29 ธ.ค. 2025 เวลา 03:00 • อาหาร
Rimping Supermarket NimCity Branch

ย้อนรอยประวัติศาสตร์ “Rothschild” (รอธไชลด์) ตระกูลผู้ผลิตไวน์ที่ยังคงทรงอิทธิพลที่สุดในโลก

Rothschild (รอธไชลด์) เป็นตระกูลขุนนางเก่าแก่ที่เป็นนักธุรกิจ และผู้จัดการการเงินที่มีอิทธิพลในระดับโลกจากประเทศเยอรมนี ก่อตั้งโดย Mayer Amschel Rothschild ผู้เริ่มต้นธุรกิจจากการแลกเปลี่ยนเงินตรา จนก่อให้เกิดอาณาจักรทางการเงินที่ยิ่งใหญ่ แต่นอกจากความสำเร็จทางด้านการเงินแล้ว ตระกูล Rothschild ยังเป็นที่รู้จักกันดีในฐานะผู้ผลิตไวน์ที่มีชื่อเสียงในระดับโลกด้วย
.
เส้นทางสู่การผลิตไวน์ของตระกูล Rothschild เริ่มต้นขึ้นในศตวรรษที่ 19 เมื่อ Mayer Amschel Rothschild ได้ส่งต่ออำนาจของเขาให้กับลูกชายทั้ง 5 คน ซึ่งลูกชายแต่ละคนได้ก่อตั้งธุรกิจของตนเองในเมืองหลวงต่าง ๆ ของยุโรป รวมถึงในแคว้น Bordeaux ประเทศฝรั่งเศสที่เป็นจุดเริ่มต้นของการเข้าสู่วงการไวน์ของตระกูล Rothschild
.
ในช่วงกลางศตวรรษที่ 19 Baron Nathaniel Rothschild หลายชายของ Mayer Amschel ได้เล็งเห็นโอกาสในการเติบโตของตลาดไวน์ระดับพรีเมียม จึงได้เข้ามาลงทุนในอุตสาหกรรมไวน์ของฝรั่งเศส โดยการซื้อไร่องุ่น Château Brane-Mouton ซึ่งต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น Château Mouton Rothschild ตั้งอยู่ใจกลางแคว้น Bordeaux ภูมิภาคที่มีชื่อเสียงด้านการผลิตไวน์แดงชั้นยอดของโลก
.
การตัดสินใจครั้งนี้ไม่เพียงแต่สร้างชื่อเสียงให้กับตระกูล Rothschild ในวงการไวน์เท่านั้น แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างอาณาจักรไวน์ที่ยิ่งใหญ่ และส่งผลต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมไวน์ของฝรั่งเศสด้วย
ภายใต้การบริหารของ Baron Nathaniel Château Mouton Rothschild ก็เติบโตอย่างรวดเร็วกลายเป็นหนึ่งใน Winery ชั้นนำของแคว้น Bordeaux อย่างไรก็ตามแม้จะเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่ในช่วงแรกนี้ไวน์ Château Mouton Rothschild ยังคงถูกจัดอันดับอยู่ในไวน์ชั้นรองเท่านั้นในการจัดอันดับ Bordeaux Classification ปี 1855
.
ในปี 1868 Baron James Mayer Rothschild หนึ่งในสมาชิกตระกูล Rothschild ได้ซื้อ Château Lafite Rothschild ซึ่งเป็นไร่องุ่นที่มีชื่อเสียงอีกแห่งของแคว้น Bordeaux จากนั้นก็พัฒนาไวน์จากไร่องุ่นแห่งนี้ให้กลายเป็นไวน์ที่มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น โดยไวน์ Château Lafite Rothschild ได้รับการจัดอันดับ Bordeaux Classification ปี 1855 ให้เป็น “Premiers Crus” (First Growth) หรือไวน์ที่อยู่ใน Class อันดับหนึ่งจาก Bordeaux
.
