29 ธ.ค. 2025 เวลา 14:45 • ความคิดเห็น
การที่คุณรู้สึกอยากเป็นที่รัก ไม่ได้แปลว่าคุณอ่อนแอค่ะ
.
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากคุณเป็นคนที่ทำแทบทุกอย่าง พยายามอยู่เสมอ แต่กลับไม่ค่อยถูกมองเห็น ความรู้สึกนี้เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ และมีเหตุผลของมัน
.
ลองพักบทบาทหรือป้ายชื่ออย่าง “ลูกคนกลาง” ไว้ข้าง ๆ สักครู่นะคะ ไม่ใช่เพราะมันไม่สำคัญ แต่เพราะไม่ว่าคุณจะเป็นลูกคนที่เท่าไหร่บนโลกใบนี้ ทุกคน รวมถึงตัวคุณเอง ต่างก็สมควรได้รับความรักอย่างเท่าเทียมกัน
.
แก่นของคำถามเรื่องการอยากเป็นที่รัก ไม่ว่าจะอยู่ในบริบทของครอบครัว หรือบริบทไหนของชีวิต มักพาเรากลับมาที่ความสัมพันธ์กับตัวเองเสมอค่ะ หากเรารู้สึกว่าเราต้อง “พยายาม” อย่างมาก เพื่อให้ได้ความรักมา เมื่อมีใครสักคนหยิบยื่นความรักให้ เราอาจเผลอยึดมันไว้ราวกับเป็นออกซิเจน รู้สึกว่าขาดไม่ได้ และต้องการมันเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ โดยไม่รู้ตัว
.
เมื่อความรักจากภายนอกกลายเป็นที่พึ่งหลัก หัวใจของเราก็ต้องพิงคนอื่นอยู่ตลอดเวลา และนั่นอาจทำให้เราไม่เคยรู้สึกอิ่มเอม หรือเต็มอิ่มจากภายในได้จริง ๆ
.
สิ่งที่ช่วยเยียวยาได้ ไม่ใช่การเลิกต้องการความรักจากใคร แต่คือการค่อย ๆ หันกลับมา ดูแลและรักษาหัวใจของตัวเองให้เป็นพื้นที่ที่ปลอดภัยก่อน
.
รักตัวเองในที่นี้ ไม่ได้หมายถึงการหยุดใส่ใจคนอื่น แล้วหันมาสนใจแต่ตัวเอง แต่มันคือ...การเมตตา🤍ต่อตัวเอง เมื่อใดที่คุณรู้สึกว่าอยากเป็นที่รัก แต่กลับไม่มีใครใส่ใจ ให้คุณโอบกอดตัวเอง ปลอบโยนตัวเอง อนุญาตให้ร้องไห้ ระบายความรู้สึก และพูดคุยกับตัวเอง ราวกับคุณคือเพื่อนที่ดีที่สุดของตัวคุณเอง
.
เป็นมิตรแท้ที่อ่อนโยนกับตัวเอง เข้าใจ ยอมรับ และให้อภัยในความเป็นคุณเสมอ ไม่ว่าคุณจะรู้สึกเข้มแข็งหรือเปราะบางในวันไหน ๆ
.
เมื่อเรามีพื้นที่ปลอดภัยทางใจอยู่กับตัวเอง ความต้องการความรักจากภายนอกที่เคยรู้สึกขาดแคลนจะค่อย ๆ หายไป กลับกลายเป็นความสัมพันธ์ที่ดีกับตัวเอง ซึ่งสิ่งนี้จะกลายเป็นรากฐานและเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีให้กับทุก ๆ ความสัมพันธ์ในชีวิต
.
สิ่งรอบตัวเราจะเริ่มเปลี่ยนแปลงได้ ก็ต่อเมื่อเราเริ่มเปลี่ยนความสัมพันธ์กับตัวเองก่อนเสมอ
.
และเราทุกคนบนโลกใบนี้ ต่างก็คู่ควรกับการมีความสัมพันธ์ที่ดีกับตัวเอง ไปพร้อม ๆ กับการมีความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้อื่นค่ะ 🌞⭐✨
โฆษณา