5 ม.ค. เวลา 08:00 • ข่าว

📂 กรมธรรม์ไม่พูด ศาลต้องตีความ (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5085/2558)

ตอนที่ 5 : ข้อยกเว้นในกรมธรรม์ ตีความกว้างได้แค่ไหน 🚧📑
📊 ตารางกรมธรรม์ที่แยกความคุ้มครองอย่างชัดเจน
เมื่อคดีขึ้นสู่ศาลฎีกา ประเด็นไม่ได้หยุดอยู่เพียงสถานะของโจทก์อีกต่อไป แต่ขยับเข้าสู่หัวใจของสัญญาประกันภัย นั่นคือ “ตารางกรมธรรม์” ซึ่งในคดีนี้แบ่งความคุ้มครองออกเป็นหลายข้ออย่างชัดเจน ตั้งแต่การเสียชีวิต การสูญเสียอวัยวะ ทุพพลภาพถาวร ทุพพลภาพชั่วคราว ไปจนถึงค่ารักษาพยาบาล การแยกหัวข้อเช่นนี้สะท้อนว่าความคุ้มครองแต่ละประเภทมีขอบเขตและเงื่อนไขเฉพาะตัว ไม่ใช่สิ่งที่จะนำมาปะปนกันได้โดยอัตโนมัติ
🔍 ข้อยกเว้นที่เขียนไว้ แต่ไม่ได้พูดทุกอย่าง
บริษัทประกันยกข้อยกเว้นข้อหนึ่งขึ้นมาเป็นเกราะป้องกัน โดยระบุว่าไม่คุ้มครอง “ความสูญเสียหรือความเสียหายอันเกิดจากความบาดเจ็บทางร่างกาย” ในกรณีที่ผู้เอาประกันภัยเข้าร่วมทะเลาะวิวาทหรือมีส่วนยั่วยุให้เกิดการทะเลาะวิวาท แต่ถ้อยคำในข้อยกเว้นนั้น ไม่ได้กล่าวถึงคำว่า “เสียชีวิต” หรือ “ถูกฆาตกรรม” ไว้อย่างชัดแจ้ง คำถามจึงเกิดขึ้นทันทีว่า ศาลควรตีความข้อยกเว้นนี้ให้ครอบคลุมไปถึงความตายด้วยหรือไม่
⚔️ จากบาดเจ็บสู่ความตาย เส้นบางๆ ที่ต้องตัดสิน
ฝ่ายบริษัทพยายามเชื่อมโยงว่า ความตายย่อมเป็นผลสืบเนื่องมาจากความบาดเจ็บทางร่างกาย ดังนั้นเมื่อบาดเจ็บถูกตัดออกจากความคุ้มครอง ความตายก็ควรถูกตัดไปด้วย แต่ในสายตาของศาล การเชื่อมโยงเช่นนี้ไม่ใช่สิ่งที่ทำได้โดยอัตโนมัติ เพราะในสัญญาประกันภัย การเสียชีวิตถูกแยกเป็นหัวข้อความคุ้มครองเฉพาะ และมีวงเงิน ความเสี่ยง และข้อตกลงที่ต่างออกไปจากการบาดเจ็บทั่วไป
🧠 หลักตีความข้อยกเว้น: ต้องเคร่งครัด ไม่ขยายความ
ศาลฎีกาหยิบหลักสำคัญของกฎหมายประกันภัยขึ้นมาวางไว้กลางคดีว่า “ข้อยกเว้นความรับผิด” เป็นข้อที่ต้องตีความโดยเคร่งครัด ไม่อาจขยายความให้กว้างเกินถ้อยคำที่เขียนไว้ได้ หากบริษัทต้องการตัดความคุ้มครองกรณีเสียชีวิตจากการทะเลาะวิวาทหรือการถูกฆาตกรรม บริษัทต้องเขียนให้ชัดเจนในกรมธรรม์ ไม่ใช่ปล่อยให้คลุมเครือแล้วค่อยตีความย้อนหลังเมื่อเกิดเหตุ
⚖️ การฆาตกรรมไม่ใช่อุบัติเหตุ แต่ก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น
แม้การถูกฆาตกรรมจะไม่ใช่อุบัติเหตุในความหมายทั่วไป แต่ในคดีนี้ บริษัทได้ขยายความคุ้มครองไว้แล้วว่าครอบคลุมถึงการถูกฆาตกรรมหรือถูกทำร้ายร่างกายโดยเจตนา ภายใต้วงเงินที่กำหนด เมื่อบริษัทเลือกขยายความคุ้มครองเช่นนี้ ข้อยกเว้นก็ต้องสอดคล้องและชัดเจนเช่นเดียวกัน การนำข้อยกเว้นเรื่อง “บาดเจ็บทางร่างกาย” มาใช้ตัดสิทธิการเสียชีวิต จึงเป็นการขยายความข้อยกเว้นเกินกว่าที่สัญญาเขียนไว้
🏛️ เมื่อศาลต้องเลือกข้างตัวอักษรกับความเป็นธรรม
จุดตัดสำคัญของคดีในตอนนี้อยู่ที่การตัดสินว่า ศาลจะยืนอยู่ข้างการตีความที่เอื้อให้ข้อยกเว้นกินความกว้างที่สุด หรือจะยืนอยู่บนหลักว่าความคลุมเครือต้องตกเป็นภาระของผู้ร่างสัญญา คำตอบของศาลไม่ได้มีผลเฉพาะคดีนี้ แต่สะท้อนแนวทางการคุ้มครองผู้เอาประกันและผู้รับประโยชน์ในสังคมโดยรวม และก่อนที่ม่านคดีจะปิดลง ศาลฎีกายังต้องประกาศคำตอบสุดท้ายว่า เมื่อข้อยกเว้นไม่ชัด ใครควรเป็นผู้รับความเสี่ยง ซึ่งจะถูกเฉลยอย่างชัดเจนในตอนจบของเรื่องนี้ ⚖️📘
โฆษณา