Château Lafite Rothschild เป็นไร่องุ่นเก่าแก่ของ Bordeaux ที่มีมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 13 เดิมทีมีชื่อว่า Lafite เป็นเจ้าของโดย “Gombaud de Lafite” ไร่องุ่นแห่งนี้ได้ผ่านช่วงเวลาต่าง ๆ ทั้งความรุ่งเรือง และความยากลำบาก เช่น ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองไร่องุ่นถูกกองทัพเยอรมันยึดครอง และถูกทำลายไปมาก แต่หลังจากตระกูล Rothschild เข้ามาเป็นเจ้าของไร่องุ่นแห่งนี้ก็ได้รับการพัฒนา และเปลี่ยนชื่อมาเป็น Château Lafite Rothschild
.
Château Lafite Rothschild นับเป็นหนึ่งใน Winery ที่ผลิตไวน์แดงที่แพงที่สุดในโลก โดยในปี 2010 ไวน์ Château Lafite Rothschild ปี 1869 ได้สร้างสถิติไวน์แพงที่สุดในโลกในราคาสูงถึง 233,973 ดอลลาร์ หรือประมาณ 8,058,615 บาท ปัจจุบันอยู่ภายใต้การดูแลของ Saskia de Rothschild นับเป็นทายาทรุ่นที่ 6 ของ Baron James
.
จะเห็นได้ว่าตระกูล Rothschild ได้ขยายอาณาจักรไวน์ให้ยิ่งใหญ่ขึ้นโดยการซื้อไร่ไวน์ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดถึง 2 แห่งของ Bordeaux แล้วส่งต่อความหลงใหลเกี่ยวกับไวน์จากรุ่นสู่รุ่นเรื่อยมา….
ในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 Baron Philippe de Rothschild หนึ่งในสมาชิกตระกูล Rothschild ก็เข้ามารับช่วงต่อกิจการ Château Mouton Rothschild ภายใต้การนำของเขา Château Mouton Rothschild ก็ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง
.
และนอกจากการบริหารที่ดีแล้ว Baron Philippe ยังเป็นผู้ริเริ่มในการนำศิลปะมาใช้บนฉลากไวน์ด้วย โดยในปี 1924 เขาเริ่มจ้างศิลปินระดับโลกอย่าง Pablo Picasso, Salvador Dalí และ Andy Warhol มาออกแบบฉลากไวน์ ทำให้ Château Mouton Rothschild มีเอกลักษณ์โดดเด่นในตลาด เนื่องจากมีฉลากไวน์ที่กลายเป็นงานศิลปะที่ทรงคุณค่าในตัวเอง
.
ในปี 1973 Baron Philippe ได้พัฒนาไวน์ Château Mouton Rothschild ให้มีคุณภาพสูงมากยิ่งขึ้นจนได้รับการเลื่อนอันดับจากไวน์รองมาเป็น“Premiers Crus” (First Growth) หรือไวน์ที่อยู่ใน Class อันดับหนึ่งจากการจัดอันดับ Bordeaux Classification ปี 1855 เช่นเดียวกับไวน์ Château Lafite Rothschild ด้วยคุณภาพของไวน์ที่เป็นเอกลักษณ์ ทั้งความเข้มข้น รสชาติที่ซับซ้อน และศักยภาพในการบ่มอันยาวนาน
.
การจัดอันดับ Bordeaux Classification ปี 1855 จะมีอยู่ 5 ระดับคือ
Premier Cru (First Growth) ระดับสูงสุดมี 5 Château
Deuxième Cru (Second Growth) ไวน์ระดับรองลงมา มี 14 Château
Troisième Cru (Third Growth) มี 14 Château
Quatrième Cru (Fourth Growth) มี 10 Château
Cinquième Cru (Fifth Growth) มี 18 Château
ซึ่งไวน์จากตระกูล Rothschild ได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในระดับ Premier Cru (First Growth) ระดับสูงสุดถึง 2 ใน 5 สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าไวน์จากตระกูล Rothschild เป็นไวน์ที่มีชื่อเสียงในระดับโลก
.
Château Mouton Rothschild ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องภายใต้การดูแลของ Baron Philippe จนกลายเป็นหนึ่งใน Winery ที่ผลิตไวน์แดงที่มีคุณภาพสูงที่สุดในโลก ไวน์จาก Winery แห่งนี้เป็นที่ต้องการของนักสะสม และผู้ที่ชื่นชอบไวน์ทั่วโลก
.
การผลิตไวน์ของตระกูล Rothschild ไม่ได้หยุดอยู่แค่ที่ Château Mouton Rothschild และ Château Lafite Rothschild เท่านั้น แต่พวกเขายังขยายธุรกิจโดยการเข้าซื้อไร่องุ่นอีกหลายแห่งในฝรั่งเศส และทั่วโลก อาทิ ในปี 1970 ตระกูล Rothschild ยังเข้าซื้อไร่องุ่น Château Clerc Milon หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ “ไวน์ตุ๊กตาคู่” ด้วย โดยตระกูล Rothschild ได้ลงทุนปรับปรุงไร่องุ่นแห่งนี้ และนำเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัยมาใช้
.
ส่งผลให้ไวน์ Château Clerc Milon กลายเป็นที่รู้จักในฐานะไวน์ชั้นเลิศ ซึ่งได้รับการจัดอันดับให้เป็น “Cinquième Cru Classé” (Fifth Growth) แต่ถึงแม้จะถูกจัดให้อยู่ในระดับนี้ แต่ไวน์ชนิดนี้ก็ยังคงมีคุณภาพดี และเป็นที่ต้องการของตลาดอย่างมาก
.
ตระกูล Rothschild ไม่เพียงแต่มีอิทธิพลในฝรั่งเศสเท่านั้น แต่ยังขยายอิทธิพลไปทั่วโลก โดยการเข้าซื้อไร่องุ่นในประเทศอื่น ๆ อีกด้วย เช่น สเปน อาร์เจนตินา ออสเตรเลีย และแม้แต่ในอิสราเอลด้วย โดยในปี 1979 ตระกูล Rothschild ได้ร่วมมือกับ Robert Mondavi แห่ง Napa Valley ในรัฐแคลิฟอร์เนียในการสร้าง Opus One Winery ขึ้นมาใน Napa Valley โดยมีวัตถุประสงค์ในการผลิตไวน์ที่มีคุณภาพดีที่สุดโดยผสมผสานสไตล์ Bordeaux และ Napa Valley เข้าด้วยกัน
.
จากที่เขียนมาแล้วข้างต้นจะเห็นได้ว่าตระกูล Rothschild มีอิทธิพลต่อวงการไวน์ในหลายด้าน ได้แก่
การยกระดับมาตรฐานการผลิตไวน์ : ตระกูล Rothschild ได้นำเทคโนโลยี และวิธีการผลิตไวน์ที่ทันสมัยมาใช้ในไร่องุ่น ทำให้ไวน์ของพวกเขามีคุณภาพสูง และเป็นที่ยอมรับในระดับสากล
การสร้างแบรนด์ไวน์ระดับโลก : Château Mouton Rothschild และ Château Lafite Rothschild กลายเป็นแบรนด์ไวน์ที่เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก ทำให้ไวน์จากฝรั่งเศสได้รับความนิยมมากยิ่งขึ้น
การสนับสนุนศิลปิน : Château Mouton Rothschild มีชื่อเสียงในเรื่องการเชิญศิลปินชื่อดังมาออกแบบฉลากไวน์ ทำให้ไวน์แต่ละขวดมีความพิเศษ และเป็นที่ต้องการของนักสะสม
การส่งเสริมการท่องเที่ยว : ไร่องุ่นของตระกูล Rothschild กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญสำหรับผู้ที่ชื่นชอบไวน์ ทำให้เกิดการพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในภูมิภาค
.
ปัจจุบันตระกูล Rothschild ยังคงสืบทอดมรดกทางด้านการผลิตไวน์มาอย่างต่อเนื่อง โดยนำความรู้ และประสบการณ์ที่สั่งสมมาจากบรรพบุรุษมาประยุกต์ใช้ในการผลิตไวน์คุณภาพสูง ทำให้ไวน์ของพวกเขายังคงเป็นที่ต้องการของตลาดโลก และเป็นสัญลักษณ์แห่งความเป็นเลิศในวงการไวน์
โฆษณา