5 ม.ค. เวลา 06:00 • ข่าว

📂 กรมธรรม์ไม่พูด ศาลต้องตีความ (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5085/2558)

ตอนที่ 4 : ศาลอุทธรณ์กับคำตอบที่ไม่เหมือนศาลชั้นต้น ⚖️↔️
🏛️ ศาลชั้นต้น: เมื่อข้อเท็จจริงมีน้ำหนักเหนือข้ออ้าง
เมื่อคดีถูกนำขึ้นสู่ศาลชั้นต้น ภาพของความสัมพันธ์ในครอบครัวถูกวางลงบนโต๊ะพิจารณาอย่างเป็นรูปธรรม พี่สาวในฐานะโจทก์นำสืบถึงการอยู่อาศัยร่วมกัน การช่วยเหลือเกื้อกูลกันในชีวิตประจำวัน และบทบาทในการจัดการศพของผู้ตาย ศาลชั้นต้นเห็นว่าข้อเท็จจริงเหล่านี้สะท้อนถึง “ส่วนได้เสีย” ที่แท้จริง มิใช่ความสัมพันธ์ฉาบฉวยหรือการอาศัยช่องว่างทางกฎหมาย อีกทั้งบริษัทประกันรับรู้สถานะดังกล่าวตั้งแต่วันออกกรมธรรม์ จึงพิพากษาให้บริษัทต้องชดใช้เงินตามตารางกรมธรรม์ 500,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย
📑 เหตุผลของศาลชั้นต้น: สัญญาต้องยึดตามเจตนา
คำพิพากษาศาลชั้นต้นไม่ได้มองเพียงถ้อยคำในเอกสาร แต่พิจารณาเจตนาร่วมของคู่สัญญาเป็นสำคัญ การที่บริษัทรับประกันภัยโดยระบุชื่อพี่สาวเป็นผู้รับประโยชน์อย่างชัดเจน แสดงถึงการยอมรับสถานะและความเสี่ยงตามสัญญา เมื่อเหตุร้ายเกิดขึ้น บริษัทจึงไม่อาจปฏิเสธความรับผิดด้วยเหตุที่ไม่เคยหยิบยกขึ้นมาในวันทำสัญญาได้ง่ายๆ นี่คือมุมมองที่ยืนอยู่บนหลักความเป็นธรรมของสัญญา
🔄 ศาลอุทธรณ์: เมื่อมุมมองเปลี่ยน คำตอบก็เปลี่ยน
แต่เมื่อคดีถูกยกขึ้นสู่ศาลอุทธรณ์ ทิศทางของคดีกลับเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยกลับคำพิพากษาศาลชั้นต้น โดยเห็นว่าโจทก์ไม่มีส่วนได้เสียในเหตุที่ประกันภัย ทำให้สัญญาประกันไม่ผูกพันโจทก์ในฐานะผู้รับประโยชน์ และพิพากษายกฟ้อง คำวินิจฉัยนี้ตัดประเด็นคดีตั้งแต่ต้นทาง โดยไม่จำเป็นต้องพิจารณาต่อไปถึงข้อยกเว้นในกรมธรรม์เลย
⚖️ เส้นแบ่งการตีความที่สวนทางกัน
ความแตกต่างระหว่างศาลทั้ง 2 ชั้น ไม่ได้อยู่ที่ข้อเท็จจริง หากแต่อยู่ที่การตีความคำว่า “ผู้มีส่วนได้เสีย” ศาลชั้นต้นมองผ่านเลนส์ของความสัมพันธ์และผลกระทบจริงในชีวิต ขณะที่ศาลอุทธรณ์เลือกยืนอยู่บนเส้นที่เคร่งครัดกว่า มองว่าสถานะของพี่สาวยังไม่เพียงพอจะถือเป็นส่วนได้เสียในเหตุที่ประกันภัยได้ การตีความที่ต่างกันนี้ทำให้คดีเดียวกันให้คำตอบตรงข้ามกันโดยสิ้นเชิง
⚠️ ผลสะเทือนของคำว่า “ยกฟ้อง”
คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ไม่ได้เพียงยกคำร้องของโจทก์ แต่ยังสะท้อนความไม่แน่นอนของกฎหมายประกันภัยสำหรับประชาชนทั่วไป เพราะหากญาติใกล้ชิดที่ถูกระบุชื่อไว้ในกรมธรรม์ยังถูกปฏิเสธสถานะได้ การทำประกันภัยในครอบครัวก็อาจกลายเป็นความเสี่ยงที่ไม่มีใครคาดคิด คำถามจึงไม่ได้หยุดอยู่ที่แพ้หรือชนะ แต่ลึกไปกว่านั้นคือ กฎหมายควรคุ้มครองความตั้งใจแบบนี้หรือไม่
🏁 ทางแยกก่อนถึงศาลฎีกา
เมื่อคำพิพากษาสองศาลให้คำตอบต่างกันโดยสิ้นเชิง คดีนี้จึงเดินมาถึงทางแยกสำคัญ โจทก์ตัดสินใจยื่นฎีกา เพื่อให้ศาลฎีกาชี้ขาดทั้งประเด็น “ผู้มีส่วนได้เสีย” และประเด็นที่ยังค้างคาอยู่อีกประการหนึ่ง นั่นคือ หากโจทก์มีสิทธิจริง การตายจากการถูกฆาตกรรมจะถูกตัดสิทธิด้วย “ข้อยกเว้นทะเลาะวิวาท” หรือไม่ ซึ่งเป็นสมรภูมิสุดท้ายที่กำลังรอคำตอบในตอนถัดไป ⚖️📜
โฆษณา