18 ธ.ค. 2025 เวลา 09:55 • ธุรกิจ

ทำไม “Read” ถึงอ่านได้ทั้ง “รีด” และ “เรด”?

หนึ่งในคำภาษาอังกฤษที่ทำให้ผู้เรียนงงที่สุดคำหนึ่งคือคำว่า read เพราะหน้าตาเขียนเหมือนเดิมทุกประการ แต่ดันอ่านได้ สองเสียง และความหมายก็เปลี่ยนไปตามเสียงนั้นด้วย
• read = รีด
• read = เรด
แล้วอะไรเป็นตัวกำหนดว่าเราต้องอ่านแบบไหน? คำตอบอยู่ที่ กาลเวลา (tense) ไม่ใช่การสะกดคำ
1. Read (รีด) — ปัจจุบัน / อนาคต
ถ้า read อยู่ใน present tense หรือพูดถึงสิ่งที่ทำเป็นประจำ
👉 อ่านว่า /riːd/ (รีด)
ตัวอย่าง:
• I read books every day.
• She reads academic papers for work.
• I will read the report tonight.
📌 แม้ประโยคจะเป็นอนาคต (will read) ก็ยังอ่านว่า “รีด”
2. Read (เรด) — อดีต
ถ้า read อยู่ใน past tense
👉 อ่านว่า /rɛd/ (เรด) เสียงเดียวกับ red
ตัวอย่าง:
• I read the email yesterday.
• He read the instructions before starting.
📌 จุดสังเกตสำคัญ:
รูปคำไม่เปลี่ยนเลย แต่เสียงเปลี่ยนตามเวลา
3. ทำไมไม่เปลี่ยนรูปเหมือนคำอื่น?
คำกริยาส่วนใหญ่จะเปลี่ยนรูปเมื่อเป็นอดีต เช่น
• work → worked
• watch → watched
แต่ read เป็นกริยาในกลุ่ม irregular verb ซึ่งภาษาอังกฤษเลือก “เปลี่ยนเสียง” แทน “เปลี่ยนรูปคำ”
จึงเกิดกรณีพิเศษแบบนี้:
เขียนเหมือนเดิม แต่เสียงต่าง
4. แล้วจะรู้ได้ยังไงว่าอ่านแบบไหน?
ให้ดู 2 อย่างนี้เสมอ:
✅ 1) คำบอกเวลา
• yesterday, last night, last week → เรด
• every day, usually, now, tomorrow → รีด
✅ 2) โครงสร้างประโยค
• Present / Future → รีด
• Past → เรด
ตัวอย่างเทียบชัด ๆ:
• I read it every morning. → รีด
• I read it this morning. → เรด
5. ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยของคนไทย
❌ อ่านว่า “รีด” ตลอด แม้จะเป็นอดีต
❌ เขียน readed (ไม่มีคำนี้ในภาษาอังกฤษ)
✔️ ที่ถูกคือ
• เขียน: read (เหมือนเดิม)
• เปลี่ยน: เสียงตาม tense
โฆษณา