16 ธ.ค. 2025 เวลา 14:00 • ธุรกิจ

EMILY’S #เส้นหมี่ไก่ฉีก อีก 2 ปี ขอแตะ ‘พันล้าน’ ปีหน้าเตรียมเปิดสาขาสิงคโปร์

เส้นทาง EMILY’S หมี่ไก่ฉีก สู่การแตกไลน์ธุรกิจ House of EMILY’S ทำหน้าร้านเพราะลูกค้าเรียกร้อง เพิ่มเมนูปู-เนื้อวากิว-กุ้งทอด ทานคู่เส้นหมี่ ส่วนปีหน้าเตรียมเปิดสาขานอกประเทศ ปักหมุด “สิงคโปร์” ที่แรก พร้อมออนทัวร์อีกหลายแห่งทั่วเอเชีย-ยุโรป อยากให้ต่างชาติรู้จักหมี่ไก่ฉีกในฐานะอาหารไทยที่ไม่แพ้ชาติใดในโลก ตั้งเป้าใหญ่อีก 2 ปี ขอไปถึง “พันล้าน”
เกือบๆ 4 ปีที่แล้ว ช่วงที่วิกฤติโรคระบาดใหญ่ยังไม่จบลงดี เจ้าของธุรกิจต้องดิ้นรนเอาตัวรอดจากสถานการณ์ดังกล่าวทุกวิถีทาง “เพ็บ-นัยนชนก ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา” และ “ภัทร์-ธภรัท เวโรจน์ฤดี” ก็เป็นหนึ่งในนั้น จากเคยทำร้านชาก็ต้องปิดตัวลงชั่วคราว กระทั่งตัดสินใจนำเมนูประจำบ้านมาวางขายบนแพลตฟอร์มเดลิเวอรี่ ใครจะคิดว่า ไม่กี่ปีหลังจากนั้น “เส้นหมี่ไก่ฉีก” จะกลายเป็นเมนูแห่งปีที่สร้างปรากฏการณ์ไวรัลทั่วประเทศ ทำเงินให้กับ “เพ็บ” และ “ภัทร์” ได้หลักร้อยล้าน
ไม่ใช่แค่รสชาติที่แตกต่าง แต่เส้นหมี่ไก่ฉีก EMILY’S ยังเติบโตได้ด้วยการบริการที่เสมอต้นเสมอปลาย ตั้งแต่วันแรกที่ยังมีลูกค้ากลุ่มเล็กๆ จนถึงวันที่มีแอดมินรอตอบหลังบ้านมากกว่า 7-8 คน แต่แค่นั้นยังไม่พอ “เพ็บ” บอกว่า แม้จะมีหน้าร้านและป็อปอัปบูธตามห้างสรรพสินค้า แต่สิ่งที่ยังขาดหายไปเป็นช่องว่างเล็กๆ ระหว่างแบรนด์และผู้บริโภค คือประสบการณ์ที่ลูกค้าจะได้รับจาก EMILY’S ในช่วงเวลาที่ยาวนานกว่านี้ จะอุดช่องโหว่ตรงนั้นได้ต้องมีพื้นที่มากกว่านั้น ไอเดียร้าน House of EMILY’S จึงเกิดขึ้น
นอกจากเหตุผลเรื่องการบริการ “เพ็บ” บอกว่า ยังมีเรื่องเมนูที่อยากให้ลูกค้าได้ลิ้มลองมากกว่าเส้นหมี่ไก่ฉีก นับตั้งแต่วันแรกที่เปิดขายก็เป็นเวลามากกว่า 3 ปีแล้วที่ลูกค้าได้ลองอยู่เมนูเดียว จริงๆ ก่อนจะเป็นเส้นหมี่ไก่ฉีก ดั้งเดิมของเมนูดังกล่าว คือ “เส้นหมี่ปู” แต่เนื่องจาก “ภัทร์” แพ้ปู คุณแม่ของเพ็บจึงเปลี่ยนวัตถุดิบเป็นไก่ฉีก จึงกลับมาฉุกคิดว่า ตัวเส้นหมี่น่าจะเข้ากับโปรตีนเนื้อสัตว์อื่นๆ ได้อีกเหมือนกัน ถ้าอย่างนั้นลองออกแบบเมนูที่ร้านเป็นเส้นหมี่กินคู่กับโปรตีนหรือซอสอื่นๆ ด้วยดีกว่า
หลังจากเปิดร้านมาได้ 3 เดือนเศษๆ “เพ็บ” บอกว่า ฟีดแบ็กค่อนข้างดี แต่ก็ยังมีรายละเอียดอื่นๆ ที่ต้องพัฒนาอีกเรื่อยๆ ด้วยความที่ EMILY’S เริ่มจากเดลิเวอรี่มาก่อน แม้การตอบรับดีแต่ก็ยังมีบางส่วนที่ต้องปรับเปลี่ยนให้ตรงใจลูกค้ามากขึ้น โดยเฉพาะความท้าทายเรื่องเศรษฐกิจทำให้ผู้บริโภคเลือกเยอะขึ้น คิดถึงความคุ้มค่ามากขึ้น ทำอย่างไรให้ทุกจานคุ้มค่ามากที่สุด ยอมรับว่า เป็นเรื่องที่เจอกันทั้งอุตสาหกรรมไม่ใช่แค่ EMILY’S
House of EMILY’S เกิดขึ้นเพราะอยากสร้างพื้นที่สบายใจให้ลูกค้า การขยายธุรกิจจึงโฟกัสไปที่ EMILY’S เป็นหลัก ซึ่งในปีที่ผ่านมา “เพ็บ” และ “ภัทร์” พาเส้นหมี่ไก่ฉีกบุกตลาดต่างจังหวัดรวมถึงต่างประเทศกันแทบทุกเดือน สำหรับจังหวัดหัวเมืองใหญ่ไปมาเกือบครบทุกที่แล้ว และยังมีโอกาสพา EMILY’S ไปต่างประเทศถึงสองแห่ง
การไปต่างประเทศของ EMILY’S มีหมุดหมายเพื่อชิมลางกระแสตอบรับ ถ้าฟีดแบ็กดีก็มีโอกาสได้เห็น EMILY’S เปิดสาขาอย่างเป็นทางการ โดยที่แรกที่เล็งไว้ในปีหน้า คือประเทศสิงคโปร์ เนื่องจากอยู่ใกล้กับประเทศไทย และมีวัฒนธรรมการกินคล้ายกัน “เพ็บ” เล่าว่า ตอนไปเปิดป็อปอัปบูธที่สิงคโปร์ได้รับการตอบรับที่ดีมาก ตอนแรกคิดว่า ส่วนใหญ่คงเป็นคนไทยที่คิดถึงบ้านเกิดมาอุดหนุน แต่กลายเป็นว่า มีชาวต่างชาติเข้ามาต่อแถวจำนวนมาก หลายคนบอกว่า เคยกินแล้วเมื่อครั้งมาเที่ยวประเทศไทย
“สิงคโปร์” จึงเป็นประเทศแรก ที่ EMILY’S เลือกเปิดสาขาถาวรนอกประเทศ โดยจะไปในช่วงต้นปี 2569 ด้วยโมเดล Grab & Go เหมือนเดิม ส่วน “เกาหลีใต้” เป็นอีกประเทศที่ไปออกบูธมาแล้วได้รับการตอบรับที่ดีไม่แพ้กัน ตลอดปี 2568 ที่ผ่านมา EMILY’S โตจากปี 2567 มากกว่า 2-3 เท่า เปิดสาขาใหม่เพิ่มมาอีก 4 แห่ง รวมแล้วตอนนี้ EMILY’S มีทั้งหมด 10 สาขา พร้อมกับร้าน House of EMILY’S อีก 1 แห่ง มีไปทัวร์ออกบูธตามต่างจังหวัด ตั้งแต่ชลบุรี ขอนแก่น เชียงใหม่ หาดใหญ่ ฯลฯ
ทั้งคู่บอกว่า ตอนนี้มาไกลกว่าที่คิดไว้เยอะมาก การเกิดขึ้นของ EMILY’S ในวันแรกไม่ได้มีภาพธุรกิจในหัวเลย คิดเพียงต้องการชุบชีวิตบริษัทเพื่อเอาตัวรอดในช่วงโควิด-19 แผนธุรกิจของ EMILY’S ในอีก 3-5 ปีข้างหน้าวางไว้หมดแล้ว สำหรับปีนี้ตั้งเป้าที่ 400-500 ล้านบาท ส่วนการไปถึงพันล้านคิดไว้คร่าวๆ ต้องทำให้ได้ภายใน 2 ปีข้างหน้า จะไปถึงตรงนั้นได้ต้องมีตลาดต่างประเทศเป็นองค์ประกอบ รวมถึงโปรดักต์ใหม่ๆ ที่เพิ่มเข้ามาด้วย
โฆษณา