หัวใจที่แตกสลาย ไม่เลวร้ายเท่าหัวใจที่ไร้สิ้นความหวัง

พอได้มีโอกาสมาเขียนเรื่องของ ‘จ้าก’ ผมก็รู้สึกขึ้นมาเลยว่าตัวเองนี่ก็มีความสามารถในการเข้าอกเข้าใจคนอื่นพอสมควรเหมือนกันนะเนี้ย
แต่ถามว่าเข้าใจแล้วสนใจไหม?
เอ่อออ เรื่องนั้นกับเรื่องนี้มันคนละกรณีกันน่ะ
คือถ้าจะเข้าใจเรื่องของจ้าก ผมว่าเราอาจจะต้องไปทำความรู้จักกับสิ่งที่เรียกว่า ‘Broken Heart Syndrome’ กันก่อนครับ แน่นอนว่าเจ้าสิ่งที่เรียกว่า Broken Heart Syndrome หรือโรคหัวใจแตกสลายคืออะไรที่ผมคิดขึ้นมาเอง เพราะผมมองว่ามันดูจะอธิบายสิ่งที่จ้ากเผชิญอยู่ได้แบบเห็นภาพที่สุด
ลองคิดดูสิครับ ว่าถ้าคุณเป็นคนคนหนึ่งที่ทำอะไรก็ไม่สำเร็จเลยสักอย่าง ความฝัน ความรัก ชีวิต คุณจะทำยังไง?
คนที่ใจกล้าหน่อยก็คงจะตอบว่า ‘งั้นก็ไปลองใหม่โลกหน้าก็แล้ว’ ใช่ไหมครับ? เพราะถึงจะอยู่ต่อไป ชีวิตที่เราไม่ประสบความสำเร็จใดๆ เลยชีวิตนี้มันก็จะไม่แตกต่างจากนี้ไปมากแล้ว
แต่คนส่วนใหญ่ไม่คิดแบบนั้นหรอกครับ
คนส่วนใหญ่ขี้ขลาด และผมก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วยเช่นกัน เพราะงั้นถึงแม้ว่าชีวิตจะไม่ประสบความสำเร็จมากเพียงใด หรือชีวิตจะไม่ได้ต่างกับเกมเศรษฐีที่เราทำได้เพียงเดินไป เรืื่อยๆ เพื่อตกลงไปในช่องที่เพื่อนซื้อไว้แล้วล้มละลาย สุดท้ายแล้วมนุษย์ส่วนใหญ่ก็จะพยายามมีชีวิตอยู่ต่อไปอยู่ดี
ซึ่งถ้าคุณยังมีความหวัง คุณก็จะพยายามพาชีวิตมุ่งไปข้างหน้าต่อ เพื่อหาโอกาสให้กับชีวิตต่อไป
ในขณะที่ถ้าหัวใจของคุณไร้ซึ่งความหวัง อาการ Broken Heart Syndrome ก็จะติดตัวคุณอยู่อย่างนั้น และเปลี่ยนให้คุณกลายเป็นคนที่ตัวเองเกลียดตอนเด็กๆ
เช่นเดียวกับจ้ากนั่นแหละ
เพราะเมื่อก่อนจ้ากก็เคยเป็นคนที่มีความฝัน เป็นคนที่มีความรัก แต่สุดท้ายแล้วความฝันและความรักก็ไม่ใช่เรื่องที่เราแค่ต้องวิ่งไปให้สุดแรง แล้วเราก็จะได้มันมา เพราะในขณะที่เราคิดว่าตัวเองเก่ง คิดว่าตัวเองก็ทำเต็มที่แล้วนะ มันมีคนอีกจำนวนมากที่เล่นดนตรีตั้งแต่เด็ก เล่นกีฬาตั้งแต่เด็ก เรียน ต่อสู้ และกลายเป็นตัวแทนวิชาการโอลิมปิก หรือไม่ก็อบผมแต่งหน้าตั้งแต่เด็ก
แต่สุดท้ายก็ไปไม่ถึงเป้าหมายที่เขาต้องการอยู่ตั้งมากมาย ไอการจะคิดว่าโลกจะใจดีกับเรา ถ้าเราทำเต็มที่ มันจึงเป็นเรื่องที่อาจจะนำไปใช้จริงไม่ได้สักเท่าไหร่
เพราะแบบนั้นแล้วไอการที่เราจะไม่สำเร็จ มันจึงเป็นเรื่องที่ธรรมดามากๆ เลยครับ
แต่มันจะไม่ธรรมดาเลย ถ้าคุณไม่เคยสำเร็จอะไรสักอย่าง แถมยังโดนความล้มเหลวเล่นงานซ้ำๆ ในช่วงระยะเวลาสั้นๆ แบบติดต่อกัน คล้ายๆ กับการที่นักมวยก็ต้องมีการโดนต่อยบ้าง แต่พอโดนซ้ำๆ โดนแรงๆ โดนจนรู้สึกว่าตัวเองสู้คนอื่นไม่ได้ แถมไม่เคยชนะใครเลย นักมวยคนนั้นก็จะกลัวการขึ้นไปบนสนามไปในที่สุดนั่นแหละ
สู้น้อง Haru Urara ก็ไม่ได้ แพ้ตั้ง 100 กว่าครั้ง น้องยังกล้าลงแข่งอยู่เลย
แต่เอาเถอะครับ เพราะมนุษย์เราไม่ใช่ม้าแข่ง และจ้ากก็ไม่น่าจะใช่ม้าแข่งเช่นเดียวกัน จ้ากก็เลยหนีจากสนามแข่ง แล้วพยายามจะใช้ชีวิตของเขาต่อไปแบบไร้ความหมาย จ้ากทดแทนความฝันที่ไม่สำเร็จด้วยการหันหลังให้กับความฝัน ทดแทนความรักที่ถูกหักหลังด้วยการเติมเต็มความไคร่ผ่านเงินตรา และสร้างเป้าหมายใหม่ให้กับหัวใจที่ไร้ซึ่งความหวัง
เพราะอีกหนึ่งสิ่งที่น่ากลัวของมนุษย์ ก็คือการที่มนุษย์จะพยายามทุกทางเพื่อไม่ให้ตัวเองตาย และนั่นก็รวมถึงการตายจากทางสภาพอารมณ์ด้วยเช่นกัน เพราะจากที่ผมสังเกตุมา คนส่วนใหญ่ที่ไม่มีเป้าหมายในชีวิตแล้ว ไม่มีเรื่องให้ต้องทำเช่นการเลี้ยงลูก หรือมีความรักแล้ว คนเหล่านั้นก็จะสร้างเป้าหมายให้ชีวิตด้วยการพยายามเติมความสุขให้กับตัวเองให้ได้มากที่สุด และยึดถือว่านั่นคือเป้าหมายที่พวกเขาต้อง Progress ขึ้นเรื่อยๆ
“แล้วไอการใช้ชีวิตให้มีความสุขมันผิดตรงไหนว่ะ? ”
หลายคนคงอยากจะถามแบบนี้ใช่ไหมครับ?
แน่นอนครับว่ามันไม่ผิดหรอก ถ้าชีวิตเรายังก้าวไปข้างหน้าด้วย เพราะความสุขในชีวิตมันควรจะเป็นเหมือน Sub Goal ในชีวิตมากกว่า เพราะถ้าเมื่อไหร่เราใช้มันเป็น Goal หลักในชีวิต เราจะพยายามทำให้ความสุขเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยไม่สนใจเรื่องอื่น และมันก็จะเหมือนกับการที่เราเอาการโด่งดังในโลก Social เป็นเป้าหมายหลัก ที่พอเราเริ่มไม่ก้าวไปข้างหน้า เราก็จะเริ่มรู้สึกว่าการปั้มไลค์ การหาคนนู่นคนนี้มาช่วยกดไลค์ มันก็ไม่ได้ผิดอะไรนี่หว่า
เพราะในชีวิตที่ไม่มีทางเปลี่ยนแปลง หัวใจที่ไร้ซึ่งความหวังของเรา ก็จะสั่งให้เราดูดบุหรี่มากขึ้นเพื่อเพิ่มความสุขให้มากขึ้น ทำตัวแย่ๆ เพื่อให้เรารู้สึกสบายมากขึ้น กินของหวานมากขึ้น เพราะสมองเราเครียด และเราก็ไม่รู้จะหันหน้าไปทางไหน เราก็เลยต้องพยายามกดมันไว้ด้วยน้ำตาลมากขึ้น เพราะมันไม่มีทางอื่นแล้ว มันไม่มีทางที่ชีวิตเราจะเปลี่ยนไปมากกว่านี้แล้ว ทุกวันของเราคือการทำซ้ำๆ โดยไร้ซึ่งความหวัง มีเพียงการเติมความสุขให้มากขึ้นเท่านั้น ที่เราพอจะเรียกมันเป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงในชีวิตประจำวันของเราได้
และสิ่งที่เจ๋งที่สุด ก็คือเราอาจจะได้สัมผัสกับอาการนี้เมื่อไหร่ก็ได้
เพราะเชื่อเถอะครับ ว่าผมเองก็คือคนธรรมดาคนหนึ่ง และสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผมเลือกจะหยิบเรื่องนี้ขึ้นมาเขียน ก็เพราะผมมองว่า 'ถ้าตัดเรื่องพื้นฐานสังคมและการเลี้ยงดูจากครอบครัว เราแม่งก็มีโอกาสเป็นเหมือนจ้ากสูงเลยนะเนี้ย’ เพราะความฝันที่ไม่สำเร็จเราก็มี ชีวิตรักที่ไม่สำเร็จเราก็เคยผ่านมา แถมไอสิ่งแย่ๆ ที่เราต้องเจอผ่านการทำงานทั้งหมด จ้ากเองก็น่าจะผ่านมันมาก่อนเช่นเดียวกัน เพราะงั้นถ้ามองย้อนกลับไป 10 -15 ปี จ้ากก็อาจจะเป็นเหมือนเรา
อาจจะเป็นคนที่ก็ไม่ได้ชอบระบบการทำงานของที่นี่เท่าไหร่ก็ได้ แต่สิ่งที่ทำให้เราต่างกัน ก็คือในปัจจุบันเรายังไม่ยอมแพ้และมองว่าความหวังของเราจบลงแล้วเท่านั้นเอง
ไม่แน่ 15 ปีต่อมา ผมอาจจะทำได้แย่กว่าจ้ากในตอนนี้ แล้วไปนอนอยู่ข้างถนนก็ได้ใครจะรู้
เพราะงั้น Broken Heart Syndrome เป็นอะไรที่น่ากลัวนะ การล้มเหลวบ่อยๆ จนรู้สึกว่าชีวิตตัวเองจะไม่ประสบความสำเร็จแล้วก็น่ากลัวเช่นเดียวกัน และพูดกันตรงๆ ผมก็คงบอกไม่ได้นักว่าเราควรจะทำอย่างไร เราถึงจะไม่ต้องเผชิญกับเรื่องเหล่านี้ หรือพอจะมีทางไหนไหมที่จะลดผลกระทบจากเรื่องเหล่านี้ได้
เพราะถ้าคุณจะให้ผมบอกว่า ‘ถ้าความก้าวหน้าในชีวิตมัน Progress ไม่ได้ ก็ไปมีความรักซะสิ’ คุณดูสภาพผมสิครับ ทุกวันนี้ยังหาสาวทอมบอย ผมสั้น น่ารัก คูลๆ แต่ก็มีด้านที่อ่อนโยนมาเป็นคู่ไม่ได้เลยด้วยซ้ำ
แต่ใช่ครับ ถ้าชีวิตมัน Progress ไม่ได้ การเปลี่ยนรางมา Progress เรื่องความรัก ก็ถือเป็นตัวเลือกที่ดีเลยทีเดียว
แต่ก็นั่นแหละ ถ้าไม่ระวังเรื่องความรัก ไม่ใส่ใจเรื่องความรัก คุณก็มีโอกาสจะให้กำเนิดจ้ากออกมา และนั่นก็คงจะไม่ใช่ทางเลือกที่ดีเลย ถ้าให้ผมเป็นคนแนะนำล่ะก็นะ
สุดท้าย ผมคงได้แต่บอกให้เรามองความล้มเหลวเป็นเรื่องธรรมดา มองว่าในขณะที่เราล้มเหลว คนจำนวนมากก็ล้มเหลว และเลือกที่จะมุ่งหน้าต่อไปเช่นเดียวกัน เพราะงั้นสิ่งที่เราทำได้ ก็คงจะเป็นการพยายามก้าวต่อไปในเส้นทางที่เราเชื่อต่อไปตราบใดที่เรายังพอจะมีแรงและความเชื่อมั่น ประมาณว่า ไม่ซื้อหวย ก็ไม่ถูกหวย นั่นแหละ
อีกหนึ่งสิ่งที่น่าสนใจของโลกนี้ก็คือ ถ้าเราอยู่เฉยๆ โลกจะพาเราถอยหลังกลับโดยอัตโนมัติ เพราะงั้นถึงเราจะไม่อยากก้าวไปข้างหน้าด้วยการวิ่งเหมือนคนอื่น อย่างน้อยๆ เราก็ควรจะก้าวไปข้างหน้าด้วยจังหวะของตัวเองอยู่ดี เพราะเชื่อเถอะครับ ว่าถึงเราจะมองว่าชีวิตนี้เราจะไม่ยิ่งใหญ่ไปมากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบันแล้ว แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่เราสร้างปัญหาให้กับตัวเองไว้มากจนเกินควร เราจะตกต่ำลงได้มากกว่าที่เราจินตนาการไว้อย่างแน่นอน
โฆษณา