา