23 ธ.ค. 2025 เวลา 04:00 • ธุรกิจ
Lnw Co., Ltd. บริษัท แอลเอ็นดับเบิ้ลยู จำกัด

เก็บภาษีนำเข้าสินค้าออนไลน์ ตั้งแต่ 1 บาทแรก เริ่มปี 2569! ส่งผลอย่างไรกับร้านค้าออนไลน์?

รู้หรือไม่? 1 ม.ค. 2569 สินค้านำเข้าที่สั่งซื้อออนไลน์จากต่างประเทศทุกชิ้นที่มีมูลค่าเกิน 1 บาท จะถูกเรียกเก็บอากรนำเข้าเพิ่มเติม จากเดิมที่เคยยกเว้นให้สินค้ามูลค่าต่ำกว่า 1,500 บาท รายละเอียดเป็นอย่างไร ติดตามที่บทความนี้เลย
ทำไมรัฐบาลจึงยกเลิก De Minimis และมาเก็บภาษีนำเข้าตั้งแต่ 1 บาทแรก ?
ปัจจุบันตลาด e-Commerce ถือว่าเป็นตลาดที่มีการแข่งขันค่อนข้างสูง โดยเฉพาะสินค้านำเข้าราคาถูกจากต่างประเทศ ที่เข้ามาขายบนแพลตฟอร์มต่าง ๆ ซึ่งเดิมทีประเทศไทยใช้หลักเกณฑ์ที่เรียกว่า “De Minimis” ที่มีหลักเกณฑ์ว่า พัสดุนำเข้าที่มีมูลค่าต่ำกว่า 1,500 บาท จะได้รับการยกเว้นอากรขาเข้า และจ่ายเพียง VAT เท่านั้น ทำให้ต้นทุนสินค้าถูก และสามารถขายได้ในราคาที่ต่ำกว่าสินค้าไทยเป็นอย่างมาก
ดังนั้น ภาครัฐจึงมีแผนออกมาตรการใหม่คือ ตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นไป สินค้าทุกชิ้นที่ส่งจากต่างประเทศเข้ามายังประเทศไทย ไม่ว่าจะมีมูลค่าเท่าไหร่ จะถูกประเมินภาษีนำเข้าและ VAT เต็มรูปแบบ หรือไม่ใช้หลัก De Minimis อีกต่อไป
การเปลี่ยนแปลงนี้ส่งผลอย่างไรกับร้านค้าออนไลน์ ?
1). ร้านที่ขายสินค้า “ผลิตในไทย” จะได้ประโยชน์
เพราะสินค้านำเข้าจะมีต้นทุนสูงขึ้น ทำให้สินค้าไทยแข่งขันได้มากขึ้นในด้านราคา และความเร็วในการส่ง
ข้อดีของร้านค้าที่ขายสินค้าไทย หรือผลิตในไทย :
  • คู่แข่งราคาถูกจากจีน / ต่างประเทศ มีความเสียเปรียบมากขึ้น
  • ลูกค้ามีแนวโน้มซื้อสินค้าจากร้านค้าไทย เพราะไม่ต้องรอขนส่งนาน
  • สินค้าไทยภาพลักษณ์ดีขึ้น เพราะราคาห่างกันไม่มากเหมือนเดิม
2). ร้านที่นำเข้าสินค้ามาขายเอง จะเสียเปรียบ ต้องรีบปรับตัว
ถ้าเป็นพัสดุจากต่างประเทศ ต้องเข้าระบบศุลกากร และจะเจอกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น จากภาษีนำเข้า (ขึ้นอยู่กับหมวดสินค้า), ค่า VAT 7%, ค่าเอกสาร / ค่าดำเนินการศุลกากร และระยะเวลานำเข้าอาจนานกว่าเดิม
ซึ่งหากร้านค้าไม่ปรับราคาสินค้า อาจทำให้กำไรลดลง แต่หากปรับราคาเพิ่มขึ้น ก็อาจส่งผลให้ลูกค้าไปเลือกซื้อสินค้าจากร้านค้าอื่นได้เช่นกัน
3) ร้านค้าประเภท Cross-border (ร้านที่ส่งสินค้าจากต่างประเทศโดยตรง) จะได้รับผลกระทบมากที่สุด
ร้านค้า Cross-border คือร้านค้าที่มีสต็อกสินค้าอยู่ต่างประเทศ และจัดส่งเข้ามาให้ผู้ซื้อในไทยแบบข้ามพรมแดน โดยไม่ผ่านคลังสินค้าภายในประเทศ มักพบในแพลตฟอร์มใหญ่ เช่น Shopee, Lazada (มีป้ายระบุ “จัดส่งจากต่างประเทศ”, “ส่งจากจีน” ฯลฯ)
เพราะแพลตฟอร์มจะต้องกำหนดราคาที่รวมภาษี, ระบบตรวจสอบเอกสาร รวมถึงค่าบริหารและดำเนินการศุลกากร
รวม Checklist ร้านค้าต้องเตรียมตัวยังไงบ้าง?
