17 ธ.ค. 2025 เวลา 02:58 • ประวัติศาสตร์

J-KNIGHT นักบิน Gripen รุ่นบุกเบิก

"สิ่งเดียวที่คิดจะแข่งขัน
นั่นคือตัวของเรา
อาจจะเคยดีแล้วเมื่อวันเก่า
แต่มันยังไม่พอ
ต้องดีกว่าเก่า ต้องดีกว่า
ต้องดีไปกว่าเมื่อวาน
ต้องแซงตัวเรา
ต้องแซงคนเก่าให้ตามไม่ทัน
ต้องดีกว่าเก่า ต้องดีกว่า
อยากจะทำให้ดีกว่า
วันนั้นที่มีบางสิ่งพลั้งพลาดไป
คำว่าพรุ่งนี้คือสิ่งที่ดีขึ้นไป"
เพลง : ต้องดีกว่าเก่า
ศิลปิน : พี่ตั้ม สมประสงค์ สิงหวนวัฒน์
สวัสดีครับท่านผู้อ่านทุกท่าน วันนี้ผู้เขียนจะนำเสนอปูชนียบุคคลด้านการบินท่านหนึ่งที่มีบทบาทอย่างยิ่งต่อกองทัพอากาศไทย ท่านเป็น The First Gripen Leader ของกองทัพอากาศไทยหรือพูดง่ายๆคือเป็นนักบินไทยท่านแรกที่เป็นผู้บังคับฝูงบิน Gripen และยังเป็นนักบิน F-16 ที่มีความสามารถสูงอีกท่านของกองทัพอากาศไทย ถ้าพร้อมแล้วขอเชิญพบกับพลอากาศโท จักรกฤษณ์ ธรรมวิชัย ครับ
"เวลาและความพยายามไม่เคยทรยศใคร
Time and effort have never betrayed anyone"
พลอากาศโท จักรกฤษณ์ ธรรมวิชัย ปัจจุบันเป็นรองเสนาธิการทหารอากาศและดำรงตำแหน่งเป็นโฆษกกองทัพอากาศ ทุกครั้งที่มีการปฏิบัติการทางอากาศในสงครามชายแดนไทย-กัมพูชาท่านได้ยืนยันกับสื่อมวลชนที่จ่อไมค์สัมภาษณ์และผู้ชมทางบ้าน
ท่านทำตามคำสั่งท่านผู้บัญชาการทหารอากาศเพื่อตอบโต้ข่าวปลอม (Fake News) ของฝ่ายกัมพูชาที่บิดเบือนการปฏิบัติการทางอากาศของฝ่ายไทย นับตั้งแต่เกิดการปะทะกันกับกองทัพกัมพูชาในวันแรกของสงคราม เป็นที่ประจักษ์ชัดว่ามีการยิงจรวดหลายลำกล้อง BM-21 โจมตีพื้นที่ของไทยในจังหวัดทางอีสานใต้ ส่งผลให้กองทัพอากาศจึงได้รับคำสั่งให้ตอบโต้การกระทำดังกล่าว
กองทัพอากาศไทยได้ส่งเครื่องบิน F-16 ขึ้นโจมตีเป้าหมายทางทหารของกัมพูชา โดยใช้ระเบิดที่มีความแม่นยำสูง เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบต่อเป้าหมายพลเรือน การโจมตีเป้าหมายนี้เป็นการดำเนินการร่วมกันของกองทัพอากาศไทยกับกองทัพบกไทยเพื่อปกป้องเอกราช อธิปไตย และดูแลรักษาชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน ท่านยืนยันว่าการโจมตีจะดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง จนกว่ากัมพูชาจะยุติความพยายามในการกระทำที่เป็นภัยคุกคามต่อกองกำลังและประชาชนของไทย โดยท่านย้ำว่าการปฏิบัติการของไทยอยู่บนพื้นฐานของ การป้องกันตนเองตามมาตรา 51
พลอากาศโท จักรกฤษณ์ ธรรมวิชัย มี Callsing หรือนามเรียกขานคือ "J-KNIGHT" ท่านไม่ได้มาจากครอบครัวทหาร ท่านไม่ได้มาจากครอบครัวนักบิน ท่านมาจากครอบครัวชนชั้นกลางในกรุงเทพฯ เกิดเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายนพ.ศ.2513 โดยท่านมีความใฝ่ฝันที่จะเป็นนักบินมาตั้งแต่ยังเด็ก หลังจากจบการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายจากโรงเรียนเทพศิรินทร์ในปี พ.ศ. 2531 ท่านได้มุ่งมั่นสอบเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหารในส่วนกองทัพอากาศ โดยสามารถสอบคัดเลือกได้เป็นลำดับที่ 1 ในนักเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 29 และนักเรียนนายเรืออากาศรุ่นที่ 36
ความสำเร็จของท่านโฆษกกองทัพอากาศเริ่มต้นตั้งแต่ยังเป็นนักเรียนนายเรืออากาศ โดยหลังจากจบการศึกษาชั้นปีที่ 1 ที่โรงเรียนนายเรืออากาศ ท่านทำผลการเรียนได้ดีเด่นด้วยเกรดเฉลี่ย 3.95 เป็นลำดับที่ 1 ของรุ่น ส่งผลให้ได้รับทุนไปศึกษาต่อ ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา
ในปีแรกที่สหรัฐฯ ท่านเข้าเรียนที่โรงเรียนนายร้อยรวมของมลรัฐเวอร์จิเนีย (Virginia Military Institute: VMI) และยังคงรักษาความเป็นเลิศไว้ได้ โดยสอบได้เป็น ลำดับที่ 1 ของรุ่น เมื่อจบชั้นปีที่ 1 ต่อมาท่านได้รับโอกาสให้ไปสอบแข่งขันเพื่อเข้าศึกษาต่อ ณ โรงเรียนนายเรืออากาศสหรัฐฯในโควต้านักเรียนต่างชาติ ซึ่งมีนักเรียนเพียง 10 คนที่ได้รับโอกาสนี้ในแต่ละรุ่น
ในปี พ.ศ. 2537 ท่านโฆษกจบการศึกษาจากโรงเรียนนายเรืออากาศสหรัฐฯ ในสาขาวิศวกรรมอากาศยาน โดยได้เกรดเฉลี่ยรวม 3.828 เป็น ลำดับที่ 1 ของรุ่น จากนักเรียนทั้งหมด 1,008 คน ความสำเร็จนี้ทำให้ท่านกลายเป็นนักเรียนต่างชาติคนแรก ที่จบการศึกษาเป็นลำดับที่ 1 ของรุ่นในด้าน Overall Performance นับตั้งแต่โรงเรียนนายเรืออากาศสหรัฐฯ ก่อตั้งในปี ค.ศ. 1959
ความสำเร็จทางการศึกษาของท่านถือเป็นข่าวใหญ่ในปี พ.ศ. 2537 โดยได้รับการเผยแพร่ในสื่อต่างประเทศ อาทิ CNN, AP, Reuters, และ Times
ซึ่งส่งผลให้ท่านได้รับคัดเลือกเป็นบุคคลดีเด่นของชาติ สาขาเผยแพร่เกียรติภูมิของไทย (ด้านการศึกษา) ประจำปี พ.ศ. 2536 และได้รับพระราชทานเกียรติบัตรจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และอีกหลายปีต่อมาท่านได้รับรางวัล เกียรติยศจักรดาว ประจำปี พ.ศ. 2555 ในสาขาเดียวกันขณะดำรงตำแหน่งผู้บังคับฝูงบิน 701 กองบิน 7 สุราษฎร์ธานี
หลังจากได้รับพระราชทานเกียรติบัตรจากสมเด็จพระเทพฯในปีพ.ศ.2536 ท่านยังเดินทางกลับไปศึกษาต่อระดับปริญญาโทสาขาวิศวกรรมอากาศยาน ณ สถาบันเทคโนโลยี Massachusetts (MIT) ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงระดับโลก และจบการศึกษาในปี พ.ศ. 2539
พลอากาศโท จักรกฤษณ์ ธรรมวิชัย ท่านโฆษกกองทัพอากาศท่านปัจจุบันมีประสบการณ์การบินที่โดดเด่นกับเครื่องบินขับไล่หลักของกองทัพอากาศไทยในยุคนั้นคือ F-16 การขับเครื่องบินรบสมรรถนะสูงเช่นนี้จะมีสักกี่คนที่มาทางนี้ได้ ต้องใช้เวลายาวไกลกว่าจะผ่านเส้นทางที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ จนในที่สุดเมื่อจบการฝึกบินกับเครื่องบินฝึกขับไล่ L-39 ที่กองบิน 1 โคราช ท่านโฆษกได้รับการคัดเลือกให้ทำการบินกับเครื่องบินขับไล่ F-16 ที่สังกัดฝูงบิน 103 กองบิน 1 โคราช ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2543
ในช่วง 6 ปีของการเป็นนักบิน F-16 ท่านมีชั่วโมงบินมากกว่า 900 ชั่วโมง ในช่วงเวลานั้นท่านเป็นครูการบินที่มีความรู้ความชำนาญ และยังเป็นนักบิน F-16 รุ่นแรกของกองทัพอากาศที่ไปร่วมการฝึกบิน Red Flag ที่สหรัฐฯเมื่อปีพ.ศ. 2546 ซึ่งเป็นปีเดียวกับที่ F-16 ฝูงบิน 102 เข้าประจำการครบฝูงทั้ง 18 เครื่องและ Pitch Black ที่ออสเตรเลียพ.ศ. 2547
จาก F-16 สู่ Gripen ชีวิตใหม่ของท่านโฆษกเริ่มต้นขึ้นหลังจากจบการศึกษาจากโรงเรียนเสนาธิการทหารอากาศเป็นลำดับที่ 1 ของรุ่น เมื่อท่านได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในโครงการเชิงยุทธศาสตร์การพัฒนากองทัพอากาศ โดยเฉพาะในโครงการจัดซื้อเครื่องบินขับไล่ Gripen ซึ่งเป็นโครงการสำคัญที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงกองทัพอากาศสู่การปฏิบัติการที่ใช้เครือข่ายเป็นศูนย์กลาง (Network-Centric Operation) ในยุคสมัยที่พลอากาศเอกอิทธพร ศุภวงศ์ ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารอากาศ (ปัจจุบันเกษียณแล้ว)
ท่านได้รับโอกาสให้มีส่วนร่วมอย่างใกล้ชิดตั้งแต่การเจรจาต่อรอง การกำหนดขีดความสามารถของเครื่องบินขับไล่แบบใหม่ รวมถึงการกำหนดแนวทางการฝึกอบรมและการถ่ายทอดเทคโนโลยี
และต่อมาได้รับคัดเลือกให้เป็นหัวหน้าชุดในการนำนักบินชุดแรกซึ่งประกอบด้วยนาวาอากาศโทเจริญ วัฒนศรีมงคล "TONIC'' นาวาอากาศโทณัฏธวุธ ดวงสูงเนิน "NEON" และนาวาอากาศโทพุทธพงศ์ ผลชีวิน "COTTON'' (ปัจจุบันทั้ง 3 ท่านนี้ได้รับยศพลอากาศตรี) ไปเข้ารับการฝึกบินในหลักสูตรครูการบินกับเครื่องบินขับไล่ Gripen ณ ราชอาณาจักรสวีเดน
