กระนั้นเอง มีหลายความเห็นที่ติถึง จังหวะของหนัง ที่แทบจะย้ำรอยตามภาคก่อน ๆ มีบางความเห็นที่รู้สึกว่า “Avatar: Fire and Ash” ดูจะเป็นเหมือน “Avatar: The Way of Water” ภาคสองมากกว่าจะเป็นหนังภาคต่อของแฟรนไชส์ไตรภาค รวมถึงความยาวเต็มเหยียดเกินสามชั่วโมง ก็ดูจะเป็นปัญหามากกว่าจะเป็นคำชม จนทำให้หลายภาคส่วนของหนังดูซ้ำซากจำเจจนรู้สึกได้ อย่างไรก็ตาม มีหลายเห็นที่แม้จะติติงในส่วนเนื้อหาก็ตาม แต่ก็ล้วนจะเห็นตรงกันว่า ประสบการณ์ที่ได้รับก็ชดเชยข้อบกพร่องเหล่านั้นไปได้
ทั้งนี้ มีหนึ่งความเห็นที่น่าสนใจโดย กริฟฟิน ชิลเลอร์ จาก The Playlist ที่เปรียบเทียบว่า แฟรนไชส์ “Avatar” ดูจะเป็นความพยายามสร้างแฟรนไชส์ไตรภาค “Pirates of the Caribbean” ในฉบับของ เจมส์ คาเมรอน และเปรียบภาคนี้เป็นดั่งภาค “At World’s End” ครับ
แต่ถึงอย่างไร ทุกคนต้องหาโอกาสไปเยือนดาวแพนดอร่ากันเอง เมื่อ “Avatar: Fire and Ash” เข้าฉายในโรงภาพยนตร์ในวันที่ 17 ธันวาคม 2025 นี้ สามารถอ่านบทวิจารณ์ทั้งหมดได้ ด้านล่างนี้ครับ
แบรนดอน เดวิส จาก ComicBook.com : “Avatar: Fire and Ash” เป็นภาพยนตร์ที่มาพร้อมงานภาพชวนอ้าปากค้าง ให้ทั้งความรู้สึกที่สดใหม่และน่าคุ้นเคย ด้วยองค์ประกอบทางภาพและเนื้อหาที่ชวนให้นึกถึงภาค “The Way of Water” ที่ทำออกมายิ่งใหญ่และกล้าหาญกว่า หนังยาวจริง แต่ก็สนุกน่าติดตามตลอดเรื่อง สมควรดูบนจอใหญ่ในระบบสามมิติ เพื่อความสนุกแบบเต็มพิกัด!
เจอร์แมน หลุยส์เซียร์ จาก Slashfilm : “Avatar: Fire and Ash” เป็นหนังที่ทั้งอลังการ ใหญ่โต ทะยานทะเยอและกล้าหาญอย่างที่สุดในทุกด้าน จนคุณอดไม่ได้ที่จะมองข้ามจุดบกพร่องบางอันไปได้ มันดึงดูดและพาคุณไปสู่วังวนของอารมณ์ร่วม, ฉากบู๊สนั่น และความน่าตื่นตา ที่มีเพียงแต่ เจมส์ คาเมรอน สามารถทำได้
แดเนียล แบพติสต้า จาก The Movie Podcast : “Avatar: Fire and Ash” ถือเป็นปรากฎการณ์ทางภาพยนตร์แห่งปี ที่คุณควรพิสูจน์ด้วยตัวเอง เจมส์ คาเมรอน นำมาซึ่งผลงานชิ้นเอกทางด้านภาพ ที่ทุกเฟรมพลุ่งพล่านด้วยความสร้างสรรค์ และงานพิเศษด้านภาพที่เคยถูกถ่ายทอดบนจอเงิน ดาวแพนดอร่าไม่เคยรู้สึกสมจริงหรือสะเทือนอารมณ์เท่านี้มาก่อน
