Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
เล่าไปเรื่อย
•
ติดตาม
23 ธ.ค. 2025 เวลา 06:00 • ความคิดเห็น
เราถูกเลย์ออฟมาช่วงต้นปี เริ่มหางานมาตั้งแต่วันแรกที่รู้ว่าโดนเลย์ออฟ
ใช้บริหาร Career Transition ที่บริษัทจ้างมาให้สำหรับคนที่ถูกเลย์ ด้วยหวังว่า อืม...ด้วยตัวช่วยเหล่านี้ เราคงได้งานเร็วขึ้นแหละ
แต่จากวันนั้น จนถึงวันนี้ ผ่านไป ไวยิ่งกว่าโกหก เบ็ดเสร็จก็ 10 เดือนเข้าไปละ เรายังไม่ได้งานใหม่เลย
แต่ถ้าเห็นอายุเรา หลายคนก็คงจะบอก อืม...คงไม่แปลก เราอายุ 46 ค่ะ
แถมเราทำอยู่ที่บริษัทที่ถูกเชิญออกมานานกว่า 12 ปี ที่ไม่ได้ไปต่อ เพราะเหตุผลปกติของธุรกิจมาก เราไม่ได้อยู่ในแผนของโครงสร้างใหม่ของบริษัท ดังนั้น เราก็เลยต้องไป
จากวันนั้นจนถึงวันนี้ เอาจริง ๆ เราก็ยังมีเสียใจนิด ๆ ในเชิงของอารมณ์ แต่ก็พยายามคิดว่า เป็นโอกาสที่ดีแล้วแหละ ที่เราจะได้ไปสู่โลกใหม่ โอกาสใหม่ ๆ
แต่...โลกใหม่ที่ว่า ยังไม่มีประตูบานไหนเปิดให้เราเข้าไปแบบเต็ม ๆ เลยค่ะ
ช่วง 10 กว่าเดือน ที่ผ่านมา แน่นอนว่า เรามีโอกาสได้ลองเข้าไปทำงานอยู่ 2 ที่ ที่แรกทำได้อยู่ 3 สัปดาห์ แล้วเราก็เป็นคนอัปเปหิตัวเองออกมา ด้วย culture-fit ที่มันไม่เข้ากัน การอยู่บริษัทที่ให้ความสำคัญกับ culture มานาน แล้วมาอยู่ในบริษัทอีกรูปแบบหนึ่งที่แตกต่าง มันก็ทำร้ายเรากลาย ๆ เหมือนกัน เราไม่ได้โทษตัวเองที่ไม่อดทนพอ และก็ไม่ได้โทษบริษัทใหม่ที่เขามีวัฒนธรรมองค์กรที่แตกต่าง
มันก็แค่การเข้ากันไม่ได้ ที่มันทำให้ การทำงานวันละ 8 ชั่วโมง ให้ความรู้สึกทางจิตใจโหลดเหมือน 36 ชั่วโมง เราสงสารใจตัวเองก็เลย ลาออก และดูเหมือนเจ้าของเค้าก็ดูเราออกอยู่เหมือนกันว่าเราอึดอัด
ปล. งานแรกนี้ เราได้จากการแนะนำจากพี่ที่เคารพท่านหนึ่งที่เคยทำงานร่วมกัน แล้วพี่ท่านได้ refer เราให้กับทางบริษัท ซึ่งใจหนึ่งเราว่า เขาก็คงเกรงใจ แต่ตอนเข้าไปคุยเราก็คิดนะ ว่าเราน่าจะ contribute อะไรให้ได้ แต่รูปแบบที่เราจะ contribute มันไม่ match กับสิ่งที่เจ้าของต้องการนั่นแหละ
ส่วนต่อมา ได้มีโอกาสร่วมงานกับบริษัท start-up ด้วยระยะเวลา 2 เดือน แล้วคนที่รับเราก็บอกว่า เค้าผิดเองที่จ้างเราเร็วเกินไป เพราะบริษัทยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นมาก แม้ทุกวันนี้ เราจะยังสงสัยว่า สิ่งที่เราทำมันไม่ hands-on พอตรงไหน แต่การที่เขาเลือกตัดสินเราจากการคุยกันเพียง 1-2 ครั้ง (งานเป็นแนว remote) ตอนที่เค้าบอกว่า เดือนหน้า ก็คือวันรุ่งขึ้น ไม่ต้องมาทำงานแล้ว ความคิดที่ว่า "not good enough" ถาโถมเข้ามาอีกครั้ง
แต่พอตั้งสติได้ ก็คิดได้ว่า ไม่หรอก เราก็แค่เป็นผลของการตัดสินใจพลาดของคน ๆ หนึ่ง แล้วเค้าก็ไม่ได้มีหน้าที่มารับผิดชอบความรู้สึก หรือชีวิตเราต่อจากนั้น
หางานต่อไปค่ะ
งานแล้ว งานเล่า พอได้สัมภาษณ์ หัวใจก็จะพองโต
บางทีได้ทำเทสต์ แล้วก็บอกว่า เราตัดสินใจเลือกอีกคนไป ภาพการทำเทสต์ถึงห้าทุ่มก็ลอยมา แล้วก็ละลายไป
บางการสัมภาษณ์ ให้ความรู้สึกดีมากว่า งานนี้แหละใช่
อีเมลวันรุ่งขึ้นกลับกลายเป็นว่า "มันเป็นการตัดสินใจที่ยาก แต่เราได้ตัดสินใจเลือกผู้สมัครอีกคน แล้วอีกสักพัก ก็ประกาศรับสมัครใหม่ ด้วยเงินเดือนที่น้อยลง"
การต่อสู้กับการโดนปฎิเสธ และความผิดหวังครั้งแล้วครั้งเล่านี่ ก็ท้าทายดีนะ
ปีนี้ เป็นปีที่เราร้องไห้เยอะมาก น่าจะมากสุดเท่าที่จำความได้
หลายครั้งก็คิดว่านี่ชั้น 46 หรือ 64 ทำไม โอกาสที่ต้องการแค่ครั้งเดียว มันช่างยากเหลือเกิน
ปีนี้ เป็นคริสมาสต์ และการฉลองปีใหม่ที่รู้สึกแตกต่างออกไป
ทุก ๆ ปี ช่วงนี้คือช่วงของการรอคอยที่จะได้พัก หลังจากทำงานเป็นบ้าเป็นหลังมาตลอดทั้งปี
แต่ปีนี้ ถ้าพัก จะรู้สึกผิดทุกครั้ง เพราะเหมือนละเลยสิ่งที่ควรทำ จนกว่าจะได้งานใหม่ หรืออาชีพใหม่
เราควรมองด้านดี ๆ ของชีวิตเข้าไว้สินะ
เรามีช่องยูทูปที่โตจาก 0 subs ตอนนี้ก็ 11k subs แล้ว นี่คือสิ่งที่ชูใจเล็ก ๆ ของคนที่ตอนนี้จะจ่ายค่าไฟ ยังต้องไปขุดเหรียญจากกระปุกมาจ่าย
อีกไม่นาน โอกาสของเราจะต้องมาถึง จะพยายามไม่ท้อนะ
ร้อง(ไห้)ไป สู้ไป ไม่ถอยโว้ยยยยย
หางาน
ไลฟ์สไตล์
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย