25 ธ.ค. 2025 เวลา 11:26 • ประวัติศาสตร์

ทำไมวันคริสต์มาสจึงไม่ใช่วันประสูติของพระเยซู ?

ถ้าให้ยกตัวอย่าง ความเข้าใจผิดทางประวัติศาสตร์ที่เรียกได้ว่าน่าจะแพร่หลายที่สุดในโลกขึ้นมาสักข้อ หนึ่งในนั้น จะต้องมีความเชื่อที่ว่า พระเยซูประสูติในวันที่ 25 ธันวาคม
1
เพราะในแง่วิชาการ คงต้องพูดว่า จริงๆ เราไม่รู้ว่าพระเยซูประสูติวันที่เท่าไหร่ แต่ไม่น่าจะใช่ฤดูหนาว และมีเหตุผลมากพอที่จะเชื่อว่า ไม่น่าจะเป็นวันที่ 25 ธค.ด้วย
ก็เลยเกิดคำถามตามมาว่า แล้วทำไมทุกวันนี้เราจึงเชื่อว่าวันที่ 25 ธค. เป็นวันประสูติของพระเยซู ?
วันที่ 25 มันสำคัญยังไง จึงถูกเลือกมาให้เป็นวันประสูติของพระองค์ ?
ก่อนอื่นเรามาเริ่มจากข้อเท็จจริงแรกก่อน คือ ในพระคัมภีร์ใหม่หรือ The New Testament ไม่ได้มีระบุวันประสูติของพระองค์ไว้เลย
ใน Gospel (หรือบันทึกที่ใช้เป็นอ้างอิงของพระคัมภีร์ใหม่) ทั้ง 4 เล่ม คือ แมทธิว มาร์ค ลูค และจอห์น ก็ไม่ได้เขียนถึงวันประสูติของพระองค์ไว้เช่นกัน ยิ่งไปกว่านั้น ใน มาร์ค และ จอห์น ไม่ได้เล่าเรื่องราวการประสูติของพระองค์ไว้เสียด้วยซ้ำ
สิ่งนี้มันสะท้อนให้เราเห็นอะไร ?
คำตอบคือ มันทำให้เราเห็นว่า แม้ว่าในยุคสมัยเรา ช่วงเวลาที่สำคัญสุดของพระเยซูคือ วันประสูติหรือวันคริสต์มาส แต่ในช่วงแรกของศาสนาคริสต์ วันประสูติ ไม่ได้สำคัญมากนัก แต่วันที่สำคัญกว่าคือการถูกตึงกางเขน การสิ้นพระชนม์ (Good Friday) และการฟื้นคืนพระชนม์ (Easter) เพราะนั่นคือแก่นสำคัญของศาสนา และทำให้ศาสนาคริสต์แตกต่างไปจากความเชื่ออื่นๆ ในโลกโบราณ
คืออย่างนี้ครับ วัฒนธรรมโบราณจำนวนมาก จะบอกเล่าหรือให้ความสำคัญกับการเกิดขึ้นของ บุคคลยิ่งใหญ่ และหลายครั้งจะมีลางบอกเหตุบางอย่าง ที่แสดงว่าคนๆ นั้นสำคัญ หรือถูกกำหนดให้ยิ่งใหญ่มาตั้งแต่ต้น
แต่ศาสนาคริสต์ “ในยุคแรกๆ “ ไม่ได้เน้นการมาเกิดของผู้วิเศษ แต่ตั้งอยู่บนแนวคิดว่าพระเจ้าส่งพระบุตรลงมา และพระองค์ยอมตาย และ เอาชนะความตาย เพื่อไถ่มนุษย์จากบาปทั้งปวง
ซึ่งจะเห็นว่าจุดสนใจจะต่างไปจากยุคสมัยของเรามากที่เน้นเรื่องราวการมาประสูติของผู้ยิ่งใหญ่
คำถามถัดมาคือ แล้วเราจะพอรู้ไหมว่า พระเยซู ประสูติจริงๆ เมื่อไหร่ ?
คำตอบคือ เราไม่มีข้อมูลที่จะระบุวันเดือน ได้เลย ถ้าจะมีก็คงแค่หลักฐานที่บอกว่า พระองค์น่าจะประสูติในช่วงที่อากาศค่อนข้างอบอุ่น เพราะใน Luke มีการบันทึกไว้ว่า ตอนพระเยซูประสูติ มีคนเลี้ยงแกะ “เฝ้าฝูงแกะอยู่กลางทุ่งในยามค่ำคืน” ซึ่ง พื้นที่แถวเบธเลเฮมในยูเดีย​ ถ้าเป็นช่วงปลายธันวาคมถึงกุมภาพันธ์ จะหนาวและมีฝนมาก ซึ่งไม่ใช่เวลาที่จะใครจะนำแกะมาเลี้ยงกลางทุ่ง​
จุดนี้เองทำให้นักวิชาการจำนวนหนึ่งเชื่อว่า ถ้าข้อความนี้เป็นจริง ช่วงที่พระองค์ประสูติ น่าจะเป็นฤดูใบไม้ผลิหรือฤดูใบไม้ร่วงมากกว่า
เราเข้าใจกันแล้วนะครับว่า ทำไมคริสต์มาสไม่น่าจะใช่วันประสูติ ก็มาถึงคำถามถัดไปว่า แล้วทำไม วันที่ 25 ธค. จึงถูกโยงมาให้เป็นวันประสูติของพระเยซู ?
คำตอบของคำถามนี้ เราต้องเดินทางกลับไปกรุงโรม ตั้งแต่ก่อนที่ศาสนาคริสต์จะเกิดขึ้นครั้งแรกบนโลกครับ
ในยุคของเรา เวลาเราไปเมืองนอก เราจะรู้สึกว่าหน้าของเขาเย็นสดชื่น บรรยากาศดี แต่นั่นเป็นเพราะ เรามีเสื้อหน้าว และมีไฟฟ้าใช้ แต่หน้าหนาวโดยเฉพาะช่วงสิ้นปีของชาวยุโรปแต่ไหนแต่ไรมา คือ ช่วงเวลาที่โหดร้ายที่สุดของปี กลางคืนหนาวจนเข้ากระดูกอย่างยาวนาน อาหารขาดแคลน และอนาคตที่ไม่แน่นอน คนจำนวนมากไม่สามารถมีชีวิตรอดผ่านพ้นฤดูหนาวของแต่ละปีไปได้
ดังนั้นในหลายวัฒนธรรมจะมีเทศกาลเพื่อปลุกขวัญและกำลังใจ ในรูปของการเฉลิมฉลอง งานเลี้ยง และการผ่อนปรนกฎเกณฑ์ต่างๆ ทางสังคม
เช่นเดียวกันในจักรวิรรดิ์โรมัน ก็มีเทศกาล Saturnalia ซึ่งเป็นเทศกาลใหญ่ของชาวโรมัน ที่พวกเขาจะเฉลิมฉลอง กินเลี้ยงและให้ของขวัญระหว่างกัน
นอกจากนี้ใน วันที่ 25 ธันวาคมก็เป็นวันสำคัญอีกวันของของชาวโรมันเพราะ มันคือวันฉลองของเทพพระอาทิตย์ หรือที่เรียกว่า Sol Invictus แปละว่า “พระอาทิตย์ผู้ไม่พ่ายแพ้” คือ การกลับมามีชัยชนะของพระอาทิตย์ หลังจากผ่านช่วงเวลาที่กลางคืนยาวนานที่สุดของปีไปแล้ว
ต่อมาเมื่อศาสนาคริสต์เกิดขึ้นในโรม และได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการในศตวรรษที่ 4 ผู้นำของศาสนาจักร ก็ต้องหาวิธีทำให้ศาสนาคริสต์ได้รับการยอมรับในคนหมู่มาก วิธีหนึ่งที่ทำได้และนิยมใช้ คือ การนำของใหม่ ผสานเข้าไปกับของเก่า นั่นก็คือ นำคำสอนใหม่ ซ้อนทับหรือผนวกเข้าไปกับวัฒนธรรมหรือ พิธีกรรมที่ผู้คนทำกันจนชินอยู่แล้ว หรือที่มีชื่อเรียกแบบทางการหน่อยว่า religious syncretism
“แสงแห่งเทพพระอาทิตย์” เดิม จึงกลายมาเป็นตำนานการเกิดขึ้นของเด็กชาย ในคืนอันมืดมิด เพื่อพาแสงสว่างกลับคืนสู่โลก และนั่นทำให้วันที่ 25 ธค. กลายเป็นวันประสูติของพระเยซู
เมื่อก้าวเข้าสู่ยุคของเรา ....
วันที่ 25 ก็ถูกปรับเปลี่ยนอีกครั้ง เมื่อเข้าสู่ยุคบริโภคนิยม การตลาดก็เปลี่ยนเทศกาลทางจิตวิญญานให้กลายเป็นช่วงเวลาของการข้อปปิ้ง การให้ของขวัญ
อย่างไรก็ตามแม้ว่า เปลือกภายนอกจะเปลี่ยนไป แต่รากดั้งเดิมของมันยังพอจะเห็นได้ ความพยายามของมนุษย์ที่จะรับมือกับความกลัว และความมืดมน จึงนำไปสู่การพบปะ การให้ความรัก การแบ่งปัน และการให้ของขวัญ เหมือนเป็นการเตือนให้ระลึกว่า
1
แม้แต่ช่วงเวลาที่มืดมิดสุดของปี เราก็ไม่จำเป็นต้องเผชิญมันแต่เพียงลำพังคนเดียว .....
Happy Holidays ทุกคนนะครับ
******* แล้วก็มาถึงส่วน ขายของ ******
ถ้าปีใหม่นี้ใครยังหาของขวัญปีใหม่ให้กับคนที่รักไม่ได้
ผมแนะนำให้หนังสือของผมไปเป็นของขวัญคนรัก หรือจะเป็นของขวัญให้ตัวเองก็ได้ครับ เพราะความรู้จากหนังสือมันจะไม่ใช่แค่ของขวัญที่ให้ความสุขแค่ชั่วคราว แต่หนังสือเหล่านี้อาจจจะช่วยให้เริ่มต้นปีใหม่ด้วย ความคิด หรือมุมมองใหม่ๆ ต่อโลก ต่อมนุษย์ และชีวิต ไปได้อย่างยาวนาน
สามารถสั่งซื้อได้ที่นี่ :
โฆษณา