ไซมอน ทอมป์สัน จาก The Credits : ด้วยการเล่าเรื่องระดับปรมาจารย์ของ “Avatar: Fire and Ash” และวิสัยทัศน์ทางการกำกับของ เจมส์ คาเมรอน นำมาซึ่งประสบการณ์สุดสมจริงที่เปี่ยมไปด้วยอารมณ์ และความตื่นเต้นเร้าใจ โดยที่ยังคงยกระดับมาตรฐานของตัวเองอย่างละเอียดละออและต่อเนื่อง นี่ถือเป็นผลงานอันกล้าหาญ ที่มอบมาซึ่งประสบการณ์ที่มากกว่าที่ทุกคนคาดหวังไว้อีก
โจซี มารีย์ จาก Film Posers : “Avatar: Fire and Ash” เป็นทั้งภาคที่ยิ่งใหญ่และน่าทึ่ง ถือเป็นหนังฟอร์มยักษ์สุดตระการตาส่งท้ายปี อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ด้วยจุดอ่อนในช่วงองก์สาม แต่มันก็ยังมีอะไรให้ชวนหลงรักและหลงใหลในแฟรนไชส์นี้ ราวกับเราไม่เคยจากดาวแพนดอร่าไปเลย
อีริค แอนเดอร์สัน จาก AwardsWatch : “Avatar: Fire and Ash” มีฉากบู๊สนุก ๆ ประปราย แต่ให้ตาย ถ้าส่วนใหญ่ไม่น่าเบื่อซ้ำซากขนาดนี้ล่ะก็นะ แทบจะเป็นสำเนาเสมือนของ “The Way of Water” และรู้สึกไม่มีความหมายพอควร แต่ก็ชื่นชอบที่ อูนา แชปพลิน ทิ้งการแสดงที่ดีงามไว้สำหรับตัวร้ายที่ค่อนข้างแบน รวมถึงหนังเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องยาวเกินสามชั่วโมงด้วยซ้ำ
อีริค โกลด์แมน จาก IGN : “Avatar: Fire and Ash” เป็นอีกหนึ่งมหากาพย์เหนือจินตนาการที่น่าตื่นตา พ่วงมาด้วยช่วงเวลาที่เปี่ยมห้วงอารมณ์สุดในแฟรนไชส์ แต่ในเวลาเดียวกัน ผมมีปัญหากับองก์สามพอควร และ “The Way of Water” ยังคงเป็นหนังเทพสำหรับผม แต่ให้ตาย คาเมรอน ยังคงมาพร้อมกลวิธีที่ไม่มีเหมือนใคร
สก็อตต์ เมนเซล จาก We Live Entertainment : “Avatar: Fire and Ash” ยังคงนำมาซึ่งหนังฟอร์มโตที่น่าตื่นตา ที่คุณอาจคาดหวังได้จาก เจมส์ คาเมรอน ซึ่งขณะที่มันมีองค์ประกอบที่น่าสนใจ ทั้งตัวร้ายโดดเด่นแบบวาราง ก็ตาม แต่ภาพรวมกลับรู้สึกซ้ำซากและลากยาวพอควร ตัวบท ยังคงเป็นปัญหาใหญ่ของแฟรนไชส์นี้ ถึงแม้แก่นเรื่องจะมีศูนย์กลางอยู่ที่ครอบครัวและสงคราม แต่ผมก็พบว่าตัวเองมีปัญหา กับการเอาใจช่วยกับสิ่งที่เกิดขึ้นบนหน้าจอ นอกเหนือจากความน่าตื่นตาตื่นใจทั้งหมดนี้
ลูก้า เมห์ตา จาก This is For Reel : ถึงแม้มันจะดูเป็นถดถอยจากภาคก่อนโดยประมาณ แต่ “Avatar: Fire and Ash” ก็ยังเป็นอะไรที่สุดยอด ทั้งเป็นภาคที่เกรี้ยวกราด มืดมน และท่วมท้นด้วยอารมณ์ที่สุดของแฟรนไชส์ในเวลานี้ และตัวละคร ควอริตซ์ ของสตีเฟน แลง ก็เป็นตัวร้ายมหากาฬเลยทีเดียว อย่าได้ดูแคลน จิม คาเมรอน
ชอร์ญ่า ชอว์ลา จาก InSessionFilm : “Avatar: Fire and Ash” เป็นภาพยนตร์ที่ทรงพลังทางอารมณ์ กำกับอย่างเยี่ยมยุทธ์ และเป็นภาพยนตร์ที่ตราตรึงอย่างเหลือเชือ ด้วยการเล่าเรื่องที่แสนจับใจและแอ็คชั่นที่มันส์ถล่มทลายสุดในแฟรนไชส์ ก่อร่างบนชุดตัวละครทั้งเก่าและใหม่ และโลกแพนดอร่าในวิถีที่น่าตื่นตา ชอบมาก
จอช ไทเลอร์ : “Avatar: Fire and Ash” เป็นหนังแสนตระการตา ที่เหนือกว่าทุกภาคที่ผ่านมา เนื้อเรื่องที่พลิกผันอย่างกล้าหาญ แถมยังสร้างความประหลาดใจอย่างคาดไม่ถึง เป็นอีกข้อพิสูจน์ว่าการกำกับของ เจมส์ คาเมรอน อยู่คนละระดับ ยากที่จะเชื่อ แต่นี่คือภาคที่ดีที่สุดของไตรภาคเลยทีเดียว
ฮันเตอร์ วี. นอร์ริส จาก Arizona’s Family : เจมส์ คาเมรอน ดูเหมือนจะพยายามยกระดับความทะเยอทะยานของตัวเองเสมอ ในเมื่อไหร่ก็ตามที่เขาสร้างหนังใหม่ และ “Avatar: Fire and Ash” ก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น มันเป็นภาคที่มาพร้อมพล็อตที่เข้มข้นสุดในตอนนี้
ดิเอโก้ แอนดาลูซ์ จาก DiscussingFilm : “Avatar: Fire and Ash” เป็นภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์น่าตื่นตาที่ขับเคลื่อนอย่างรวดเร็วพอ ๆ กับภาคอื่น ด้วยการใช้ฉากแอ็คชั่นอลังการ ยกระดับเรื่องราวที่แข็งแรงสู่ประสบการณ์ที่ชวนเนื้อเต้น ด้วยเทคนิคการรังสรรค์ที่เยี่ยมยุทธ์สุดเท่าที่เคยมีมา เป็นประสบการณ์ที่คุ้มค่าสำหรับแฟน ๆ ของไตรภาคอวตาร
จอห์น ด็อตสัน จาก My Cosmic Circus : “Avatar: Fire and Ash” ยังคงรักษาความยอดเยี่ยมทางด้านภาพ และเทคนิคเอาไว้ได้เช่นเดิม ด้วยงานภาพตระการตา ที่เรียกร้องให้ผู้ชมสำรวจในทุกเฟรม อย่างไรก็ตาม จากหนังสองภาคสู่ดาวแพนดอร่า ทำให้เราเริ่มรู้สึกถึงความซ้ำซากจำเจ ขณะที่มันดูงดงามน่าดูชม แต่มันก็รู้สึกเดจาวูขึ้นทุกที
แอนโทนี เอ. เปเรซ : “Avatar: Fire and Ash” สนุกมาก ด้วยงานภาพที่ตระการตาและอัดแน่นด้วยแอ็คชั่น การพัฒนาตัวละครที่ยอดเยี่ยมมากมาย ถึงแม้มันจะรู้สึกเหมือนเป็น “The Way of Water” 2.0 มากกว่า “Fire and Ash” ก็ตาม และมีเรื่องราวซับซ้อนมากมาย แต่ผมดูจบออกมาด้วยรอยยิ้มเปื้อนหน้า