หลังเสร็จสิ้นการฝึกอบรม พลอากาศโท จักรกฤษณ์ขณะมียศเป็นนาวาอากาศโทได้กลับมาปฏิบัติหน้าที่เป็น ผู้บังคับฝูงบิน 701 กองบิน 7 จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยเป็น ผู้บังคับฝูงบิน Gripen คนแรกของกองทัพอากาศ
ด้วยความเชี่ยวชาญด้านการบิน ท่านโฆษกมีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งต่อทั้งสองแพลตฟอร์ม คือ Gripen และ F-16 โดยท่านมีความเห็นว่า F-16 ถึงแม้จะมีอายุการใช้งานเกือบ 40 ปี แต่ก็ยังเป็น "ม้างาน" ที่ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ขณะที่ Gripen ถูกออกแบบมาเพื่องานที่เน้นเทคโนโลยี โดยเฉพาะอย่างยิ่งขีดความสามารถในการปฏิบัติการร่วมกับกำลังทางเรือและระบบเครือข่ายของกองทัพไทย
ในปัจจุบันพลอากาศโทจักรกฤษณ์ ธรรมวิชัย อดีตนักบินรบ Gripen รุ่นบุกเบิก ดำรงตำแหน่งเป็นรองเสนาธิการทหารอากาศและโฆษกกองทัพอากาศ ท่านได้ทำหน้าที่เป็นผู้แถลงยืนยันการปฏิบัติการทางอากาศของกองทัพอากาศไทยในสถานการณ์ความขัดแย้งกับกัมพูชารวมทั้งการเป็นกระบอกเสียงเพื่อชี้แจงข่าวสารต่างๆของกองทัพอากาศไทยที่เป็นประโยชน์ต่อความมั่นคงและประชาชน
ไม่ใช่แค่การสื่อสารเป็นภาษาไทยให้ประชาชนในประเทศบ้านเกิดเท่านั้น พลอากาศโท จักรกฤษณ์ยังได้ชี้แจงข้อเท็จจริงเป็นภาษาอังกฤษนับตั้งแต่วันที่กัมพูชาได้โจมตีพื้นที่ภาคอีสานตอนใต้ของไทย โดยท่านได้กล่าวถึงการส่งเครื่องบิน F-16 ขึ้นโจมตีเป้าหมายทางทหารในประเทศกัมพูชาด้วยระเบิดที่มีความแม่นยำสูง
เพื่อให้ประชาคมโลกและสื่อต่างชาติรับรู้ว่าการโจมตีของ F-16 ไม่ส่งผลกระทบต่อเป้าหมายพลเรือน การปฏิบัติการทางอากาศครั้งนี้เป็นไปเพื่อปกป้องเอกราช อธิปไตย และดูแลรักษาชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน จึงทำให้สื่อต่างชาติรวมถึงประเทศทั่วโลกเบาใจได้ไม่น้อยจากการแถลงด้วยภาษาอังกฤษของท่าน
จะเห็นได้ว่าพลอากาศโท จักรกฤษณ์ ธรรมวิชัย เป็นบุคคลากรที่มีความสามารถของกองทัพอากาศ แม้จะไม่ได้เกิดในครอบครัวทหารอากาศ แต่ท่านก็ขยัน ขยัน และขยัน จนในที่สุดท่านได้เป็นนักบิน F-16 และ Gripen ตามมาด้วยตำแหน่งโฆษกกองทัพอากาศที่พูดจาฉะฉานด้วยภาษาอังกฤษ จนต่างชาติเข้าใจง่ายในสงครามที่ดำเนินอยู่ ณ ขณะนี้ บัดนี้ผู้เขียนขอลาไปก่อน สวัสดีครับ
Credit บทความและภาพประกอบ
Kittidej Sanguantongkham
เนทวิน
รางวัลจักรดาว นาวาอากาศโทจักรกฤษณ์ ธรรมวิชัย
THAI PBS
กองทัพอากาศ
CNA
เรียบเรียงโดย : นายพลห้าดาว
โฆษณา