การที่ผิวหนังดูมี "สีเหลือง" หรือหมองคล้ำลงเมื่ออายุมากขึ้น (Sallow Skin) เป็นเรื่องปกติของกระบวนการแก่ชรา (Aging) ซึ่งเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยาและปัจจัยภายนอกรวมกัน โดยมีสาเหตุหลักๆ ดังนี้
1. ปฏิกิริยาไกลเคชัน (Glycation)
กระบวนการ: เกิดจากน้ำตาลส่วนเกินในร่างกายเข้าไปจับตัวกับโปรตีน (เช่น คอลลาเจนและอีลาสติน) ทำให้เกิดสารที่เรียกว่า AGEs (Advanced Glycation End-products)
ผลลัพธ์: สาร AGEs นี้มีสีออกเหลืองหรือน้ำตาล และทำให้คอลลาเจนเสื่อมสภาพ แข็งตัว และขาดความยืดหยุ่น ผิวจึงดูเหลือง ไม่สดใส และเหี่ยวย่น
2. การไหลเวียนของเลือดลดลง (Decreased Microcirculation)
ในวัยหนุ่มสาว ผิวจะมีสีชมพูระเรื่อเพราะมีเส้นเลือดฝอยสูบฉีดเลือดมาเลี้ยงผิวหนังได้ดี
พออายุมากขึ้น จำนวนเส้นเลือดฝอยและการไหลเวียนเลือดจะลดลง ทำให้สีชมพูตามธรรมชาติหายไป เหลือแต่สีพื้นของผิวหนังและชั้นไขมัน ซึ่งอาจจะดูซีดหรือออกเหลืองได้ง่ายขึ้น
3. การสะสมของเสียในเซลล์ (Lipofuscin)
เมื่ออายุมากขึ้น กระบวนการกำจัดของเสียในเซลล์จะทำงานช้าลง ทำให้เกิดการสะสมของเม็ดสีที่เรียกว่า ไลโปฟัสซิน (Lipofuscin) หรือ "รงควัตถุแห่งความชรา" (Age pigment) ซึ่งมีสีเหลืองน้ำตาล สะสมอยู่ในเซลล์ผิวหนัง
4. การผลัดเซลล์ผิวช้าลง (Slower Cell Turnover)
โดยปกติผิวจะผลัดเซลล์เก่าทิ้งทุก 28 วัน แต่เมื่ออายุมาก วงจรนี้จะช้าลง ทำให้เซลล์ผิวที่ตายแล้วทับถมกันอยู่บนชั้นผิว ผิวจึงดูหมองคล้ำ ไม่สะท้อนแสง และอาจดูเหลืองนวลๆ ไม่กระจ่างใส
5. การถูกแสงแดดทำลายสะสม
การโดนแดดสะสมมาเป็นเวลานาน รังสียูวีจะทำลายเส้นใยอีลาสติน ทำให้เกิดภาวะ Solar Elastosis ซึ่งผิวจะหนาตัวขึ้น หยาบกร้าน และมีสีเหลืองเข้มชัดเจน
6. ผิวหนังบางลง
เมื่อเราแก่ตัวลง ชั้นหนังกำพร้า (Epidermis) และชั้นหนังแท้ (Dermis) จะบางลง
ผลลัพธ์: สิ่งที่อยู่ใต้ผิวหนังคือ "ชั้นไขมันใต้ผิวหนัง" (Subcutaneous Fat) ซึ่งโดยธรรมชาติมันมีสีเหลือง พอผิวบางลงจนโปร่งแสง เราจึงมองเห็นโทนเหลืองของไขมันนี้สะท้อนออกมาได้ชัดเจนขึ้น
#ชะลอวัย #ผิวบาง #รักสุขภาพ #สุขภาพและความงาม #เรื่องของผิว