โคดี้ เดอริคส์ จาก Next Best Picture : อย่าได้สบประมาท เจมส์ คาเมรอน “Avatar: Fire and Ash” คือภาพยนตร์ผจญภัยที่ยิ่งใหญ่ ทะเยอทะยาน และน่าตื่นตาอีกเรื่อง อูนา แชปพลิน ถือเป็นส่วนเพิ่มเติมใหม่ที่ยอดเยี่ยม เธอทั้งน่าจดจำ มีเอกลักษณ์ และเผ่าเถ้าธุลีของเธอก็เจ๋ง คาเมรอน ขยับขยายขีดจำกัดทางด้านภาพของแฟรนไชส์ไซไฟนี้ ด้วยฉากที่แปลกใหม่และเหนือจินตนาการ
จิโอวานนี ลาโก้ จาก Next Best Picture : “Avatar: Fire and Ash” ภาคที่ยุ่งเหยิงสุดภาคนี้ ทำให้ผมรู้สึกเฉย ๆ ถึงแม้ว่าประเด็นหลักจะซับซ้อนและน่าสนใจมากก็ตาม แต่มันก็มีอีกหลายส่วนที่น่าประทับใจ รวมถึงการที่ คาเมรอน หวนกลับไปหาพลังแห่งความรัก ในแบบที่ผมไม่เคยเห็นจากเขามานาน ทั้งหมดนี้ต้องขอบคุณการแสดงอันยอดเยี่ยมของ อูนา แชปพลิน
จอช พาร์ฮัม จาก Next Best Picture : “Avatar: Fire and Ash” อัดแน่นไปด้วยพล็อตมากมาย แถมถูกฉุดด้วยจังหวะการเล่าเรื่องที่ซ้ำซากจากภาคก่อน ๆ แต่ คาเมรอน ยังนำมาซึ่งความตื่นตาที่น่าอัศจรรย์ใจ ด้วยโทนมืดมนที่น่าติดตาม กระนั้นก็มีแนวคิดใหม่ ๆ ที่ผมอยากให้สำรวจอย่างละเอียดกว่านี้
อีริค มาร์เชน จาก untitled movies podcast : “Avatar: Fire and Ash” นำเสนอธีมที่จืดจางและซ้ำซาก ด้วยการอุปมาอุปไมยผ่านงานภาพล้ำสมัย ที่ช่วยเสริมจุดอ่อนทางการเล่าเรื่องอันน่าเบื่อของ คาเมรอน ด้วยความทะเยอทะยานอันเกินตัว ชดเชยข้อบกพร่องที่เห็นได้ชัดด้านบท จนทำให้ตัวละครหรือพล็อตแทบไม่เดินหน้า น่าเสียดายที่ป๋าจิมดันย่ำอยู่กับที่
เทสซ่า สมิธ จาก Mama’s Geeky : ขณะที่ “Avatar: Fire and Ash” เป็นภาคที่งดงามจะเชยชม และมีช่วงเวลาน่าจดจำ แต่มันก็ถูกฉุดลงไปสู่กับดักของจังหวะอันซ้ำซากจากหนังภาคก่อน มีการตั้งต้นเยอะสิ่งแต่มอบมาซึ่งผลลัพธ์ที่เล็กน้อย แต่กระนั้น มันก็นำมาซึ่งฉากแอ็คชั่นยอดเยี่ยม และวารางก็เป็นส่วนเพิ่มเติมที่สนุกดี แต่หนังก็ยาวไปหน่อย
ฮันเตอร์ โบลด์ดิง จาก That Hashtag Show : “Avatar: Fire and Ash” เป็นภาคที่น่าตื่นตา เป็นผลงานชิ้นเอกโดยแท้ เจมส์ คาเมรอน สามารถรังสรรค์ภาพยนตร์ที่แสนงดงาม ที่ถือเป็นหนึ่งในชิ้นงานที่น่าประทับใจสุดของปีนี้ โดยรวมแล้ว มันเป็นทุกสิ่งที่คุณต้องการจากภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ในโรงภาพยนตร์