เมื่อวาน เวลา 14:00 • การศึกษา

10 สัญญาณเตือน! เมื่อศาสตร์มืดคืบคลานเข้าหา: เจาะลึกเรื่องเร้นลับที่วิทยาศาสตร์อาจยังไม่มีคำตอบ

ในโลกที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและ AI ใครจะเชื่อว่า "ศาสตร์มืด" หรือเรื่องราวของไสยศาสตร์ยังคงแฝงตัวอยู่ในเงามืดของสังคมไทย บทความนี้จะพาคุณไปสำรวจมุมมืดที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน กับเรื่องราวที่ชวนขนหัวลุกและน่าพิศวงที่สุด
ท่ามกลางแสงไฟจากหน้าจอสมาร์ทโฟน ยังมีความเชื่อโบราณที่สืบทอดกันมานับร้อยปี เรื่องของ "การโดนของ" หรือ "คุณไสย" ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องในหนัง แต่มันคือความเชื่อที่ฝังรากลึก นี่คือ 10 สัญญาณและข้อเท็จจริง เกี่ยวกับศาสตร์มืดที่อาจทำให้คุณต้องกลับมามองรอบตัวอีกครั้ง
1. อาการเจ็บป่วยที่หาสาเหตุไม่ได้
บ่อยครั้งที่ผู้ถูกคุณไสยจะมีอาการปวดตามข้อ ปวดหลัง หรือปวดหัวอย่างรุนแรงแบบ "ย้ายที่ไปเรื่อยๆ" เมื่อไปพบแพทย์และตรวจอย่างละเอียดกลับไม่พบความผิดปกติใดๆ นี่คือสัญญาณแรกที่คนโบราณเรียกว่า "ของเข้าตัว"
2. กลิ่นประหลาดที่มากับลม
เคยไหม? นั่งอยู่ดีๆ ก็ได้กลิ่นเหม็นเน่าเหมือนซากศพ หรือกลิ่นดอกไม้ธูปหอมโชยมา ทั้งที่บริเวณนั้นไม่มีต้นทางของกลิ่น ตามตำรากล่าวว่านี่คือการเดินทางของ "ลมเพลมพัด" ที่ถูกปล่อยมาตามอากาศ
3. นัยน์ตาที่เปลี่ยนไป
คนโบราณเชื่อว่าหากต้องการเช็กว่าใครโดนของ ให้ดูที่ดวงตา หากตาดูขุ่นมัวไม่มีแวว หรือมีเส้นเลือดสีดำพาดผ่านตาดำในลักษณะที่ผิดปกติ (เรียกว่า ตาสีเหล็กไหล หรือ ตาผี) นั่นอาจเป็นสัญญาณของการถูกครอบงำโดยวิญญาณหรืออาคม
4. ฝันร้ายซ้ำซากเกี่ยวกับ "การรับของ"
การฝันเห็นคนแปลกหน้าเอาอาหารมาให้กิน หรือเอาของมีคมมามอบให้ แล้วในฝันเราเผลอรับมา นั่นเปรียบเสมือนการเปิดประตูให้ศาสตร์มืดเข้ามาสู่ตัวอย่างสมบูรณ์
5. พฤติกรรมที่เปลี่ยนไปเป็นคนละคน
จากคนใจเย็นกลายเป็นคนเกรี้ยวกราด อาละวาดโดยไม่มีเหตุผล หรือมีพฤติกรรมแปลกๆ เช่น ชอบอยู่ในที่มืด ไม่ยอมอาบน้ำ และกลัวเสียงสวดมนต์อย่างรุนแรง
6. สัตว์เลี้ยงแสดงอาการหวาดกลัว
สุนัขหรือแมวมักมีสัมผัสที่ไวต่อพลังงานลบ หากสัตว์เลี้ยงของคุณจ้องมองไปยังที่ว่างเปล่าแล้วเห่าหอนอย่างเสียสติ หรือพยายามหนีห่างจากคุณอย่างผิดปกติ นั่นอาจเป็นเพราะพวกมัน "เห็น" สิ่งที่คุณมองไม่เห็น
7. "ยาสั่ง" ศาสตร์แห่งการควบคุม
นี่คือหนึ่งในวิชาที่น่ากลัวที่สุด คือการปรุงยาจากว่านยาหรือพิษสัตว์ เพื่อให้ผู้ที่กินเข้าไปมีอาการตามที่ผู้ทำกำหนด เช่น จะตายเมื่อกินอาหารบางประเภท หรือจะลุ่มหลงจนถอนตัวไม่ขึ้น
8. การทำ "หุ่นพยนต์" เพื่อทำลาย
ศาสตร์การปั้นหุ่นตัวแทนจากดินเจ็ดป่าช้า หรือเศษผ้าจากศพ เพื่อลงอาคมให้เกิดผลกระทบต่อบุคคลนั้นๆ ไม่ว่าจะเป็นการเรียกจิต หรือการทำให้ล้มป่วย เป็นเรื่องที่เล่าขานกันมาทุกยุคทุกสมัย
9. ของรักษา "เสื่อม" อย่างกะทันหัน
สำหรับคนที่บูชาวัตถุมงคล หากวันหนึ่งเครื่องรางนั้นแตกหักเองโดยไม่มีสาเหตุ หรือเปลี่ยนสีจนหมองคล้ำ เชื่อกันว่าของเหล่านั้นได้ "รับเคราะห์" แทนเจ้าของ หรือถูกพลังงานที่เหนือกว่าทำลายลง
10. พิธีแก้ที่ต้องใช้ "บารมี"
การแก้คุณไสยไม่ใช่เรื่องเล่นๆ บางครั้งต้องพึ่งพาพระเกจิอาจารย์ที่มีอาคมแก่กล้า หรือหมอธรรมที่มีวิชาสายขาว เพื่อทำการ "ถอน" ของออก ซึ่งมักจะจบลงด้วยการอาเจียนออกมาเป็นสิ่งของแปลกปลอม เช่น เส้นผม ตะปู หรือเศษผ้า
บทสรุป: ไม่ว่าคุณจะเชื่อเรื่องไสยศาสตร์หรือไม่ สิ่งสำคัญที่สุดคือการมี "สติ" และ "ศรัทธา" ในความดี เพราะเชื่อกันว่าผู้ที่มีจิตใจบริสุทธิ์และรักษาศีล จะมีเกราะคุ้มกันภัยที่มองไม่เห็นได้ดีที่สุด
"เรื่องเร้นลับอาจมองไม่เห็นด้วยตา แต่สัมผัสได้ด้วยใจที่เปิดรับ"
คุณเคยมีประสบการณ์ลึกลับที่อธิบายไม่ได้บ้างไหม? หรือเคยเห็นสัญญาณเหล่านี้กับคนใกล้ตัวหรือเปล่า?
โฆษณา