1). ทบทวนว่าสินค้าของร้านเป็นสินค้า “นำเข้า” หรือไม่
ควรทบทวนว่าสินค้าของคุณเข้าข่ายกลุ่มที่เคยได้รับยกเว้นภาษี เนื่องจากราคาต่ำกว่า 1,500 บาทหรือไม่ เพราะในปีหน้าคุณจะไม่ได้รับสิทธินี้แล้ว จึงแนะนำให้เริ่มคำนวณต้นทุนใหม่แบบละเอียดเพื่อเตรียมความพร้อม
2). คำนวณต้นทุนใหม่หลังมีภาษี
โดยสิ่งที่ร้านต้องคำนวณเพิ่มมีดังนี้
  • อากรนำเข้า (Import Duty) (อัตราขึ้นอยู่กับสินค้าแต่ประเภท สามารถค้นหาพิกัดอัตราศุลกากรได้ที่ เว็บไซต์กรมศุลกากร)
  • ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%
  • ค่าดำเนินการศุลกากรขนส่ง (บริษัทขนส่งเก็บเพิ่ม)
  • ค่าคลัง หรือค่ารอจัดการสินค้า
วิธีคำนวณเบื้องต้น
  • หา HS Code ของสินค้าที่จำหน่าย (เช่น เสื้อผ้า, รองเท้า, เครื่องประดับ)
  • เข้าเว็บไซต์กรมศุลกากร → ค้น HS Code → ดูอัตราภาษีนำเข้า (Import Duty) ที่ใช้กับสินค้าจากต่างประเทศ
  • ตรวจสอบว่า “ประเทศต้นทาง” มีข้อตกลงการค้า (FTA) หรือไม่ ซึ่งหากมีก็อาจทำให้อัตราภาษีของคุณลดลง
  • คำนวณต้นทุน (CIF = Cost + Insurance + Freight) → ใช้อัตราภาษีที่ได้ → บวก VAT (ตามที่ระบบกำหนด) → ประเมินราคาสินค้าใหม่
ตัวอย่างการคำนวณเบื้องต้น หลังกฎหมายเริ่มบังคับใช้ มีการนำเข้าเสื้อผ้าจากประเทศจีน ตัวละ 800 บาท
  • ภาษีนำเข้า (Import Duty) เสื้อผ้าอยู่ในหมวดที่มักโดนอัตรา ประมาณ 30% = 800 × 30% = 240 บาท
  • ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT 7%) (ราคาสินค้า + ภาษีนำเข้า) = (800 + 240) × 7% = 72.8 บาท (ปัด 73 บาท)
  • รวมที่ต้องจ่ายเพิ่ม 313 บาท/ตัว ทำให้ต้นทุนจริงหลังนำเข้า = 1,113 บาท/ตัว
หมายเหตุ : เป็นตัวอย่างเพื่อการประมาณเท่านั้น และ ไม่รวมค่าขนส่ง/ประกัน (ถ้ามี ควรนำมาบวกเพื่อคำนวณ CIF)
3). ปรับโครงสร้างราคา และกำไรให้เหมาะสม
ในส่วนนี้ ทางร้านอาจต้องนำข้อมูลของต้นทุน และปัจจัยอื่น ๆ มาช่วยประเมินว่า จะสามารถปรับโครงสร้างของราคาสินค้าได้อย่างไร เช่น
  • ขึ้นราคาสินค้า
  • เพิ่มลดส่วนลด / โปรโมชั่น
  • ปรับ Packaging เมื่อต้นทุนสูงขึ้น
โดยบางร้านค้าอาจเลือกนำเข้าสินค้าเป็นล็อตใหญ่ เพื่อช่วยลดต้นทุนต่อชิ้น และย้ายสินค้าเข้าคลังในประเทศไทยไว้ล่วงหน้า ทำให้จัดส่งของให้ลูกค้าได้รวดเร็วขึ้น
Trick! คุณสามารถใช้ระบบบัญชีของ LnwShop Pro เพื่อ Export ข้อมูลต้นทุนสินค้าออกมา แล้วนำต้นทุนเดิมมาเปรียบเทียบกับแนวโน้มต้นทุนใหม่ เพื่อช่วยตัดสินใจ และยังสามารถใช้ระบบ Export – Import ข้อมูลราคาขายสินค้ากลับเข้าระบบ เพื่อจัดการรายการสินค้าอย่างเหมาะสมได้เลย
4). วางแผนนำเข้าสินค้าแบบใหม่ ช่วยลดความเสี่ยงเรื่องสินค้าขาดสต็อก
แน่นอนว่าเมื่อกฎหมายใหม่บังคับใช้แล้ว การนำเข้าจะใช้เวลานานขึ้น และควบคุมต้นทุนได้ยากขึ้น
ทางร้านควรวางแผนระยะเวลาทั้งหมดที่ใช้ในการดำเนินกระบวนการให้เสร็จสมบูรณ์ (Lead Time) และคาดการณ์การขายไว้ล่วงหน้า เพื่อวางแผนจัดการสต็อกสินค้าให้มีประสิทธิภาพ หากสินค้าขาดสต็อก อาจทำให้บริษัทเสียโอกาสในการขายและอาจเสียรายได้
5). สื่อสารกับลูกค้าให้เข้าใจ หากมีการเปลี่ยนแปลงราคา
เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงราคาเกิดขึ้น ลูกค้าที่เคยซื้อขายอาจมีข้อสงสัยเกิดขึ้นได้ เพื่อป้องกันความเข้าใจคลาดเคลื่อน ทางร้านค้าควรแจ้ง หรือประชาสัมพันธ์ ให้ลูกค้าทราบถึงสาเหตุ และสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ในช่องทางที่มีการสื่อสาร พูดคุยกับทางลูกค้าอยู่แล้ว หรือเขียนบทความเกี่ยวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นบนเว็บไซต์ก็ได้เช่นกัน
Trick! ตัวอย่างข้อความแจ้งลูกค้า : เนื่องจากมีการปรับใช้กฎหมายภาษีนำเข้าใหม่ ส่งผลให้ต้นทุนสินค้าสูงขึ้น ทางร้านมีความจำเป็นต้องปรับราคาขึ้น เพื่อให้สามารถรักษาคุณภาพสินค้า และการให้บริการที่ดีแก่ลูกค้าทุกท่านได้เช่นเดิม ขออภัยในความไม่สะดวก และขอขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่ให้การสนับสนุนเสมอมาค่ะ
.
เพื่อไม่พลาดทุกแผนการนำเข้าสินค้า และลดความเสี่ยงสต็อกหมด! ขอแนะนำระบบ LnwShop ที่ช่วยให้คุณดูสถิติสินค้าขายดีทั้งรายเดือนและรายปี สามารถดูข้อมูลระบบได้ที่บทความ พาชม! หน้าสรุปสถิติการขาย (Statistics) ของร้านค้าเทพ มีข้อมูลอะไรน่าสนใจบ้างนะ? เพื่อให้วางแผนสต็อกสินค้าได้อย่างแม่นยำได้เลย
บทสรุป! เริ่มปี 2569 เป็นต้นไป ร้านค้านำเข้าสินค้าจากต่างประเทศต้องเตรียมพร้อม
  • สินค้านำเข้าทุกชิ้นที่มีมูลค่า 1 บาท จะถูกเก็บภาษี ทำให้ของถูกแบบเดิมอาจไม่มีอีกต่อไป
  • ร้านค้าที่ขายสินค้าไทย หรือผลิตในประเทศ มีโอกาสโตมากขึ้น เพราะได้เปรียบเรื่องต้นทุนสินค้านำเข้า
  • ร้านค้าที่นำเข้าสินค้าจำเป็นต้องปรับตัว ทั้งเรื่องการคำนวณต้นทุนใหม่ การตั้งราคา และแผนการนำเข้า
  • ช่วงนี้เป็นช่วงสำคัญในการปรับราคา วางแผนสต็อก และตั้งกลยุทธ์การตลาดใหม่
  • สำหรับร้านค้า LnwShop Pro อย่าลืมใช้ระบบ Export เพื่อปรับราคาสินค้า และ Export ข้อมูลต้นทุนสินค้าออกมาเพื่อนำมาเปรียบเทียบแนวโน้มต้นทุนใหม่
อ่านบทความฉบับเต็ม ที่นี่
LnwShop Pro แพลตฟอร์มออนไลน์เพื่อธุรกิจองค์กร
📲 02-026-6418
โฆษณา