Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
สงคราม story
•
ติดตาม
23 ธ.ค. 2025 เวลา 08:52 • วิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยี
เขมรไว้ใจไม่ได้ ส่ง Cobra ออกปฏิบัติการ!
หากสยามยังอยู่ยั้งยืนยง
เราก็เหมือนอยู่คงชีพด้วย
หากสยามพินาศลงไทยอยู่ ได้ฤๅ
เราก็เหมือนมอดม้วยหมดสิ้นสกุลไทยฯ
ใครรานใครรุกด้าวแดนไทย
ไทยรบจนสุดใจขาดดิ้น
เสียเนื้อเลือดหลั่งไหลยอมสละ สิ้นแล
เสียชีพไป่เสียสิ้นชื่อก้องเกียรติงามฯ
เนื้อเพลงสยามานุสสติ
สวัสดีท่านผู้อ่านทุกท่านอีกครั้งครับ อีกแล้วหรือนี่ที่จะต้องนำเสนอบทความนี้ อันที่จริงผู้เขียนเคยเขียนบทความเกี่ยวกับฮ.แบบนี้ไปแล้ว 3-4 ครั้ง มาคราวนี้ที่ต้องวนเวียนกลับมาเขียนอีกรอบ เนื่องด้วยสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาที่กำลังลุกลามบานปลายเป็นสงครามใหญ่ จนถึงขณะนี้สงครามก็ยังไม่ยุติจึงต้องขออนุญาตเขียนบทความเกี่ยวกับ Bell AH-1 Cobra อีกครั้ง ไม่ใช่เพราะต้องตามกระแส ไม่ใช่เพราะใครขอให้เขียน ไม่ใช่เพราะไม่มีบทความใหม่มาให้เขียน
ที่เขียนเพื่อต้องการให้เป็นข้อเท็จจริงและเป็นสาระสำหรับท่านผู้อ่านทุกท่าน หากท่านผู้อ่านใดที่เคยอ่านแล้วมาอ่านเรื่องนี้คิดเสียว่าเป็นการทบทวนก็ยังได้ เพราะบางทีเวลาผู้เขียนนำมาเขียนก็มีลืมเช่นกัน จึงขอนำเสนอบทความนี้อีกครั้งในเวอร์ชั่นปรับปรุง เรื่องราวของเฮลิคอปเตอร์โจมตีแบบนี้จะเป็นเช่นไร ไปติดตามกันครับ
แม้ว่าในแหล่งข้อมูลไม่ว่าจะเป็นทางข่าวโทรทัศน์ ข่าวออนไลน์ หรือบทความทางการทางทหารส่วนใหญ่ที่กล่าวถึงสงครามไทย-กัมพูชาครั้งล่าสุดจะเน้นไปที่การนำเสนอบทบาทของเครื่องบินขับไล่ไอพ่นทั้ง 2 แบบคือ F-16 และ Gripen แต่ในส่วนของกองทัพบกก็มี "หมัดจากท้องฟ้า" นั่นคืออากาศยานโจมตีโดยเฉพาะ Bell AH-1 Cobra ก็มีบทบาทสำคัญในสงครามครั้งนี้ในการสนับสนุนทหารราบฝ่ายไทยและปราบรถถังฝ่ายกัมพูชาที่มาประชิดชายแดน
Cobra ขึ้นปกนิตยสารสงคราม
นี่คือเฮลิคอปเตอร์ที่ปฏิวัติหลักนิยมการรบภาคพื้นดินในหน้าประวัติศาสตร์การบินทหาร
สำหรับ AH-1 Cobra เป็นอากาศยานปีกหมุนแบบแรกของโลกที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการติดอาวุธรบโดยเฉพาะ ซึ่งหน้าที่แบบนี้เฮลิคอปเตอร์แบบอื่นเช่น UH-1 Huey ก็ทำได้แต่อาจมีท่านผู้อ่านบางท่านสงสัยว่า จริงๆฮิวอี้ติดอาวุธแล้วดูน่าเกรงขาม แต่ไม่เหมาะสมในบางบริบท เพราะมีความคล่องตัวจะน้อยกว่าเมื่อนำมารบ
Bell ได้นำประสบการณ์และรากฐานจาก UH-1 Huey มาใช้ในการพัฒนาเฮลิคอปเตอร์โจมตี Cobra โดยออกแบบลำตัวให้มีความเพรียวบางและเรียวยาวอย่างยิ่งยวด รูปแบบที่นั่งเป็นแบบ Tandem Seat ที่นั่งเรียงกันหน้า-หลังโดยที่พลปืนจะนั่งอยู่ด้านหน้า และนักบินจะอยู่ด้านหลัง
การออกแบบเช่นนี้ทำให้ Cobra ดูคล้ายเครื่องบินขับไล่และโครงสร้างที่เพรียวบางของมันทำให้โอกาสที่จะโดนยิงจากปืนเล็กของศัตรูมีน้อยกว่าเฮลิคอปเตอร์แบบอื่นที่กองทัพสหรัฐฯใช้ในสงครามเวียดนาม
รุ่นแรกของตระกูล Cobra คือ AH-1G Huey Cobra ที่ถูกสร้างขึ้นในปีค.ศ.1966 และมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องหลายรุ่นมาจนถึงรุ่น AH-1F ซึ่งเป็นรุ่นหลักที่กองทัพบกไทยจัดหามาใช้
สำหรับแบบที่กองทัพบกไทยใช้นั้นคือ AH-1F Cobra ซึ่งเป็นรุ่นที่พัฒนาในช่วงปลายปีค.ศ.1970 ใช้เครื่องยนต์แบบเดียว (Single Engine) คือ Lycoming T53 L703 ที่ให้กำลังสูงสุดถึง 1,800 แรงม้า Cobra รุ่นนี้สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ 319 กม./ชม. และมีความเร็วเดินทางอยู่ที่ 263 กม./ชม. โดยมีระยะทำการหรือพิสัยการบิน 510 กม.
ใช้ระบบใบพัดหลักแบบ True Blade Main Rotor หรือแบบ 2 ใบพัด ที่มีโครงสร้างเรียบง่ายและทนทาน
Cobra ของกองกำลังป้องกันตนเองทางบกญี่ปุ่น
เกราะป้องกันจะครอบคลุมจุดสำคัญของ AH-1F เช่น ห้องนักบินและเครื่องยนต์ เพื่อต้านทานกระสุนปืนขนาดเล็กและปืนกลเบาจากทหารราบฝ่ายตรงข้าม นอกจากนี้ยังมีถังเชื้อเพลิงแบบ Self-sealing fuel tank ที่สามารถปิดผนึกตัวเองได้เมื่อถูกยิง และมีระบบลดความร้อนจากเครื่องยนต์ (IR Suppressor) ติดตั้งที่ปลายท่อไอเสียเพื่อหลบหลีกการตรวจจับจากขีปนาวุธนำวิถีด้วยความร้อน
อำนาจการยิงของ AH-1F นั้นถูกออกแบบให้มีขีดความสามารถการยิงขั้นสูงและสามารถติดตั้งอาวุธได้หลากหลายตามภารกิจ อาทิเช่น ปืนหลักที่ใช้ติดตั้งป้อมปืน M197 แบบ 3 ลำกล้อง ขนาด 20 มม. ที่ส่วนหัวของเครื่อง ปืนนี้สามารถหมุนได้รอบทิศทาง มีกระสุน 750 นัด และยิงในอัตรา 750 นัดต่อนาที สามารถเลือกใช้กระสุนเจาะเกราะเพื่อจัดการกับยานเกราะหนักรวมถึงรถถังได้
ไม่เพียงเท่านี้ยังมีปีกสั้นสำหรับติดตั้งแท่นยิงจรวด (Hard Points) 4 ตำแหน่ง อาวุธหลักคือจรวด Hydra 70 ขนาด 70 มม. ซึ่งใช้บรรจุในท่อยิงจรวด แบบ M158 จำนวน 7 นัด หรือ M200 จำนวน 19 นัดเพื่อโจมตีเป้าหมายที่กระจายในวงกว้างอาวุธประเภทสุดท้ายที่สำคัญคือจรวด TOW (BGM-71) ซึ่งเป็นขีปนาวุธนำวิถีด้วยสายไฟที่มีความแม่นยำสูงและมีประสิทธิภาพในการทำลายรถถัง
AH-1F เป็น Cobra รุ่นแรกที่ติดตั้งจอแสดงผลแบบ Head-up Display (HUD) เพื่อแสดงข้อมูลการบินและอาวุธให้แก่นักบินและพลปืนโดยไม่ต้องละสายตาจากเป้าหมาย นอกจากนี้ ยังมีระบบเล็งเป้า (Targeting System) ที่ประกอบด้วยกล้องส่องทางไกลและระบบเล็งเป้าด้วยเลเซอร์ ทำให้สามารถระบุและล็อกเป้าหมายได้อย่างรวดเร็ว และสามารถใช้ระบบกล้องมองกลางคืน (Night Vision System) ในการปฏิบัติการยามค่ำคืนได้ อย่างไรก็ตาม AH-1F ไม่มีระบบเรดาร์ตรวจจับเป้าหมายใช้การค้นหาด้วยสายตา ซึ่งเป็นข้อจำกัดเมื่อเทียบกับอากาศยานยุคใหม่
ในเราไว้ใจเขมรไม่ได้ Cobra ก็ยังคงสู้รบต่อไป
ในกองทัพบกไทย (Royal Thai Army) เฮลิคอปเตอร์โจมตี Bell AH-1F Cobra มีบทบาทและภารกิจที่สำคัญอย่างยิ่ง
โดยประจำการในสังกัดของกองพันบินที่ 3 กรมบิน ศูนย์การบินทหารบก กองทัพบกไทย ในชื่อราชการคือเฮลิคอปเตอร์โจมตีแบบที่ 1 (ฮจ.1) ที่เรียกแบบนี้เพราะเป็นเฮลิคอปเตอร์แบบแรกของกองทัพบกไทยที่ทำภารกิจเช่นนี้ได้คล่องตัวและมีสมรรถนะสูงในการรบ
AH-1F มีบทบาทหลักในการสนับสนุนการปฏิบัติการภาคพื้นดินของกองทัพบกไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ที่มีความขัดแย้งหรือสมรภูมิตามพื้นที่ชายแดน
ภารกิจหลักของ AH-1F Cobra ในกองทัพบกไทย ประกอบด้วยการโจมตีทางอากาศ ภารกิจนี้คือการโจมตีเป้าหมายที่อยู่ภาคพื้นดินโดยตรงเป้าหมายรวมถึง รถถัง ยานเกราะ ที่ตั้งของข้าศึก หรือที่ตั้งของกองกำลังพล
ต่อมาคือการบินสนับสนุนทางอากาศโดยใกล้ชิด (Close Air Support - CAS) เป็นการให้การสนับสนุนแก่กองกำลังภาคพื้นดินที่กำลังเข้าปะทะกับข้าศึก โดยจะทำการโจมตีเป้าหมายตามคำสั่งของหน่วยทหารภาคพื้นนั้น ๆ
ตามมาด้วยการลาดตระเวนติดอาวุธ เป็นการบินลาดตระเวนในพื้นที่อันตราย พื้นที่เสี่ยงภัย หรือแนวหน้า เพื่อหาข่าวกรองรวมไปถึงการโจมตีเป้าหมายตามโอกาส หากบินไปพบกับกองกำลังหรือขบวนรถทหารของข้าศึกก็สามารถโจมตีได้ทันที ภารกิจนี้รวมถึง การลาดตระเวนเชิงรุก และ การสกัดกั้นการแทรกซึมในพื้นที่ทุรกันดารบริเวณชายแดน
ในสงครามไทย-กัมพูชา AH-1F คือแมลงปอเหล็กแบบเดียวที่กองทัพบกไทยใช้โจมตีข้าศึก
ปิดท้ายด้วยอีกหนึ่งภารกิจคือการบินคุ้มกัน (Escort) โดยจะทำหน้าที่คุ้มกันเฮลิคอปเตอร์ลำเลียงพลหรือเครื่องบินลำเลียงแบบอื่น ๆของฝ่ายเรา AH-1F จะทำการบินด้วยความสูง เพื่อตอบโต้รวมทั้งป้องกันฝ่ายเราจากภัยคุกคามทั้งทางอากาศและภาคพื้นดิน อาจรวมไปถึงการคุ้มกันขบวนรถที่อยู่ภาคพื้นด้วย
การจัดหา AH-1F เข้ามาประจำการนั้นเกิดขึ้นในช่วงปลายทศวรรษที่ 1980 แล้วนำเข้าประจำการครั้งแรกในค.ศ.1991 สมัยที่พลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ เป็นนายกรัฐมนตรี เพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์ความมั่นคงที่เปลี่ยนไปรอบชายแดน
นับตั้งแต่ที่เฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-1F Cobra เข้าประจำการในกองพันบินที่ 3 เมื่อปีค.ศ.1991 โดยมีประจำการจำนวน 4 เครื่อง หลังจากนี้นได้มี 1 เครื่องสูญเสียไปจากอุบัติเหตุในปีค.ศ.2000 และจัดหาเพิ่มเติมอีก 4 เครื่องที่เคยประจำการในกองทัพบกสหรัฐฯ (US Army) ในปี ค.ศ.2012
ในปัจจุบันเฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-1F ที่ใชทุกเครื่องมีการเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดคือการทำสีประจำเครื่องเป็นสีดำกึ่งเงา(semi gloss black) ที่ดูเหมือนเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไปแบบที่ 212 ฮ.ท.212 (Bell 212) ที่ได้รับการปรับปรุงความทันสมัยไม่ติดเครื่องหมาย roundle สีธงชาติไทย อักษรย่อ "ทบ." และหมายเลข serial number ที่ด้านท้ายของเครื่องเห็นได้ยาก
ปัจจุบันกองทัพบกไทยกำลังจัดหา AH-6i เพื่อทดแทน AH-1F ที่ใช้มาตั้งแต่สมัยพลเอกชาติชาย
AH-1F Cobra นั้นเหมาะสมอย่างยิ่งที่จะนำไปประจำการในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือและพื้นที่ใกล้ชายแดนภาคตะวันตก เนื่องจากมีความคล่องตัวและว่องไวดังนั้นหากปฏิบัติการในพื้นที่ที่เข้าถึงยากหรือทุรกันดาร จึงอาจทำได้ดีเมื่อเทียบกับเฮลิคอปเตอร์แบบอื่นที่กองทัพบกไทยใช้
มีการระบุว่า AH-1F Cobra เคยถูกใช้ในการฝึกยุทธวิธีแล้วนำไปรบจริงร่วมกับกองกำลังภาคพื้นดินในช่วงวิกฤตชายแดนไทยกับกัมพูชาค.ศ.2025
อย่างไรก็ตาม อีกมุมหนึ่งมองว่าไม่เคยมี Cobra ถูกใช้ในการรบจริง หรือยิงจรวดในภารกิจจริง ในประเทศไทย แม้ว่าจะเข้าประจำการในจำนวนจำกัดและถูกใช้งานอย่างประหยัด แต่การมี AH-1F Cobra ถือเป็นการสร้างประสบการณ์ครั้งแรกให้แก่นักบินเฮลิคอปเตอร์ไทยในการควบคุมอากาศยานโจมตีเฉพาะทาง และเป็นจุดเริ่มต้นของแนวคิดอำนาจโจมตีทางอากาศเฉพาะทางสำหรับกองทัพบกไทย
สลับภาพมาที่สงครามไทย-กัมพูชาที่ปะทุอยู่เป็นวันที่ 16 แล้ว กองทัพบกไทยได้นำเฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-1F Cobra มาปฏิบัติงานจริงตามแนวชายแดน แต่ไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดการรบรวมถึงพื้นที่การปฏิบัติการเหมือนกับอากาศยานแบบอื่นเช่น F-16 และ Gripen ที่สื่อนำเสนอ นำมาใช้ดีกว่าไม่ได้ใช้ การที่มีเฮลิคอปเตอร์ Cobra ออกศึกจัดการเป้าหมาย แม้จะไม่มีข้อมูลมายืนยันมากนัก กองทัพบกไทยก็ยังคงพึ่งพาแมลงปอเหล็กแบบนี้สู้ต่อไปจนกว่าคำว่า "หยุดยิง" จะมาถึง ซึ่งคงต้องรอกันต่อไปตราบใดที่ทหารกัมพูชาไม่เลิกเป็นปรปักษ์กับเรา
อย่างน้อยการนำเฮลิคอปเตอร์โจมตีแบบคลาสสิครุ่นนี้ก็เป็นการตอกย้ำถึงความแข็งแกร่งทางทหารของไทยในการปราบปรามรถถังและยานเกราะกัมพูชาที่รุกล้ำดินแดนไทย ขอฝากไปถึงท่านฮุนเซน ว่าถ้าท่านยังยิงเข้ามาอีก ส่งทหารเข้ามาอีก ส่งอาวุธเข้ามาอีก ยานพาหนะทางบกของท่านทุกคันจะเละเป็นจุลเพราะฝีมือ AH-1F Cobra ถ้าท่านไม่เป็นฝ่ายเริ่มก่อนป่านนี้ก็คงไม่โดน AH-1F เป้ารถถังและยานเกราะกระจุยไปแล้ว
กองทัพบกไทยถือเป็นชาติแรกในอาเซียนที่ประจำการด้วยเฮลิคอปเตอร์โจมตี Cobra
⏩ข้อมูลจำเพาะเฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-1F กองทัพบกไทย🇹🇭
ประเภท: เฮลิคอปเตอร์โจมตีสองที่นั่งเรียงกัน
เครื่องยนต์: GASTURBINE TURBOSHAFT แบบ LYCOMING T-53L-703 กำลัง 1,800SHP หนึ่งเครื่อง
มิติขนาด: เส้นผ่าศูนย์กลางใบพัดประธาน 13.41m, เส้นผ่าศูนย์กลางใบพัดหาง 2.59m, ความยาวลำตัว 13.6m, ความกว้างลำตัว 0.99m, ความสูง 4.09m
ความเร็วสูงสุด: 190knots ความเร็วเดินทาง: 150knots ความเร็วเดินทางเมื่อติดอาวุธเต็มระบบ: 120knots
พิสัยบิน: 537km (290nmi)
เพดานบิน: 12,200feet
บินได้นาน: 2ชั่วโมง 3นาที
ประเภทเชื้อเพลิง: JP8
ความจุเชื้อเพลิง: 290GAL (992 liters)
อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง: 450 liters/hour
น้ำหนักตัวเปล่า: 2,999kg (6,598lbs) น้ำหนักบินขึ้นสูงสุดพร้อมอาวุธ: 10,000lbs (4,545kg)
ระบบอาวุธ:
ปืนใหญ่อากาศ M197 GATLING สามลำกล้องหมุนขนาด 20mm กระสุน 750นัด ระยะยิงหวังผล 2,000m
จรวดอากาศสู่พื้น Hydra 70 ขนาด 2.75in ในกระเปาะจรวดแบบ M261 ความจุ 19นัด ระยะยิงหวังผล 6,000m
จรวดต่อสู้รถถังขนาดกลางนำวิถีด้วยเส้นลวดแบบ BGM-71 TOW ในแท่นยิง 4นัด ระยะยิงไกลสุด 3,750m
ปีที่เข้าประจำการ : ค.ศ.1991
ประจำการที่ : กองพันบินที่ 3 กรมบิน ศูนย์การบินทหารบก
นี่คือเรื่องราวของเฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-1F กองทัพบกไทยที่นำมาเสนอเป็นครั้งที่ 2 เฮลิคอปเตอร์แบบนี้ด้วยจำนวนที่มีจำกัด ไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการรบจริงแต่อย่างใด ในกองทัพบกไทย ณ ขณะนี้
Cobra คือฮ.ที่คลาสสิคแต่อันตรายสำหรับฝ่ายตรงข้ามที่รุกรานไทยในเวลาเดียวกัน
แม้ AH-1F Cobra จะไม่ใช่เฮลิคอปเตอร์ที่ทันสมัยที่สุด แต่พอเกิดสงครามไทย-กัมพูชา การปรากฏตัวของฮ.ดังกล่าวที่แนวหน้าด้วยรูปทรงที่ดุดันและน่าเกรงขามจนฝ่ายตรงข้ามเริ่มเสียขวัญกำลังใจ จึงอาจทำให้กลายเรื่องเล่าไปอีกยาวว่าครั้งหนึ่งเฮลิคอปเตอร์ Cobra เคยจัดการรถถังและยานเกราะกัมพูชามาแล้ว
นี่จึงทำให้เห็นแล้วว่าการที่กองทัพบกไทยเลือกใช้งานเฮลิคอปเตอร์รุ่นเก่าที่มีประสิทธิภาพสูงนั้นเป็นความจำเป็นอย่างยิ่งในการทำสงครามพิทักษ์ชายแดนไทย ณ ขณะนี้จนกว่าจะมีเฮลิคอปเตอร์โจมตีที่ดีกว่านี้มาทดแทน สำหรับวันนี้ขอลาไปก่อน สวัสดีครับ
Credit บทความและภาพประกอบ
Nattapol Kerdsak
Airlinesweek
Thai Weapon Channel
Mark Rourke
นิตยสารสงคราม
FRED WILLEMSEN
วอร์โซน เรื่องราวสงคราม
History World
เรียบเรียงโดย : จ่าหวาน เกรียงไกร
สงคราม
ทหาร
ประเทศไทย
บันทึก
1
2
1
2
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย