24 ธ.ค. 2025 เวลา 05:03 • ประวัติศาสตร์

จารึกอักษร​เฉียวโถว​ จีน​ 8 พันปี,​อักษร​หยางเสา 6 พันปี คล้ายอักษร​มายา​ และ​สามก๊กจีน​ 5,300​​ ปี​

อักษรมายา​ 2,300​ ปีก่อน​[มีอายุ​ระหว่าง​ศตวรรษที่ 3 ก่อนคริสต์ศักราช – คริสต์ศตวรรษที่ 16​ ​ หรือ​ 2,300​ - 1,600 ปีก่อน]
ชาวอินเดีย​นแดงอพยพ​จากเอเชีย​ไปอเมริกา​ผ่านสะพานเบริงเจีย: ในยุคน้ำแข็ง (Ice Age)​ ระดับน้ำทะเลลดลง ทำให้เกิดสะพานแผ่นดินเชื่อมระหว่างเอเชียตะวันออก (ไซบีเรีย) และอเมริกาเหนือ (อะลาสกา)
ตามหลักฐาน​ DNA เมื่อ​ 4,000​ ปีก่อน​ และใช้เวลากว่า​ 1,700​ พันปี​ อพยพ​ลงใต้ไปถึง​อเมริกา​กลาง
พันธุกรรม: DNA ยืนยันความเชื่อมโยงระหว่างชนพื้นเมืองอเมริกันกับกลุ่มชาติพันธุ์ในเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ (มองโกล) วัตถุโบราณ: การค้นพบหัวธนูหินในไซบีเรียที่คล้ายกับของชนพื้นเมืองอเมริกันโบราณ ยืนยันการเดินทางข้ามทวีป.
1
ศูนย์กลางของจักรวรรดิมายาอยู่ที่ เมืองติกาล (Tikal) ทางตอนเหนือของประเทศกัวเตมาลาในปัจจุบัน นอกจากนี้จักรวรรดิมายายังมีเมืองสำคัญอีกหลายแห่งกระจายกันอยู่ในประเทศเม็กซิโก กัวเตมาลา เบลิซ ฮอนดูรัส และเอล ซัลวาดอร์
ตามตำนานสามก็กโบราณ​ของจีน​ ยุทธการปันฉวน เกิดเมื่อ​ 4,662 ปีก่อน​
[2,637 ปีก่อนคริสตกาล]​
แต่จากหลักฐาน​ที่ค้นพบในประเทศ​จีน​ สามก็กโบราณ​ของจีน​ อาจมีอายุย้อนไป​ 5,300 ปีก่อน
#นฤพนธ์​ เพ็งอ้น​
แปล​เรียบ​เรีย​งและ​ตีความ​
1
การเกิดสามก๊ก​โบราณ​ ยุทธการปันฉวน​ ในประเทศ​จีน​ ก่อนสามก๊ก​ ราชวงศ์​ฮั่น
ก๊กที่​ 1. จักรพรรดิหวงตี้ประทับอยู่ในที่ราบภาคกลาง​ ผู้ประดิษฐ์​รถเข็มทิศชี้ทิศใต้​ และผ้าไหม​
มีหลักฐาน​การพบหยกรูปหนอนไหมกำลังชักใย​ และเข็มกระดูกร้อยไหม​ อายุ​ 5,300​ ปีก่อน​ ในประเทศ​จีน​ และใช้อาวุธธนู​ที่มีหัวลูกศร​กระดูก​
#นฤพนธ์​เพ็งอ้น​แปล​เรียบ​เรีย​งและ​ตีความ​
จักรพรรดิเหลือง​ ทรงเป็นตระกูล จีแห่ง ราชวงศ์ ซวนหยวน​ จักรพรรดิเหลืองทรงเป็นต้นตระกูล​จี​ แห่ง​ราชวงศ์​โจว​ และ
จี​ ฟูไซ​ แคว้นอู๋​ สมัยสงครามอู๋-เย่ว​ ซึ่งตรงกับยุคไซซี​ ซุนวู​
#นฤพนธ์​ เพ็งอ้น​
แปล​เรียบ​เรีย​งและ​ตีความ​
หัวลูกศรทำจากกระดูกจากประเทศจีน มีอายุราว 5,000 ปีก่อนคริสตกาล หรือ 7,000 ปีก่อน
ก๊กที่​ 2. จักรพรรดิเหยียนตี้
(炎帝, Yán Dì) สืบเชื้อสายมาจากเสินหนง หรือเทพเฉินหนง (神農) บิดาแห่งการเกษตรและแพทย์แผนโบราณ​ ประทับอยู่ทางตะวันตก ทางตะวันตกของเทือกเขาไท่หาง​ ปกครอง​มณฑลซานตง​ มีเผ่า จิ่วหลี่ที่นำ โดย กษัตริย์​ฉีโย่ว อาศัยอยู่ร่วมด้วย ต่อมาฉีโย่ว​รบชนะจักรพรรดิเหยียนตี้
ก๊กที่​ 3. กษัตริย์​ฉีโย่วเป็นผู้ปกครองเผ่าจิ่วหลี่ ประทับอยู่ทางตะวันออก​ สันนิษฐาน​ว่ากษัตริย์​ฉีโย่วใช้มีดสำริด​
ภายหลัง​การพ่ายแพ้​ บุตรหลาน​ชาวจิ่วหลี่​ ซึ่ง​ติดทะเล​ตะวันออก​จึงอาจอพยพ​ขึ้น​เหนือ​และ​ใต้​พร้อมกัน​ แต่ส่วนใหญ่​อพยพ​ลงใต้
# โทเทมเป็นสัญลักษณ์ ตรา หรือเครื่องหมายที่แสดงถึงความเชื่อและความเคารพของชนเผ่าทั้งสาม​ ในยุทธการปันฉวน
หมีสีน้ำตาล​และปี่เซี่ยเป็นสัญลักษณ์จักรพรรดิเหลือง​
เสือเป็นสัญลักษณ์จักรพรรดิเหยียน
ปี่เซี่ยตัวผู้มีเขาเดียว หันหน้าไปทางซ้าย วางเท้าซ้ายไว้ข้างหน้า มีปีกและแผงคอ ในขณะที่ปี่เซี่ยตัวเมียมีลักษณะตรงกันข้าม
เผ่าของจักรพรรดิเหยียนพ่ายแพ้ต่อ​ กษัตริย์​ฉีโย่ว
แตกออกเป็นสามฝ่าย
1. ซิงเทียนผู้ซึ่งยังคงต่อต้านจักรพรรดิเหลือง
2. จักรพรรดิเหยียนอพยพ​ลงใต้ยอมจำนนต่อจักรพรรดิ​เหลือง​
3. ฟู่ผู้ซึ่งไม่ยอมจำนนหรือต่อต้านหนีไปทางทิศตะวันออก
#นฤพนธ์​ เพ็งอ้น​
แปล​เรียบ​เรีย​งและ​ตีความ​
ยุทธการจั่วลู่​ สงคราม​ตัดสิน
จักรพรรดิ​เหลือง​ทรงรวมพันธมิตรเหยียน-หวง มีชนเผ่าต่างๆ ยอมจำนนมากขึ้นเรื่อยๆ
ต่อมา​ ฉีโย่วได้นำชนเผ่าจิ่วหลี่เข้าต่อสู้กับพันธมิตรเหยียน-หวงที่จั่วลู่ (ปัจจุบันคือหมู่บ้านจั่วลู่ มณฑลเหอเป่ย​ ประเทศ​จีน​) ในที่สุดฉีโย่วก็พ่ายแพ้ ยุทธการจั่วลู่​#นฤพนธ์ เพ็งอ้น
แปลเรียบเรียงและตีความ
ชาวฮั่น​ คือ​ ผู้สืบเชื้อสายและเคารพบรรพบุรุษของชาวฮั่น
คือจักรพรรดิเหยียนและจักรพรรดิหวง​
ชาวฮั่นสืบทอดสิ่งประดิษ​ฐ​์ของตระกูลเสินหนง​ เช่น​ การสอนผู้คนถึงวิธีการเพาะปลูกในที่รกร้างและทำการเกษตรใช้ไม้ทำไถและจอบ​ มีการใช้เซรามิก​สำหรับ​เครื่องครัว สำหรับรับประทานอาหารและเครื่องดื่ม​ สิ่งทอสกัดเส้นใยป่าน ใช้กงล้อปั่นด้ายทอผ้า และคิดค้นการเลี้ยง ไหม เสินหนงทดลองชิมสมุนไพรหลายร้อยชนิด และพบพิษถึงเจ็ดสิบชนิดในวันเดียว เขาได้ทดลองชิมสมุนไพรหลายร้อยชนิดเพื่อทำความเข้าใจสรรพคุณทางยาของพวกมัน เสินหนงเทคนิคการรักษาโรคด้วย ยา สมุนไพร
#นฤพนธ์​ เพ็งอ้น​
แปล​เรียบ​เรีย​งและ​ตีความ​
ตามบันทึก​ชาวจีน​ อ้างว่า​ เผ่าจิ่วหลี่​ ได้อพยพ​ลงใต้ต่อมาผสมผสาน​กับท้องถิ่นเดิมเป็นชาวม้ง​ ดังนั้น​ เมื่อ​ 4,662 ปีก่อน​ บุตรหลาน​ชาวจิ่วหลี่​ จึงอาจมาถึง​อเมริกา​เหนือ​ผ่านอลา​สก้า​ เมื่อ​ 4,000​ ปีก่อน​ (ผู้เขียน)​
#แนวคิด​นฤพนธ์​ เพ็งอ้น​
แปล​เรียบ​เรีย​งและ​ตีความ
จักรพรรดิเหยียนตี้ หรือ​จักรพรรดิหยาน​ สืบเชื้อสายมาจาก
เสินหนง
ตามตำนาน​ เส้าเตียนแต่งงาน กับโย่ วเฉียวและให้กำเนิดจักรพรรดิหวงและจักรพรรดิหยาน จักรพรรดิหวงประสูติริมแม่น้ำจี่ และจักรพรรดิหยานประสูติริมแม่น้ำเจียง
#นฤพนธ์​เพ็งอ้น​แปล​เรียบ​เรีย​งและ​ตีความ​
มีดสำริดหม่าเจียเหยา มณฑลกานซู ต้นแม่น้ำเหลือง ประเทศจีน อายุประมาณ 5 พันปี
สงคราม​สามก๊กโบราณ​เริ่มจาก​ จักรพรรดิเหยียนพ่ายแพ้ต่อกษัตริย์​ฉีโย่ว
ดังนั้น​ จักรพรรดิเหยียนได้ร่วมมือกับจักรพรรดิหวงเพื่อต่อสู้กับฉีโย่ว
ภายหลัง​หลังจากกษัตริย์​ฉีโย่วพ่ายแพ้ จักรพรรดิเหยียนไม่พอพระทัย​ที่จักรพรรดิหวงทรงขึ้นเป็นผู้ปกครองทั่วทุกแปดทิศ​ จักรพรรดิเหยียนจึงพยายามทวงคืนตำแหน่งที่เสียไปและก่อกบฏ จักรพรรดิเหยียนและจักรพรรดิหวงได้สู้รบกันอย่างเด็ดขาด​ ณ
ปานฉวน ซึ่งจักรพรรดิหวงทรงเป็นฝ่ายได้รับชัยชนะ จากนั้นเป็นต้นมา สถานะของจักรพรรดิหวงในฐานะผู้ปกครองทั่วแปดทิศ​ และได้รับการสถาปนาอย่างมั่นคง
2,637 ปีก่อนคริสตกาล​
ตรงกับสมัยจักรพรรดิเหลืองเริ่มปกครองประเทศ​จีน​ เมื่อ​ 4,662​ปีก่อน​ ปัจจุบัน​ จักรพรรดิเหลืองได้รับการยกย่องว่าเป็น "บรรพบุรุษของชาติจีน" ปัจจุบัน ที่เมืองเฉียวซาน มณฑลฉานซี มีสุสานของจักรพรรดิเหลืองตั้งอยู่
ตำนานเล่าว่า เมื่อจักรพรรดิเหลืองชราภาพ พระองค์ทรงสร้างขาตั้งสามขาและทรงขี่มังกรขึ้นสู่สวรรค์ เหล่าเสนาบดีต่างยิงธนูใส่เพื่อหยุดยั้งพระองค์ และมังกรก็ได้รับบาดเจ็บ เมื่อมังกรบินผ่านอาณาจักรเฉียว มันก็ลงจอดเพื่อพักผ่อน ชาวเมืองเฉียวได้ดึงรองเท้าข้างหนึ่งของจักรพรรดิเหลืองออกมา และฝังพระองค์ไว้ที่นั่น​
จักรพรรดิเหลืองทรงเชี่ยวชาญด้านการแพทย์ และตำราการแพทย์สองเล่มคือ ซูเหวินและหวงตี้เน่ยจิง กล่าวกันว่าทรงประพันธ์โดยพระองค์ อย่างไรก็ตาม แท้จริงแล้วเป็นผลงานที่คนรุ่นหลังนำมากล่าวอ้างว่าเป็นของจักรพรรดิเหลือง
แต่หลักฐาน​การค้นพบอาณาจักรเหอหลัวโบราณ​ 5,300​ ปีก่อน
ทำให้ตำนานอาจเป็นเรื่อง​จริง​เพราะ​หลักฐาน​การพบหยกไหม​ เทอร์​คว​อย​ซ์​ หยกมังกร
​เข็มกระดูก​ ซากพิธีกรรมมากกว่า 20 แห่งที่เกี่ยวข้องกับการบูชายัญมนุษย์หรือสัตว์​
กำแพงล้อมรอบที่มีโครงสร้างป้อมปราการที่เก่าแก่ที่สุดเท่าที่รู้จัก พื้นที่อยู่อาศัยส่วนกลางขนาดใหญ่ที่ล้อมรอบเป็นแถว
ฐานรากดินอัดขนาดใหญ่ ซากปรักหักพังดินอัดขนาดใหญ่ที่ต่อเนื่องกันซึ่งสร้างโดยใช้วิธีการอัดดิน สุสานสาธารณะขนาดใหญ่สามแห่งที่วางแผนอย่างพิถีพิถันซึ่งมีหลุมฝังศพมากกว่า 1,700 หลุม แท่นบูชาดินอัดสามแห่ง หลุมฝังศพขนาดใหญ่ที่ล้อมรอบแท่นบูชาดินอัดกลาง
แหล่งเก็บน้ำ และระบบถนน รวมถึงโบราณวัตถุทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าจำนวนมากจากยุควัฒนธรรมหยางเสา
ฐานรากบ้าน "F12" ซึ่งอยู่ตรงกลางแถวที่สอง พบว่ามีลวดลายกลุ่มดาวหมีใหญ่ที่ทำจากไหดินเผาเก้าใบวางเรียงอยู่ด้านหน้า นอกจากนี้ ยังพบรูปปั้นกวางเอลก์ที่สมบูรณ์หันหน้าไปทางทิศใต้และไปยังทางเข้า ตั้งอยู่ใจกลางอาคาร ใกล้กับขั้วเหนือของกลุ่มดาวหมีใหญ่
ระบบป้องกันที่แข็งแกร่งนี้ ประกอบด้วยคูน้ำสามชั้นซ้อนกัน มีอยู่ควบคู่ไปกับยุควัฒนธรรมหยางเสาตอนปลายที่เจริญรุ่งเรือง เมื่อรวมกับอาคารสำคัญๆ ที่มีลวดลายกลุ่มดาวหมีใหญ่ แสดงให้เห็นว่าชาวซวงฮวาซูให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการออกแบบเชิงพิธีกรรมในการวางผังเมือง และอาจมีระบบจักรวาลวิทยา "ศูนย์กลางแห่งสวรรค์และโลก​
"เมืองยุ้งฉาง" 29 แห่งที่เก่าแก่ที่สุดการศึกษาการจัดการธัญพืชและระบบภาษีของรัฐในยุคแรก
จักรพรรดิเหลืองทรงเชี่ยวชาญด้านการแพทย์ และตำราการแพทย์สองเล่มคือ ซูเหวินและหวงตี้เน่ยจิง กล่าวกันว่าทรงประพันธ์โดยพระองค์ อย่างไรก็ตาม แท้จริงแล้วตามบันทึก​ที่พบ​ เป็นผลงานชาวฮั่น​ เมื่อ​ 2,200​ ปีก่อน​
เชื่อว่านำมากล่าวอ้างว่าเป็นผลงาน​ของจักรพรรดิเหลือง
#นฤพนธ์​ เพ็งอ้น​
แปล​เรียบ​เรีย​งและ​ตีความ​
ตำนานชาวมายา​ กล่าวถึง
อิทซัมนา (Itzamná หรือ Itzam Na หรือเรียกอีกอย่างว่า God D)
ทรงเป็น​เทพเจ้า​ที่ช่วยเหลือชาวมายาโบราณด้วยการประดิษฐ์ระบบการเขียน ปฏิทินศักดิ์สิทธิ์ การเกษตร วิทยาศาสตร์ และการแพทย์ของชาวมายา
#นฤพนธ์​ เพ็งอ้น​
แปล​เรียบ​เรีย​งและ​ตีความ​
แหล่งโบราณคดีซวงฮวาซู
กลุ่มชุมชนหลักในลุ่มแม่น้ำเหลือง ซึ่งมีศูนย์กลางอยู่ที่แหล่งโบราณคดีซวงฮวาซู เป็นตัวแทนที่เก่าแก่ที่สุดของการพัฒนาอารยธรรมเกษตรกรรมและการเลี้ยงไหมในประเทศจีนอารยธรรมจีนคืออารยธรรมเกษตรกรรมและการเลี้ยงไหม รวมถึงอารยธรรมการผลิตผ้าไหม สิ่งประดิษฐ์จากผ้าไหมที่เก่าแก่ที่สุดที่ขุดพบจากแหล่งโบราณคดีโดยรอบในยุคเดียวกัน เป็นหลักฐานที่แน่ชัดว่าบรรพบุรุษของลุ่มแม่น้ำเหลืองตอนกลางได้เลี้ยงหนอนไหมและทอเส้นไหมมาแล้วเมื่อประมาณ 5300 ปีที่แล้ว
อาณาจักรเหอหลัวโบราณ
ค้นพบสมบัติของชาติชิ้นหนึ่ง นั่นคือหนอนไหมที่แกะสลักจากงาหมูป่า มีความยาว 6.4 เซนติเมตร ฝีมือการแกะสลักอันประณีต แสดงให้เห็นถึงหนอนไหมกำลังทอเส้นไหม โดยมีส่วนหลัง หัว และหางที่ยกสูงขึ้น ในฐานะที่เป็นงานศิลปะแกะสลักหนอนไหมจากกระดูกที่เก่าแก่ที่สุดของจีน ชิ้นงานนี้ พร้อมกับสิ่งประดิษฐ์จากผ้าไหมที่เก่าแก่ที่สุดที่ขุดพบจากแหล่งโบราณคดีโดยรอบในยุคเดียวกัน
เป็นหลักฐานที่แน่ชัดว่าอาณาจักรเหอหลัวโบราณ​ ของลุ่มแม่น้ำเหลืองตอนกลางบรรพบุรุษชาวจีน​ได้เลี้ยงหนอนไหมและทอเส้นไหมมาแล้ว​ เมื่อประมาณ 5300 ปีที่แล้ว
อาณาจักรเหอหลัวโบราณยังพบโบราณวัตถุเซรามิก​ 9​ ใบ​วางตามตำแหน่ง​ "กลุ่มดาวเก้าดวงแห่งกระบวยใหญ่" เซรามิก​ 9​ ใบเป็น​แท่นบูชาทรงกลมของวัดเทียนถาน​
อาณาจักรเหอหลัวโบราณมีสิ่งก่อสร้างที่เกี่ยวข้อง พระราชวังที่สร้างบนฐานดินอัดขนาดใหญ่ มีพระราชวังสองหลังตั้งเคียงข้างกัน ลานด้านหน้าและพระราชวังด้านหลัง และประตูที่มีทางเดินสามทาง... "พระราชวัง"อาคารพระราชวังที่เพิ่งค้นพบตั้งอยู่บนฐานดินอัดขนาดใหญ่ที่มีพื้นที่ 4,300 ตารางเมตร ฐานดินอัดนี้ถูกปกคลุมไปด้วยฐานรากอาคารอย่างหนาแน่น ซึ่งทั้งหมดสร้างด้วยวิธีการอัดดิน
หมายเหตุ​
สะพานเบริงเจีย: ในยุคน้ำแข็ง (Ice Age) ระดับน้ำทะเลลดลง ทำให้เกิดสะพานแผ่นดินเชื่อมระหว่างเอเชียตะวันออก (ไซบีเรีย) และอเมริกาเหนือ (อะลาสกา).
