20 ธ.ค. 2025 เวลา 05:24 • ประวัติศาสตร์
หนานจิง

"หลู้" กับการสืบรากเหง้าภาษาฮกเกี้ยนเมดาน

โดย เบอร์นาร์ด ล็อกแมน (Bernard Lokman)
ในบทความนนี้ ทางเพจขอแยกระหว่าง "ลี่ (Li/你)" และ "หลู้ (Lu/汝)" เพื่อให้ผู้อ่านทั่วไปเข้าใจความแตกต่างได้ชัดเจนยิ่งขึ้น และในบทความนี้คำที่มาจากภาษาฮกเกี้ยนจะเขียนโดยใช้ระบบสะกดคำแบบอินโดนีเซีย (Ejaan)
🔸"Lu" แทนที่การใช้ "Li" หรือ "Lə"🔸
ในจาการ์ตา (Jakarta) และพื้นที่โดยรอบ เรามักจะได้ยินคำว่า "กว้า (Gua: ฉัน)" และ "หลู้/โล่ (Lu/Lo: เธอ)" ถูกใช้มากกว่าคำว่า "อะกู (Aku: ฉัน)" และ "กามู (Kamu: เธอ)" ตามภาษาอินโดฯ มาตรฐาน เมื่อถูกถาม คนส่วนใหญ่มักจะอธิบายว่าคำเหล่านี้ยืมมาจาก "สำเนียงปัตตาเวีย (Batavia)" ซึ่งหมายถึงกลุ่มคนพื้นเมืองในปัตตาเวียหรือจาการ์ตาเก่า
คนส่วนใหญ่อาจพอเดาได้ว่าคำเหล่านี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของคำยืมจำนวนมากจาก "ภาษาจีน (Bahasa Tionghoa)" สำหรับหลายคนแล้ว "ภาษาฮกเกี้ยน (Hokkien Language)" และ "ภาษาจีน (Bahasa Tionghoa)" แทบจะเป็นคำพ้องความหมายกัน เนื่องจากชาวฮกเกี้ยนเข้ามาอาศัยอยู่ในเกาะชวามาอย่างยาวนานและมีบทบาทที่โดดเด่น
ในช่วงปีค.ศ. 1878–1883 เดอ กรูต (J.J.M. de Groot) นักจีนวิทยา ได้เดินทางไปยังเกาะชวาและบอร์เนียว เขาได้ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับชาวจีนในชวาเมื่อปีค.ศ. 1880 ไว้ว่า:
ศูนย์กลางถิ่นฐานเดิมของชาวจีนในชวาคือเมืองจางโจว (漳州) ซึ่งตั้งอยู่ทางฝั่งเหนือของแม่น้ำมังกร (九龍江) ห่างจากเมืองเซี่ยเหมิน (廈門) ไปเกือบ 35 ไมล์...นอกเหนือจากชาวจีนในภูมิภาคดังกล่าว ยังมีผู้อพยพที่พบในชวาซึ่งมาจากเฉวียนโจว (泉州) อีกด้วย แต่กระแสหลักของการอพยพมาจากริมฝั่งแม่น้ำมังกร...
Jaarlijksche feesten en gebruiken van de Emoy-Chineezen : een vergelijkende bijdrage tot de kennis van onze Chineesche medeburgers op Java / met uitgebreide monographieën van godheden, die te Emoy worden vereerd. v.1
ส่วนชาวจีนแคะ (客家人), ชาวจีนฮกโล่ (福佬人) และชาวจีนกวางตุ้ง (廣東人) จำนวนน้อยที่ตั้งรกรากกระจัดกระจาย ส่วนใหญ่เป็นกรรมกร เราจะไม่กล่าวถึงในที่นี้: พวกเขาไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของฮกเกี้ยน พูดภาษาที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง มีขนบธรรมเนียมที่ต่างกัน และถูกมองว่าเป็นคนต่างถิ่นแม้กระทั่งโดยเพื่อนร่วมเชื้อชาติเดียวกันในชวา ดังนั้นนอกในปัตตาเวียแล้ว พวกเขาอาจยังไม่ถือเป็นคนท้องถิ่นของเกาะนี้เลย...
Jaarlijksche feesten en gebruiken van de Emoy-Chineezen : een vergelijkende bijdrage tot de kennis van onze Chineesche medeburgers op Java / met uitgebreide monographieën van godheden, die te Emoy worden vereerd. v.1
สำหรับชาวอินโดนีเซียจำนวนมาก (รวมถึงชาวจีนอินโดนีเซีย) ที่ไม่ได้มีความรู้ลึกซึ้งเกี่ยวกับภาษาฮกเกี้ยน (ฮกเกี้ยนแผ่นดินใหญ่) และสำเนียงย่อยต่าง ๆ เป็นธรรมดาที่จะทึกทักเอาว่า "Lu" เป็นคำทั่วไปที่หมายถึง "คุณ" ในทางตอนใต้ของมณฑลฮกเกี้ยน แต่นั่นห่างไกลจากความจริงมาก
ในความเป็นจริง การอ่าน "Lu (汝)" นั้นเป็น "กรณีพิเศษ (Outlier)" กล่าวคือ เป็นคำอ่านที่ใช้เฉพาะในบางพื้นที่ของภูมิภาคฮกเกี้ยนตอนใต้เท่านั้น
การมีอยู่ของคำว่า "Lu/Elo (汝)" ไม่ใช่แค่ในภาษาพูดของชาวปัตตาเวีย แต่รวมถึงทั่วทั้งมลายา (Malaya) และหมู่เกาะนูซันตารา (Nusantara) ซึ่งเป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปว่าเป็น "ภาษาฐาน (Substrate)" จากชาว "เปอรานากัน (Peranakan)" หรือลูกหลานชาวจีนเลือดผสมรุ่นบุกเบิก ผู้ซึ่งเดินทางมาถึงหมู่เกาะแห่งนี้เป็นกลุ่มแรกและก่อตั้งชุมชนชาวจีนยุคแรกเริ่มที่ยังคงเติบโตและอยู่รอดมาจนถึงทุกวันนี้
🔸ทศวรรษ 1800–1900: การอพยพครั้งยิ่งใหญ่🔸
เพื่อให้เห็นภาพความเปลี่ยนแปลงของประชากร ลองพิจารณาสถิติต่อไปนี้
สุราบายา (Surabaya): ในปีค.ศ. 1815 มีประชากรจีนเพียง 2,047 คน แต่ในปีค.ศ. 1910 เพิ่มขึ้นเกือบถึง 15,000 คน ต่อมาในปีค.ศ. 1920 พุ่งสูงขึ้นเป็น 25,290 คน และในปีค.ศ. 1930 สูงถึง 43,239 คน
ปัตตาเวีย (Batavia/Jakarta): ในปีค.ศ. 1815 มีชาวจีน 11,854 คน ในปีค.ศ. 1893 เพิ่มเป็น 26,569 คน ตัวเลขเพิ่มขึ้นเกือบสามเท่าในปีค.ศ. 1920 เป็น 74,151 คน และในปีค.ศ. 1930 แตะหลักแสนที่ 112,261 คน
.
เมดาน เดลี (Medan Deli): ในปีค.ศ. 1826 จอห์น แอนเดอร์สัน (John Anderson) ได้ปฏิบัติภารกิจทางการทูตที่เดลี (เมดานเก่า) และระบุว่ามีชาวจีน "น้อยมาก" แต่ในปีค.ศ. 1910 มีชาวจีน 6,397 คน, ปีค.ศ. 1912 มี 10,997 คน, ปีค.ศ. 1920 มี 15,916 คน และปีค.ศ. 1930 ถึง 27,287 คน
ปีนัง (Penang): ปีค.ศ. 1804 มีชาวจีน 3,000 คน, ปีค.ศ. 1833 เพิ่มเป็น 11,150 คน, ปีค.ศ. 1871 เพิ่มขึ้นสามเท่าเป็น 36,382 คน, ปีค.ศ. 1891 เพิ่มเป็นสองเท่าที่ 87,920 คน และในปีค.ศ. 1921 สูงถึง 135,288 คน
เมื่อเปรียบเทียบการเติบโตของประชากรจีนในอาณานิคมช่องแคบมะละกา (Straits Settlements) กับเมืองต่าง ๆ ในหมู่เกาะอินเดียตะวันออกของดัตช์ (Dutch East Indies) จะเห็นได้ว่าการอพยพครั้งใหญ่ของชาวจีนในมลายูเริ่มขึ้นในช่วงต้นทศวรรษ 1800 ขณะที่การอพยพมวลชนเข้าสู่นูซันตารา (อินโดนีเซีย) เริ่มขึ้นอย่างจริงจังในช่วงปลายทศวรรษ 1800
จากข้อสังเกตของ เดอ กรูต (J.J.M. de Groot) ในปีค.ศ. 1880 ชาวฮกเกี้ยนจางโจว (漳州) ซึ่งเคยครองสัดส่วนประชากรหลัก กำลังจะถูกลดความสำคัญลงจากการไหลบ่าเข้ามาของกุลีและพ่อค้าจากภูมิภาคอื่น ๆ ของฮกเกี้ยนและกวางตุ้ง แม้ว่าสำมะโนประชากรของอาณานิคมช่องแคบมะละกา (Straits Settlements) ในปีค.ศ. 1881 จะให้รายละเอียดเกี่ยวกับกลุ่มชาติพันธุ์ของชาวจีนในมะละกา ปีนัง และสิงคโปร์ แต่ทางฝั่งดัตช์ไม่ได้ให้รายละเอียดใด ๆ นอกเหนือจากคำกว้าง ๆ ว่า " ชาวจีน (Chinese)"
ในหนังสือ "ชาวจีนหัวเฉียวในอินโดนีเซีย (Hoakiau Di Indonesia)" ของ ปราโมทยา อนันตา ตูร์ (Pramoedya Ananta Toer) ได้ให้ข้อมูลจำแนกชาติพันธุ์ชาวจีนในชวาปีค.ศ. 1935 (โดยไม่มีแหล่งอ้างอิงชัดเจน) ซึ่งคำจำกัดความของ "ฮกเกี้ยน (Hokkien)" ในข้อมูลชุดนั้นอาจยังเป็นที่น่ากังขา
🔸"Lu" ในภาษาฮกเกี้ยนเมดาน: มรดกจากเปอรานากันรุ่นเก่า🔸
หลายคนในอินโดนีเซียสันนิษฐานว่าการที่ภาษาฮกเกี้ยนจางโจวยังคงหลงเหลือเป็นรากฐานในภาษาอินโดนีเซียสมัยใหม่และภาษาบ๋าบามลายู (Baba Malay Language) อาจเป็นเพราะสัดส่วนประชากรชาวจีนฮกเกี้ยนที่มีจำนวนมาก
อย่างไรก็ตาม ในมะละกาและสิงคโปร์มีจำนวนผู้อพยพชาวฮกเกี้ยนกลุ่มใหม่ (เช่น จากเซี่ยเหมินและเฉวียนโจว) ที่หลั่งไหลเข้ามา กลับทำให้รากฐานภาษาฮกเกี้ยนจางโจวแบบดั้งเดิมสูญหายไป นอกเหนือจากกลุ่มเปอรานากันแล้ว คำว่า "Lu (汝)" ถูกใช้น้อยมากเมื่อเทียบกับ "Li (你)" หรือ "Lə (你)" ในสิงคโปร์และมะละกาปัจจุบัน ดังนั้น สัดส่วนประชากรชาวฮกเกี้ยนจำนวนมากจึงเป็นเหมือน "ดาบสองคม" และไม่ใช่ปัจจัยสนับสนุนการอยู่รอดของสำเนียงจางโจวดั้งเดิมเสมอไป
ในกรณีของเมดาน การเติบโตของเมืองใหม่แห่งนี้ ซึ่งมีอายุน้อยกว่าสุราบายาและปีนังมาก เกิดขึ้นท่ามกลางการอพยพครั้งใหญ่ของชาวจีน ซึ่งผ่านพ้นยุคทองของชาวจีนจางโจวรุ่นบุกเบิกไปแล้ว คำถามคือ เป็นไปได้อย่างไรที่ประชากรซึ่งมีเชื้อสายฮกเกี้ยนไม่ถึง 50% และมีสัดส่วนน้อยยิ่งกว่าคนที่มาจากไห่เฉิง (海澄) และถงอัน (同安) กลับยังคงใช้คำว่า "Lu" แทนที่จะเป็น "Li" หรือ "Lə"?
สิ่งที่น่าฉงนยิ่งกว่าคือ ในประเทศจีน คำว่า "Lu" ถูกพูดในพื้นที่เฉพาะบางแห่งของจางโจวเท่านั้น แม้ว่าชาวจีนส่วนใหญ่ในชวาและมะละกาช่วงปีค.ศ. 1800 จะมาจากจางโจว แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่มาจากพื้นที่ที่ใช้คำว่า "Lu" ข้อเท็จจริงนี้พิสูจน์ได้
🔸ชาวจีนจางโจวในสุราบายา🔸
เมื่อพิจารณาเมนูอาหารหรือคำศัพท์ของชาวฮกเกี้ยนในสุราบายา แม้จะเป็นสำเนียงจางโจวเหมือนกัน แต่เป็นคนละสำเนียง เช่น หมู สะกดว่า "Ti (豬: ตี)"; ปลา สะกดว่า "Hi (魚: หี)"; ปลาหมึก สะกดว่า "Jiu Hi (魷魚: ยิวหี)"
การลงท้ายด้วยหน่วยเสียงสระ "อี /-i/" ข้างต้น สอดคล้องกับคำว่า "Li (你)" ซึ่งเป็นลักษณะของสำเนียงจางโจวในวงกว้าง (Greater Zhangzhou region) สิ่งนี้บ่งชี้ว่าการมีอยู่ของคำว่า "Lu (汝)" ในสำเนียงปัตตาเวียน่าจะมีอายุเก่าแก่กว่าสำเนียงฮกเกี้ยนจางโจวที่พบในสุราบายา
🔸"Lu" เก่าแก่กว่าพจนานุกรมฮกเกี้ยนของ "เมดเฮิร์สต์"🔸
เมดเฮิร์สต์ (W.H. Medhurst) เดินทางมายังมะละกาในปีค.ศ. 1819 เพื่อศึกษาภาษาจีนและภาษามลายู ต่อมาได้เป็นมิชชันนารีที่ปีนัง (ค.ศ. 1820) และปัตตาเวีย (ค.ศ. 1822-1843) เขาได้ตีพิมพ์ "พจนานุกรมภาษาจีนสำเนียงฮกเกี้ยน (Dictionary of the Hok-këèn Dialect of the Chinese Language)" ซึ่งถือเป็นพจนานุกรมอังกฤษ-ฮกเกี้ยนเล่มแรกของโลก (ฉบับสมบูรณ์ปีค.ศ. 1837)
เนื่องจาก เมดเฮิร์สต์ (W.H. Medhurst) รวบรวมข้อมูลจากการปฏิสัมพันธ์กับชาวจีนท้องถิ่นในมะละกา ปีนัง และปัตตาเวีย โดยที่ยังไม่เคยไปประเทศจีนมาก่อน พจนานุกรมเล่มนี้จึงสะท้อนถึง "ภาษากลาง (Lingua Franca)" ที่พูดโดยชาวจีนเกิดในอาณานิคม (Straits Born Chinese) ซึ่งบ่งบอกว่ามีการตกลงใช้สำเนียงมาตรฐานของฮกเกี้ยนจางโจวในภูมิภาคนี้อยู่แล้ว
เขาถอดเสียงฮกเกี้ยนในมะละกาและปัตตาเวียในปีค.ศ. 1832 พบว่า ภาษาฮกเกี้ยนที่พูดในมะละกาและปัตตาเวียช่วงต้นศวรรษ 1800 เป็นสำเนียงจางโจว ซึ่งสอดคล้องกับ "ชาวจีนจางโจวในสุราบายา (คือใช้เสียง Li, Ti, Hi)"
ส่วนสำเนียงที่ใช้ "Lu (汝: หลู้)", "Tu (豬: ตู)", "Hu (魚: หู)" นั้น น่าจะไม่ได้เพิ่งเข้ามาในช่วงปีค.ศ. 1800 ในความเป็นจริง ช่วงเวลานั้นชาวเปอรานากันในมะละกาเริ่มพูดภาษาบาบ๋ามลายู (Baba Malay Language) แล้ว ซึ่งเอกลักษณ์สำคัญคือการใช้ "Gua (我: กว้า)" และ "Lu (汝: หลู้)"
ตันจี่เบ๋ง (Tan Chee Beng) ได้ให้ข้อมูลคำศัพท์ฮกเกี้ยนในภาษาบาบ๋ามลายู (Baba Malay) ซึ่งขัดแย้งกับลักษณะการลงท้ายด้วยหน่วยเสียงสระ "อู /-u/" การมีอยู่ของสำเนียงจางโจวสองแบบ คือ "จางผู่ (漳浦)" และ "ไห่เฉิง (海澄)" อาจชี้ว่ามีการรับเอาสำเนียงใหม่ (แบบลงท้ายด้วยหน่วยเสียงสระ "อี /-i/") เข้ามาในช่วงที่ชาวบาบ๋า (Babas) มีปฏิสัมพันธ์กับผู้อพยพใหม่ แต่ตรรกะนี้ขัดแย้งกับประวัติศาสตร์ของท่าเรือเยฺว่กั่ง (月港) ในเขตไห่เฉิงที่เสื่อมถอยลงในศตวรรษที่ 17
🔸สำเนียง "ไห่เฉิง" และ "ถงอัน"🔸
ผู้บุกเบิกปีนังรุ่นแรกส่วนใหญ่มาจากไห่เฉิง (海澄) เอี๋ยวเจียวก่อ (Yeoh Cheow Kaw) อธิบายว่าพื้นที่ส่วนใหญ่ที่เป็นเซี่ยเหมิน (厦门) ในปัจจุบันเคยเป็นส่วนหนึ่งของเขตไห่เฉิง เซี่ยเหมินยังไม่ได้เป็นเมืองท่าสำคัญจนกระทั่งศตวรรษที่ 17 เซี่ยเหมินเดิมทีเป็นส่วนหนึ่งของเขตถงอัน (同安) และ เดอ กรูต (J.J.M. de Groot) ก็ระบุว่าแม้กระทั่งปลายศตวรรษที่ 19 เซี่ยเหมินก็เป็นเพียงประตูสู่พื้นที่หลังเขา (Hinterlands)
ที่ตั้งของไห่เฉิงซึ่งติดกับถงอันในช่วงราชวงศ์หมิงและชิง บ่งบอกถึงแรงดึงดูดทางวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง ซึ่งแยกตัวและต่อต้านอิทธิพลของจางโจวและเฉวียนโจวบางส่วน แผนผังของเอี๋ยวเจียวก่อ (Yeoh Cheow Kaw) แสดงขอบเขตของไห่เฉิงเก่า ซึ่งครอบคลุมพื้นที่สำคัญของเซี่ยเหมินในปัจจุบันและติดกับถงอัน นี่คือจุดสำคัญที่บอกว่า เพราะมีเพียงไห่เฉิงและถงอัน (ยุคก่อนเซี่ยเหมิน) เท่านั้นที่ใช้เสียงลงท้ายด้วยหน่วยเสียงสระ "อู /-u/" สำหรับคำว่า "Lu (汝)", "Tu (豬)", "Hu (魚)"
สมมติฐานนี้ได้รับการสนับสนุนจาก รัสเซล โจนส์ (Russel Jones) ในงานวิจัยเรื่อง " ชาวฮกเกี้ยนจางโจว ผู้บุกเบิกที่แท้จริงของหนานหยาง (The Chiangchew Hokkiens, The True Pioneers of Nanyang)":
คำว่า 'Lu' ในภาษามลายูที่ยืมจากภาษาฮกเกี้ยน สร้างความฉงนให้กับนักวิจัย เพราะมันปรากฏในภาษาถิ่นของชาวฮกเกี้ยนเพียงส่วนน้อยมาก ดูเหมือนจะจำกัดอยู่แค่พื้นที่ทางเหนือของเกาะเซี่ยเหมิน, บางส่วนของถงอัน, และพื้นที่ใกล้เคียงของจางโจว...เมื่อผมไปเยี่ยมชมสมาคมแซ่เจี่ย (Cheah Kongsi) ในปีนังเมื่อปีค.ศ. 1995 เจี่ยจิ้นตอง (Cheah Jin Teong) ผู้เป็นประธาน บอกผมว่าศาลบรรพชนตระกูลเจี่ย (Cheah) อยู่ที่ไห่ชัง (Hái Chhong) ใกล้สือหม่า (Shima) และยืนยันว่าที่นั่นออกเสียงคำว่า 'คุณ' ว่า 'Lu' ไม่ใช่ 'Li'...
The Chiangchew Hokkiens, The True Pioneers of Nanyang
พจนานุกรมของ คาสแตร์ส ดักลาส (Castairs Douglas) ในปีค.ศ. 1873 ก็ได้แยกความแตกต่างระหว่างสำเนียงเซี่ยเหมิน, จางโจว, เฉวียนโจว และถงอันไว้อย่างชัดเจน โดยระบุความแตกต่างระหว่างหน่วยเสียงสระ "อู /u/" และ "เออ /ø/" ซึ่งพบในเฉวียนโจวและบางส่วนของถงอัน
🔸เชื่อมโยงฮกเกี้ยนเมดานกลับสู่ผู้บุกเบิก🔸
คำว่า "Lu" ในภาษาฮกเกี้ยนเมดานไม่ใช่คำยืม (Loanword) แต่เป็นส่วนหนึ่งของภาษาฐาน (Substrate) จากสำเนียงไห่เฉิง-ถงอันโดยตรง นอกเหนือจากคำยืมมลายูและอิทธิพลแต้จิ๋ว-เฉวียนโจวที่เข้ามาภายหลัง
คำศัพท์อย่าง "เกโป๋ (Kepo)" ที่หมายถึงยุ่งเรื่องคนอื่น เป็นส่วนหนึ่งของฮกเกี้ยนเมดานมานานแล้ว ไม่ใช่ "กวยเป๋อ (Kuepə)" แบบสำเนียงเซี่ยเหมิน ต้นกำเนิดของรากฐานฮกเกี้ยนเมดานมาจากปีนังอย่างชัดเจน ดังที่แหล่งข้อมูลนับไม่ถ้วนยืนยันว่าการอพยพยุคแรกสู่เมดานมาจากปีนัง ภาษาฮกเกี้ยนเมดานจึงมีอายุเก่าแก่กว่าการอพยพของชาวจีนสู่ดินแดนเดลี (เมดาน เดลี) และเก่าแก่กว่าสมัยที่กัปตันฟรานซิส ไลต์ (Francis Light) ได้เกาะปีนังเสียอีก
กอเล่ฮวน (Koh Lay Huan) ชาวพื้นเมืองถงอันและกบฏสมาคมอั้งยี่พรรคฟ้าดิน (天地會) หนีไปทางตอนใต้ของสยาม และกลายเป็นบุคคลสำคัญในการก่อตั้งปีนังร่วมกับชาวจีนและมลายูจากไทรบุรี (Kedah)
สมาคมตระกูลค้อ (Khoo Kongsi) อ้างว่า มีสมาชิกในตระกูลอยู่ที่ปีนังและไทรบุรีตั้งแต่กลางปีศตวรรษที่ 1700 ต้นกำเนิดของพวกเขาอยู่ที่ซันตู (三都) ไห่เฉิง (海澄)
ตระกูลใหญ่อื่น ๆ เช่น ตระกูลเจี่ย (Cheah) และ ตระกูลตัน (Tan) ก่อตั้งกงสีในปีค.ศ. 1810 ตระกูลหลิม (Lim) และ ตระกูลเอี๋ยว (Yeoh) ก่อตั้งในช่วงต้นศตวรรษที่ 1800 ทั้งหมดล้วนมีพื้นเพมาจากไห่เฉิง
🔸การเดินทางของ "อ๋องแตแฮ"🔸
ในปีค.ศ. 1783 อ๋องแตแฮ (Ong Tae Hae) เดินทางไปชวาและบันทึกประสบการณ์ รวมถึงการทับศัพท์ภาษาฮกเกี้ยนของคำท้องถิ่นบางคำ ซึ่งยังคงตกทอดมาถึงฮกเกี้ยนปีนังและเมดานในปัจจุบัน
Lo-kwun (老君) ในภาษาฮกเกี้ยนเมดานใช้เรียกหมอแผนปัจจุบัน คำนี้มาจาก "ดูกุน (Dukun)" ในภาษามลายู หมายถึง หมอพื้นบ้าน, หมอผี ในขณะที่หมอจีนเรียกว่า "ซินเซ (Sin-se)" การเปลี่ยนความหมายนี้ชี้ให้เห็นว่าต้นตระกูลฮกเกี้ยนเมดานเคยอยู่ในจุดที่ต้องพึ่งพาหมอพื้นบ้าน และมองการแพทย์แผนปัจจุบันด้วยเลนส์แห่งความลี้ลับแบบเดียวกัน
Su-kak (思甲) คำนี้มาจาก "ซูกะ (Suka)" ในภาษามลายู หมายถึง ชอบ คำนี้เป็นเอกลักษณ์สำคัญของฮกเกี้ยนช่องแคบ (Straits Hokkien) เป็นเรื่องยากที่จะจินตนาการว่าภายในระยะเวลาแค่ 3-6 รุ่น (150 ปี) ชาวจีนในเมดานจะลืมคำว่า "ชอบ" ในภาษาฮกเกี้ยนไปจนหมดสิ้น คำนี้เป็นคำพื้นฐานมาก การที่คำมลายูเข้ามาแทนที่แสดงถึงความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้ง
คำใบ้สำคัญคือ ทั้ง "Dukun" และ "Suka" เป็นคำมลายู การใช้ภาษามลายูควบคู่กับฮกเกี้ยนเป็นลักษณะของชาวเปอรานากันรุ่นบุกเบิก (Old Peranakans) ความเชื่อมโยงที่เป็นไปได้มากที่สุดคือความสัมพันธ์ระหว่างชาวจีนไทรบุรี (Kedah) กับการค้าขายในเส้นทางมะละกา-ปัตตาเวีย
🔸ภาษาที่เก่าแก่กว่าผู้คนและคุณค่าทางอารมณ์🔸
แม้จะยังไม่มีหลักฐานที่ฟันธงถึงจุดกำเนิดที่แน่ชัด แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า ภาษาฮกเกี้ยนเมดานมีอายุเก่าแก่กว่าการอพยพครั้งใหญ่ในช่วงกลางศตวรรษที่ 19 มันเป็นภาษาที่มีประวัติศาสตร์และเกียรติภูมิ ซึ่งมักถูกละเลยโดยผู้พูดที่ไม่ทราบที่มา
สุดท้าย ผู้เขียนขอกล่าวถึงแง่มุมทางความรู้สึก คำศัพท์ที่มี "คุณค่าทางอารมณ์" สูงสุดในภาษาฮกเกี้ยนเมดาน กลับกลายเป็นคำยืมภาษามลายู ชาวจีนเมดานได้ลืมคำศัพท์ฮกเกี้ยนดั้งเดิมของคำเหล่านี้ไปแล้ว และมันถูกแทนที่อย่างถาวรและงดงาม
  • "Jan-ji (สัญญา)": เพราะคุณค่าของคำสัญญานั้นศักดิ์สิทธิ์ การให้สัญญาคือการให้สัตย์สาบานที่ไม่อาจทำลายได้ การผิดสัญญาคือการทรยศต่อพวกพ้องและตัวตน
  • "Su-kak (ชอบ)": เพราะสิ่งที่เราชอบนั้นเป็นเอกลักษณ์ท้องถิ่น เมื่อเราชอบ เราใส่จิตวิญญาณและความหลงใหลลงไป และภูมิใจในสิ่งนั้น'
  • "Sa-yang (รักและห่วงใย)": เสียงแห่งความรักจากครอบครัวที่ไม่มีใครแทนที่ได้ ความรักที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น สำหรับเราผู้เป็นนักเดินทางและผู้อพยพนิรันดร์ ความรักและความห่วงใยคือการเป็น "บ้าน" ให้ใครสักคนได้กลับมา
ดังนั้น เมื่อมีการใช้คำว่า "Gua (我)" และ "Lu (汝)" ในฐานะคำยืม สำหรับผู้พูดภาษาฮกเกี้ยนเมดาน น้ำหนักและความซื่อตรงของคำเหล่านี้มีค่ามากกว่าแค่คำสแลงเท่ ๆ ของวัยรุ่น แต่มันคือ มรดกทางวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ที่สืบทอดมาจากบรรพชนรุ่นบุกเบิกที่ควรค่าแก่การเคารพและรักษาไว้
𝑰𝒕 𝒊𝒔 𝒂 𝒑𝒂𝒓𝒕 𝒐𝒇 𝒕𝒉𝒆𝒊𝒓 𝒊𝒅𝒆𝒏𝒕𝒊𝒕𝒚 𝒂𝒏𝒅 𝒄𝒖𝒍𝒕𝒖𝒓𝒂𝒍 𝒍𝒊𝒏𝒆𝒂𝒈𝒆.
🗂เอกสารอ้างอิง🗂
[1] Bernard Lokman. Tracing The Lineage of Medan’s Hokkien Language[EB/OL]. [2023-09-08].
[2] DOUGLAS C. Chinese-English Dictionary of the Vernacular or Spoken Language of Amoy, with the Principal Variations of the Chang-chew and Chin-chew Dialects[M]. London: Trubner & Co., 1873.
[3] FRANKE W. Sino-Malaysiana: Selected Papers on Ming & Qing History and on the Overseas Chinese in Southeast Asia 1942–1988[M]. Singapore: South Seas Society, 1989.
[4] GROOT J J M DE. Jaarlijksche feesten en gebruiken van de Emoy-Chineezen: een vergelijkende bijdrage tot de kennis van onze Chineesche medeburgers op Java[M]. Batavia: Bruining & Wijt, 1880.
[5] JONES R. The Chiangchew Hokkiens, the True Pioneers in the Nanyang[J]. Journal of the Malaysian Branch of the Royal Asiatic Society, 2009, 82(2): 39-66.
[6] MEDHURST W H. A Dictionary of the Hok-këèn Dialect of the Chinese Language: According to the Reading and Colloquial Idioms[M]. Macao: East India Company's Press, 1832.
[7] ONG T H. The Chinaman Abroad: or a Desultory Account of the Malayan Archipelago, particularly of Java[M]. MEDHURST W H, trans. London: John Snow, 1849.
[8] PRAMOEDYA A T. Hoakiau di Indonesia[M]. Jakarta: Bintang Press, 1960.
[9] TAN C B. The Baba of Melaka: Culture and Identity of a Chinese Peranakan Community[M]. Petaling Jaya: Pelanduk Publications, 1988.
[10] YEOH C K. XY Yeo Pioneers in SEA[EB/OL]. [2023-10-25].
สามารถสนับสนุนเพจเพื่อเป็นทุนการศึกษาได้ที่
💵PromptPay: 0954289757
.
สามารถสั่งซื้อหนังสือนิยายเรื่อง "เป็นบาบ๋าเพราะรู้สึก" แบบ E-book ได้ที่ Mebmarket
โฆษณา