กลุ่มที่สอง: ชาวอินเดีย​นแดง​มีการอพยพเมื่อประมาณ 11,000 ปีก่อน ซึ่งใช้เครื่องมือหินที่ประณีตกว่า.
แต่เดิมตะวันตก​เชื่อ​ว่า​ อักษร​มายาไม่ใช่ระบบการเขียนที่สมบูรณ์​ในแนวคิดตะวันตก​ ต่อมา​ นักชาติพันธุ์วิทยาชาวรัสเซีย ยูริ วาเลนติโนวิช คโนโรซอฟ (Yuri Valentinovich Knorosov) อักษรมายาใช้ตัวหนังสือคำที่เติมเต็มด้วยชุดรูปอักขระพยางค์ ซึ่งคล้ายกับระบบในอักษรญี่ปุ่นสมัยใหม่​ ซึ่ง​พัฒนา​มาจาก​อักษรภาพ​จีน​ ทำให้​ปัจจุบัน​นักโบราณคดี​สามารถ​อ่านภาษา​มายาได้​จำนวน​มาก ปัจจุบัน​ และนับเป็น​ อักษร​มายา​ Maya script
ข้อความภาษามายาส่วนใหญ่มักเขียนเป็นแนวตั้งกว้างสองรูปอักษร หลายพยางค์เขียนด้วยรูปอักษรมากกว่า 1 ตัว เขียนในคอลัมน์คู่ อ่านจากซ้ายไปขวา และบนลงล่างในแนวซิกแซ็ก
ปัจจุบัน​ภาษาจีนที่ใช้ในจีนแผ่นดินใหญ่ (ตัวย่อ) เน้นการออกเสียงโดยใช้ระบบพินอิน (ละติน) เป็นหลักในการเรียนรู้และสื่อสารมากกว่าการใช้ตัวอักษรเต็มรูปแบบ ซึ่งทำให้คนเรียนเข้าถึงได้ง่ายกว่า และพินอิน (ละติน) ช่วยบอกการออกเสียงที่ถูกต้องของตัวอักษรจีนที่มีรูปเขียนต่างกัน แต่เสียงเหมือนกัน​ ทำให้การเขียนง่ายขึ้น (ขีดน้อยลง)
พินอิน (Pinyin): คือระบบถอดเสียงภาษาจีนกลางโดยใช้อักษรละติน (โรมัน) เพื่อแทนเสียงวรรณยุกต์และพยัญชนะ/สระในภาษาจีน.​
ชาวมายาใช้ระบบตัวเลขฐานยี่สิบ (ฐานยี่สิบ ) ซึ่งประกอบด้วยจำนวนเต็มเท่านั้น สำหรับการนับอย่างง่าย จะใช้สัญลักษณ์ขีดและจุด โดยจุดแทน 1 และขีดแทน 5 ส่วนสัญลักษณ์เปลือกหอยแทนศูนย์ ตัวเลขตั้งแต่ 6 ถึง 19 เกิดจากการรวมขีดและจุด และสามารถเขียนได้ทั้งแนวนอนและแนวตั้ง
เปลือกหอย = 0, I = 5
ขีดยาวแนวนอน เส้นต่อเต็มหยางแบบจีน ผสมจุดไข่ปลาคล้ายเส้นขาดหยิน อี้จิ้ง☯️ #แนวคิดของนฤพนธ์ เพ็งอ้น แปลเรียบเรียงและตีความ
ขีดสามแถวอี้จิ้ง☯️ ถูกดัดแปลง จากเส้นขาดเป็นจุด และมีจุดมากกว่าเส้นขาด #แนวคิด นฤพนธ์ เพ็งอ้น แปลเรียบเรียงและตีความ
ฉักลักษณ์อี้จิ้ง☯️ หกเหลี่ยม หกแถว ตัวอย่างตัวเลขมายานี้เป็น สี่เหลี่ยม สี่แถว #แนวคิด นฤพนธ์ เพ็งอ้นแปลเรียบเรียงและตีความ
ตระกูลภาษามายาสมัยใหม่เกือบทั้งหมดเขียนด้วยอักษรละตินมากกว่าอักษรมายา​
พยางค์อยู่ในรูปของพยัญชนะ + สระ บรรทัดบนสุดประกอบด้วยสระแต่ละตัว คอลัมน์ด้านซ้ายเป็นพยัญชนะพร้อมคำแนะนำในการออกเสียง เครื่องหมายอะพอสโทรฟี ' แทนเสียงหยุดเส้นเสียง มีรูปแบบที่แตกต่างกันของอักขระเดียวกันในเซลล์ตาราง เซลล์ว่างคือไบต์ที่ยังไม่ทราบอักขระ ที่มาภาพ พิตต์ส, มาร์ค (2008). "การเขียนด้วยอักษรมายา: ชื่อ สถานที่ และประโยคง่ายๆ : บทนำที่ไม่ใช้ศัพท์เทคนิคเกี่ยวกับอักษรมายา" FAMSI. หน้า 16–22
ข้อความภาษามายาส่วนใหญ่มักเขียนเป็นแนวตั้งกว้างสองรูปอักษร โดยแต่ละคู่แนวตั้งจะอ่านจากซ้ายไปขวา บนลงล่าง
อักษรมายามี 550 ตัว (แทนคำทั้งคำ) และ 150 ตัวแทนพยางค์ 100 ตัวแทนชื่อสถานที่และชื่อเทพเจ้า ราว 300 ตัวใช้โดยทั่วไป ตัวอย่างของอักษรพบตามจารึกหินและเขียนบนเปลือกไม้ เครื่องปั้นดินเผา และเอกสารบางส่วนในกัวเตมาลา เม็กซิโก และภาคเหนือของเบลีซ หลายพยางค์เขียนด้วยรูปอักษรมากกว่า 1 ตัว เขียนในคอลัมน์คู่ อ่านจากซ้ายไปขวา และบนลงล่างในแนวซิกแซ็ก
เครื่องปั้นดินเผาสีแดงเนื้อละเอียดและเครื่องปั้นดินเผาสีแดงผสมทราย โดยเครื่องปั้นดินเผาสีเทา
อารยธรรม​หยางเสาครอบคลุมระยะเวลา 8,000 ปี ถึง​ 4,000​ปีก่อน​ เครื่องปั้นดินเผาในยุคนี้ส่วนใหญ่เป็นเครื่องปั้นดินเผาสีแดงเนื้อละเอียดและเครื่องปั้นดินเผาสีแดงผสมทราย โดยเครื่องปั้นดินเผาสีเทาค่อนข้างหายาก และเครื่องปั้นดินเผาสีดำยิ่งหายาก
แนวคิดเรื่องการกลับชาติมาเกิดของปลาและนกที่สืบทอดกันมาเมื่อ 6,000 ปีก่อน ยังคงดำเนินต่อไปจนถึงปลายราชวงศ์ชาง ซึ่งถือเป็นการสืบทอดทางวัฒนธรรมในยุคแรกเริ่มของอารยธรรม
แหล่งโบราณสถานวัฒนธรรมหยางเสา​ 9 มณฑลและเขตปกครองตนเอง ได้แก่ ฉานซี กานซู เหอหนาน ซานซี เหอเป่ย มองโกเลียใน หูเป่ย ชิงไห่ และหนิงเซี่ย มีทั่วประเทศจีน
รวม 5,213 แห่ง
หมู่บ้านหยางเสา อำเภอเมี่ยนฉี เมืองซานเหมินเซีย มณฑลเหอหนาน​ มณฑลฉานซี 2,040 แห่ง, มณฑลเหอหนาน 1,000 แห่ง, มณฑลซานซี 1,000 แห่ง, มณฑลกานซู 1,040 แห่ง, มณฑลเหอเป่ย 50 แห่ง, เขตปกครองตนเองมองโกเลียในประมาณ 50 แห่ง, มณฑลหูเป่ย 23 แห่ง, เขตปกครองตนเองหนิงเซี่ยหุย 7 แห่ง และมณฑลชิงไห่ 3 แห่ง ในมณฑลฉานซี​
คทาจากแหล่งโบราณสถานซานซิงตุ่ยมีลวดลายผสมผสานระหว่างปลาและนก และคทาหยกรูปปลาก็ถูกค้นพบที่ซานซิงตุ่ยเช่นกัน
ลวดลายการกลับชาติมาเกิดของปลาและนกเป็นลวดลายมงคลที่ symbolizing การตั้งครรภ์และการเจริญเติบโต ซึ่งถูกใช้ในแหล่งโบราณสถานอื่นๆ จากยุควัฒนธรรมหยางเสาและใช้ต่อเนื่องมาอีกเป็นเวลานาน ลวดลายที่คล้ายกันนี้ยังพบได้ในวัฒนธรรมมายาในทวีปอเมริกา มีการค้นพบลวดลายนกที่แหล่งโบราณสถานเถาซีจากยุคหลงซาน ประติมากรรมที่มีหัวเป็นนกและหางเป็นปลา รวมถึงรูปปั้นที่ถือปลา ถูกค้นพบที่แหล่งโบราณสถานชิจิอาเหอในที่ราบเจียงฮั่น
การผสมผสานแบบนามธรรมของปลาและนก ซึ่งเป็นการสืบทอดประเพณีการผสมผสานปลาและนกของแบบบันโปต่อไป ตำนานเรื่องปลาแปลงร่างเป็นนกเผิงในหนังสือจวงจื่อ
เครื่องปั้นดินเผาเคลือบสีแบบบันโปยุคต้นของวัฒนธรรมหยางเสา มีลวดลายปลาที่เหมือนจริง ในขณะที่นกเริ่มปรากฏในลวดลายปลาของยุคบันโปตอนปลาย ลวดลายปลาเหล่านี้มีตั้งแต่เหมือนจริงไปจนถึงนามธรรม ขวดดินเผาเคลือบสีบางชิ้นที่ขุดพบในแหล่งโบราณคดีต่างๆ มีรูปร่างคล้ายปลา ลวดลายปลาและนกของแบบบันโปเป็นพื้นฐานสำหรับการอนุมานลวดลายเครื่องปั้นดินเผาเคลือบสีที่ซับซ้อนและเป็นนามธรรมมากขึ้นในแบบเมี่ยวตี้โกว
เครื่องปั้นดินเผาเคลือบสีแบบเมี่ยวตี้โกว​ มีลวดลายนกที่เหมือนจริง และลวดลายเรขาคณิตบางส่วนได้รับการตีความว่าเป็น "ดอกไม้" ลวดลายที่หมุนวนและประสานกัน รวมถึงลวดลายโค้งจุดๆ ของเครื่องปั้นดินเผาเคลือบสีแบบเมี่ยวตี้โกว
เครื่องปั้นดินเผามายา​ มีการวาดภาพและการแกะสลักดินเผาเพื่อใช้ในชีวิตประจำวันและพิธีกรรม​สอดคล้อง​กับเครื่องปั้นดินเผาเคลือบสีแบบเมี่ยวตี้โกว​ ชาวมายาใช้เครื่องปั้นดินเผาที่มีลายนกและลายดอกไม้บนแจกันและวัตถุอื่น ๆ เพื่อสื่อถึงเทพเจ้า ธรรมชาติ พิธีกรรม และชีวิตประจำวัน​ เช่น​ นกกระสาบนฝาปิดชาม หรือรูปนกรูปแบบต่าง ๆ บนแจกัน, ลวดลายพืชพรรณที่ประดับอยู่บนเครื่องปั้นดินเผาและอนุสรณ์สถาน​
#นฤพนธ์​ เพ็งอ้น​
แปล​เรียบ​เรีย​งและ​ตีความ​
ศิลปะยุคก่อนประวัติศาสตร์ที่ถึงจุดสูงสุด ลวดลายบนเครื่องปั้นดินเผา​ บริเวณตอนกลางของแม่น้ำเหลืองและที่ราบสูงโลส และกระจายอยู่ทั่วจังหวัดเหอหนาน ซานซี ส่านซี กานซู เหอเป่ย หนิงเซี่ย และชิงไห่
แหล่งโบราณสถานต้าเหอชุนเป็นแหล่งโบราณสถานวัฒนธรรมหยางเสา​ ริมลำน้ำสายหลักของแม่น้ำเหลือง​ มีอายุย้อนไปถึง 6,800 ถึง 3,500 ปี และครอบคลุมระยะเวลากว่า 3,300 ปี ที่นี่มีซากโบราณสถานจากวัฒนธรรมหยางเสา วัฒนธรรมหลงซาน และแม้กระทั่งราชวงศ์เซี่ยและราชวงศ์ชาง
เครื่องปั้นดินเผาแหล่งโบราณสถานต้าเหอชุนเป็นแหล่งโบราณสถานวัฒนธรรมหยางเสา​ ริมลำน้ำสายหลักของแม่น้ำเหลืองที่ทาสีลวดลายทางดาราศาสตร์ เช่น ลวดลายดวงอาทิตย์ ลวดลายรัศมี และลวดลายกลุ่มดาว เป็นสิ่งประดิษฐ์ทางดาราศาสตร์ที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศ​จีน​ 5,000 ปีที่แล้ว
ชาวมายานับถือเทพเจ้าแห่งดวงอาทิตย์ที่เรียกว่า คินิช อาเฮา (Kinich Ahau) มีการสร้างวิหารเพื่ออุทิศแด่เทพดวงอาทิตย์โดยเฉพาะ​ สอดคล้อง​กับเครื่องปั้นดินเผาที่แหล่งโบราณสถานต้าเหอชุนเป็นแหล่งโบราณสถานวัฒนธรรมหยางเสา​ ริมลำน้ำสายหลักของแม่น้ำเหลืองทาสีลวดลายทางดาราศาสตร์ เช่น ลวดลายดวงอาทิตย์ ลวดลายรัศมี และลวดลายกลุ่มดาว
#นฤพนธ์​ เพ็งอ้น​
แปล​เรียบ​เรีย​งและ​ตีความ​
บ้านที่มี สามห้องนอน หนึ่งห้องนั่งเล่น​ ห้องน้ำในตัว เมื่อ 5,000 ปีที่แล้ว
"บ้านอันดับหนึ่งของโลก" ยังคงรักษารูปแบบแปลนพื้นและกำแพงสูงกว่า 1 เมตร​
หลุมเถ้าถ่าน สุสาน และห้องใต้ดิน ฐานรากจากเมื่อ 5,000 ปีก่อนยังคงมองเห็นได้ บ้านวัฒนธรรมหยางเสา F1-4
แหล่ง Yiwu Qiaotouแหล่งโบราณคดีเฉียวโถวตั้งอยู่ในหมู่บ้านเฉียวโถว ตำบลเฉิงซี เมืองอี้หวู่ มณฑลเจ้อเจียง แม่น้ำถงซี เป็นแหล่งโบราณคดีวัฒนธรรมซ่างซาน มีอายุย้อนไปประมาณ 9,000 ปี​ จากภาพด้านล่าง
สังเกต​ เส้นขีดแนวนอน​ (row)​ และจุดวงกลม​ 9,000 ปีก่อน​ คล้ายเลขฐานสอง​ อี้จิ้ง​ในยุคต้นราชวงศ์​โจว​เมื่อ​ 3,100​ ปีก่อน
และคล้ายเลขจำนวน​ของมายา​ในเมโส​อเมริกา​ เมื่อ​ 2,300​ ปีก่อน​
#นฤพนธ์​ เพ็งอ้น​
แปล​เรียบ​เรีย​งและ​ตีความ​
ที่มาภาพ : เจียง เล่อผิงที่มา: หนังสือพิมพ์ People's Daily แหล่ง Yiwu Qiaotou แหล่งโบราณคดีเฉียวโถวตั้งอยู่ในหมู่บ้านเฉียวโถว ตำบลเฉิงซี เมืองอี้หวู่ มณฑลเจ้อเจียง แม่น้ำถงซี เป็นแหล่งโบราณคดีวัฒนธรรมซ่างซาน มีอายุย้อนไปประมาณ 9,000 ปี
#นฤพนธ์​ เพ็งอ้น​
แปล​เรียบ​เรีย​งและ​ตีความ​
นักโบราณคดีได้ค้นพบพีระมิดในแหล่งโบราณสถานสือเหมา​ เมืองเสินมู่ มณฑลฉานซี ประเทศจีน มีอายุย้อนหลังไป 4,300 ปี​ พีระมิดมีความสูงที่สุดอย่างน้อย 230 ฟุต (70.104 เมตร) และล้อมรอบด้วยกำแพงสูง สร้างขึ้นระหว่าง [ปี 2300 ถึง 1800 ก่อนคริสตกาล]​ ครอบคลุมพื้นที่ 4 ตารางกิโลเมตร
พีระมิดสือเหมา​ 4,300​ ปีก่อน​ ณ​ ประเทศ​จีน​ สร้างอยู่บนที่ราบสูงโลสส์ บันไดขนาดใหญ่ 11 ขั้น และล้อมรอบด้วยกำแพงสูง พื้นที่โล่งขนาดใหญ่ที่ใช้สำหรับพิธีกรรมทางศาสนาหรือการชุมนุมทางการเมืองในสมัยโบราณ ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมด 988 เอเคอร์ (ประมาณ 412 เฮกตาร์)
#นฤพนธ์​ เพ็งอ้น​
แปล​เรียบ​เรีย​งและ​ตีความ​
พีระมิดสือเหมา ประเทศจีน 4,300 ปีก่อน ที่มา วารสาร *Ancient Times* ปิรามิดชิมาโอ ประเทศจีน มียอดที่สูงที่สุดอย่างน้อย 230 ฟุต (70.104 เมตร)
แหล่งโบราณคดีสือเหมา​ ประเทศ​จีน​ ได้ขุดพบพิณปากกระดูกที่มีอายุย้อนหลังไปประมาณ 4,000 ปี​ ซึ่งเป็นเครื่องดนตรีประเภทสายที่เก่าแก่ที่สุดที่รู้จักในประเทศจีน ซากของบ่อน้ำ กระเบื้องหลังคา เสาสัญลักษณ์ดวงตาลึกลับและใบหน้ามนุษย์ถูกแกะสลักลงบนโครงสร้างหินและกำแพง
#นฤพนธ์​ เพ็งอ้น​
แปล​เรียบ​เรีย​งและ​ตีความ​
แหล่งโบราณสถานสือเหมา​ 4,300​ ปีก่อน​ ระหว่าง [ปี 2300 ถึง 1800 ก่อนคริสตกาล]​ เป็นแหล่งโบราณสถานเมืองที่ใหญ่ที่สุดที่ค้นพบในประเทศจีน ซึ่งมีอายุตั้งแต่ปลายยุคหลงซานจนถึงต้นราชวงศ์เซี่ย ตั้งอยู่บนเนินเขาทางด้านเหนือของแม่น้ำทูเว่ย ในหมู่บ้านชิมาโอ ตำบลเกาเจียเปา อำเภอเสินมู่ เมืองหยูหลิน มณฑลฉานซี บนขอบด้านเหนือของที่ราบสูงโลสในมณฑลฉานซีตอนเหนือ
#นฤพนธ์​ เพ็งอ้น​
แปล​เรียบ​เรีย​งและ​ตีความ​
ที่มา วารสาร *Ancient Times* แหล่งโบราณสถานสือเหมา 4,300 ปีก่อน เป็นแหล่งโบราณสถานเมืองที่ใหญ่ที่สุดที่ค้นพบในประเทศจีน ซึ่งมีอายุตั้งแต่ปลายยุคหลงซานจนถึงต้นราชวงศ์เซี่ย ตั้งอยู่บนเนินเขาทางด้านเหนือของแม่น้ำทูเว่ย ในหมู่บ้านชิมาโอ ตำบลเกาเจียเปา อำเภอเสินมู่ เมืองหยูหลิน มณฑลฉานซี บนขอบด้านเหนือของที่ราบสูงโลสในมณฑลฉานซีตอนเหนือ
สิ่งก่อสร้างปิรามิด​หินที่สร้างไม่เสร็จที่เก่าแก่ที่สุดที่รู้จักกันนั้นมีอายุย้อนกลับ​ไประหว่าง​ 2600​ -​ 2000 ปีก่อน​คริสตศักราช​ หรือ​ 4,600 - 4,000 ปีก่อน​
โดยตั้งอยู่ในคาราล ประเทศเปรู​ อเมริกา​ใต้
ปิรามิดเมืองคาราล ประเทศเปรูเมืองคาราลเจริญรุ่งเรืองระหว่างปี 2600 ถึง 2000 ก่อนคริสตกาล และซากปรักหักพังของเมืองครอบคลุมพื้นที่กว่า 60 เฮกตาร์
พีระมิดแห่งแรกในอียิปต์และเป็นพีระมิดแห่งแรกที่ประกอบด้วยมาสตาบาหกหลัง คาดว่าสร้างขึ้นในรัชสมัย​ของ​
ฟาโรห์โจเซอร์ ราชวงศ์ที่สาม แห่ง อาณาจักรเก่าของอียิปต์​ ระหว่างปี 2667 ถึง 2648 ก่อนคริสตกาล​ หรือ​ประมาณ​ 4,700 ปีก่อน​แต่ละหลังมีขนาดเล็กกว่าหลังที่อยู่ด้านล่าง
พีระมิดของโจเซอร์มีความสูง 62 เมตร (203 ฟุต) และมีฐานขนาด 109 เมตร × 125 เมตร (358 ฟุต × 410 ฟุต) และสร้างจากหินปูนขัดมันสีขาว
Niuheliang โบราณคดีหนิวเหอเหลียง​ ประเทศ​จีน​ มีอายุย้อนไปถึง 3,500–3,000 ปีก่อนคริสตกาล​หรือ​ 5,500-5,000 ปีที่แล้ว
เป็นศูนย์กลางการฝังศพและการบูชายัญในช่วงปลายยุคหงซาน
ประกอบด้วยหลักฐานทางศาสนา เช่น วัด แท่นบูชา และกองหิน​ วิหารใต้ดินสร้างขึ้นบนสันเขาและตกแต่งด้วยผนังที่ทาสี
วิหารเทพธิดา แท่นบูชา เนินหิน แท่นบูชาสังเวย ฐานรากอาคาร และห้องใต้ดิน ภายในพื้นที่​50 ตารางกิโลเมตรของแหล่งโบราณคดีหนิวเหอเหลียง เมื่อ​5,500-5,000 ปีที่แล้ว
(แท่นบูชานี้​ ยังไม่พบการตั้งถิ่นฐานของมนุษย​์)
จึง​บ่งชี้ว่าแท่นบูชาเป็นศูนย์กลางการสังเวยนั้นแยกออกจากเขตที่อยู่อาศัย​
สถานที่​ ณ​ โบราณคดีหนิวเหอเหลียงทำเมื่อ​ 5,500-5,000 ปีที่แล้ว ทำหน้าที่เป็นสถานที่แยกต่างหากที่สงวนไว้สำหรับการก่อสร้างวัด หลุมฝังศพ และสุสานโดยเฉพาะ ในแง่นี้ แหล่งโบราณคดีหนิวเหอเหลียงจึงเป็นตัวอย่างที่โดดเด่นของ “ดินแดนศักดิ์สิทธิ์สำหรับการสังเวย”
#นฤพนธ์​ เพ็งอ้น​
แปล​เรียบ​เรีย​งและ​ตีความ​
แท่นบูชาโบราณคดีหนิวเหอเหลียง​ เมื่อ​ 5,500-5,000 ปีที่แล้ว ตั้งอยู่ติดกับเนินหิน จำนวน​แท่นบูชาสองแห่ง ได้แก่ แท่นบูชาทรงกลมที่จุดหมายเลข 2 และแท่นบูชาทรงสี่เหลี่ยมที่จุดหมายเลข 5
แท่นบูชาทรงกลมมีความสำคัญเชิงสัญลักษณ์ในแง่ของการจัดวาง รูปแบบ และวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้าง โดยมีรูปทรงเกือบเป็นวงกลม ประกอบด้วยขอบแท่นบูชาสามชั้น
และกองหินที่อยู่ตรงกลาง​
ขอบแท่นบูชาโบราณคดีหนิวเหอเหลียงสร้างขึ้นจากหินตั้งเรียงกันเป็นวงกลมสามวงซ้อนกัน ค่อยๆ สูงขึ้นจากด้านนอกเข้าสู่ด้านใน ทำหน้าที่เป็นฐานรากและสร้างโครงร่างของแท่นบูชา นอกจากนี้ ยังมีเครื่องปั้นดินเผารูปทรงกระบอกวางเรียงอยู่ข้างๆ หินตั้งเหล่านั้น ตรงกลางวงกลมด้านในของแท่นบูชามีกองหินอยู่ นอกจากรูปทรงที่เป็นเอกลักษณ์นี้แล้ว
กองหินโบราณคดีหนิวเหอเหลียงเหล่านี้ยังมีความโดดเด่นตรงที่มีขนาดเล็กกว่ากองหินอื่นๆ และประกอบด้วยหินหลากหลายชนิด แท่นบูชาที่หนิวเหอเหลียงมีรูปแบบทางสถาปัตยกรรมคล้ายกับแท่นบูชาในยุคต่อมาที่ใช้บูชาสวรรค์และโลก และเชื่อว่าเป็นแท่นบูชาในยุคเริ่มต้นของจีน
#นฤพนธ์​ เพ็งอ้น​
แปล​เรียบ​เรีย​งและ​ตีความ​
วิหารเทพธิดา​ เมื่อ​ 5,500-5,000 ปีที่แล้ว ประกอบด้วยซากปรักหักพังของวิหารและแท่นทางทิศเหนือ ล้อมรอบด้วยหลุมบูชายัญหลายแห่ง ซากปรักหักพังของวิหารเป็นโครงสร้างกึ่งใต้ดินที่สร้างจากดินและไม้ ประกอบด้วยห้องที่เชื่อมต่อกันหลายห้องและห้องเดี่ยวทางทิศใต้ มีความยาว 25 เมตรจากเหนือจรดใต้ กว้าง 2 ถึง 9 เมตรจากตะวันออกจรดตะวันตก และครอบคลุมพื้นที่ 75 ตารางเมตร
#นฤพนธ์​ เพ็งอ้น​
แปล​เรียบ​เรีย​งและ​ตีความ​
ในระหว่างการขุดค้นเบื้องต้น
พบชิ้นส่วนของรูปปั้นดินเผา 6 ชิ้น รวมถึงรูปปั้นศีรษะมนุษย์ขนาดเท่าคนจริง
รูปปั้นทั้งหมดสร้างขึ้นอย่างประณีตด้วยลักษณะของสตรี ถือเป็นรูปปั้นของบรรพบุรุษหญิงที่ได้รับการบูชา นอกจากนี้ยังพบประติมากรรมรูปสัตว์และเครื่องปั้นดินเผาสำหรับบูชายัญในวิหารเทพธิดา โดยทั่วไปแล้ว วิหารเทพธิดาสะท้อนให้เห็นถึงรูปแบบเริ่มต้นของวิหารบรรพบุรุษ และเป็นหนึ่งในวิหารบูชายัญที่เก่าแก่ที่สุดที่ค้นพบในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือทั้งหมด
#นฤพนธ์​ เพ็งอ้น​
แปล​เรียบ​เรีย​งและ​ตีความ​
วัตถุมงคลที่ทำจากหยกมีรูปร่างเป็นมังกร ฟีนิกซ์ เต่า และมนุษย์ และหลุมฝังศพส่วนใหญ่มีเพียงวัตถุมงคลที่ทำจากหยกอยู่ภายใน ซึ่งบ่งชี้ถึงธรรมเนียมปฏิบัติที่โดดเด่นในยุคก่อนประวัติศาสตร์ คือ “ฝังศพพร้อมกับสิ่งของที่ทำจากหยกเท่านั้น” และเป็นจุดเริ่มต้นของยุครุ่งเรืองในการพัฒนาวัฒนธรรมหยกในยุคก่อนประวัติศาสตร์ของจีน
#นฤพนธ์​ เพ็งอ้น​
แปล​เรียบ​เรีย​งและ​ตีความ​
ประมาณ ค.ศ. 250 – 1550 เรื่อง​เล่า​ตำนานชาวมายา​ อิกซ์ เชล – เทพีแห่งดวงจันทร์ของชาวมายา หรือ​ 'เทพีสายรุ้ง' เกี่ยวข้องกับดวงจันทร์ สภาพอากาศ ความอุดมสมบูรณ์ เด็ก และสุขภาพ
#นฤพนธ์​ เพ็งอ้น​
แปล​เรียบ​เรีย​งและ​ตีความ​
ประมาณ ค.ศ. 250 – 900​
เกิดตำนาน​เทพเจ้าจี​ เทพเจ้าแห่งดวงอาทิตย์ของชาวมายาแห่งยูคาตันคินิช อาฮาอู – เทพเจ้าแห่งดวงอาทิตย์ของชาวมายาแห่งยูคาเทค​ เทพเจ้าแห่งดวงอาทิตย์ของชาวมายาแห่งยูคาตัน
#นฤพนธ์​ เพ็งอ้น​
แปล​เรียบ​เรีย​งและ​ตีความ​
ชาอัค – เทพเจ้าแห่งฝนของชาวมายา​ ใช้ขวานหยกฟาดลงบนก้อนเมฆเพื่อบันดาลให้ฝนตก
#นฤพนธ์​ เพ็งอ้น​
แปล​เรียบ​เรีย​งและ​ตีความ​
ในอารยธรรม​หยกโบราณ​ พบได้ในประเทศ​จีน​ และอเมริกา​กลาง
ชาวมายาบูชาหยกอย่างสูง โดยมองว่าเป็นอัญมณีศักดิ์สิทธิ์ที่เชื่อมโยงกับเทพเจ้า ชีวิตหลังความตาย และธรรมชาติ ใช้ทำเครื่องประดับ งานพิธีกรรม
#นฤพนธ์​ เพ็งอ้น​
แปล​เรียบ​เรีย​งและ​ตีความ​
โฆษณา