Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
The King Maker : กลยุทธ์เหนือกาลเวลา
•
ติดตาม
30 ธ.ค. 2025 เวลา 11:00 • ธุรกิจ
ทำไมธุรกิจ 1,000 ปี ถึงไม่ล้ม แม้โลกจะเปลี่ยนไปกี่ครั้งต่อกี่ครั้ง
📗 ปรัชญาไม้ค้ำยัน
ทำไมการเติบโตแบบก้าวกระโดด ถึงอันตราย
ในยุคที่บริษัทใน Fortune 500 มีอายุเฉลี่ยลดลงเหลือเพียง 15-20 ปี เหมือนดาวฤกษ์ที่สว่างวาบแล้วก็ดับไปอย่างรวดเร็ว
แต่ที่ญี่ปุ่นกลับมีบริษัทกว่า 33,000 แห่งที่มีอายุเกิน 100 ปี และน่าทึ่งกว่านั้นคือมีถึง 7 แห่งที่อายุเกิน 1,000 ปี
พวกเขาไม่ได้ขายเทคโนโลยีที่เปลี่ยนโลก ไม่ได้ระดมทุนหลายพันล้าน หรือตั้งเป้าไปขึ้นดาวอังคาร
แล้วทำไมพวกเขาถึงชนะ Google หรือ Apple ในเกมแห่งกาลเวลา ?
คำตอบอาจไม่ได้อยู่ในสูตรการเติบโตแบบชาร์ตพุ่งขึ้นแนวตั้ง แต่อยู่ในปรัชญาที่เรียกว่า
"Shinise" (ชินิเซะ) หรือบริษัทที่สืบทอดมรดกข้ามยุคสมัย
นี่คือเรื่องราวของธุรกิจที่อยู่รอดมาตั้งแต่สมัยที่ดาบซามูไรยังคงเสียงกริ๊ง จนถึงยุคที่ปัญญาประดิษฐ์เริ่มเขียนโค้ดให้ตัวเอง
💴 เงินสดคือปราการ – การบริหารความเสี่ยงแบบโบราณที่ยังไม่มีวันหมดอายุ
เมื่อคนส่วนใหญ่คิดถึงเงิน พวกเขามักคิดถึงการเติบโต การลงทุน การทำให้เงินทำงาน
แต่สำหรับบริษัทพันปี พวกเขา
"มองเงินสดเหมือนมองอ็อกซิเจน"
ไม่ใช่แค่กำไรที่จะนำไปอวด แต่เป็นเชื้อเพลิงที่ทำให้หายใจรอดในคืนที่มืดมิดที่สุด
การสร้างวัดที่ไม่ใช้ตะปูเลยของ Kongo Gumi
นึกภาพดูว่า บริษัท Kongo Gumi ที่ก่อตั้งเมื่อปี ค.ศ. 578 บริษัทก่อสร้างที่เก่าแก่ที่สุดในโลกที่สร้างวัดไม้และซ่อมแซมศาลเจ้ามาเป็นเวลานานกว่า 1,400 ปี
พวกเขาได้ผ่านสงครามนับไม่ถ้วน แผ่นดินไหวใหญ่ โรคระบาด และภาวะเศรษฐกิจตกต่ำมากมาย
คำถามคือ พวกเขารอดได้อย่างไร ?
คำตอบอยู่ที่
การสะสมเงินสำรองมหาศาล หลายบริษัทแบบนี้มีเงินสดที่สามารถจ่ายเงินเดือนพนักงานและค่าใช้จ่ายได้นานถึง 2-5 ปี โดยที่ไม่มีรายได้เข้ามาเลยแม้แต่บาทเดียว
ในขณะที่ธุรกิจสมัยใหม่ถูกสอนว่า "เงินสดที่อยู่เฉยๆ คือเงินที่เสียโอกาส และควรนำไปลงทุนให้เร็วที่สุด"
1
บริษัทชินิเซะกลับคิดตรงข้าม พวกเขาไม่ได้มองแค่ไตรมาสหน้า
"แต่มองไปถึงวิกฤตที่อาจเกิดขึ้นในอีก 20 ปีข้างหน้า"
1
นี่คือ "ปรัชญาการกักตุน" ที่ไม่ใช่ความโลภ แต่เป็น "ความรับผิดชอบต่อคนรุ่นถัดไป"
1
เงินก้อนนี้คืออำนาจในการตัดสินใจที่มั่นคงที่สุดเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน มันคือเกราะป้องกันที่ทำให้พวกเขาสามารถพูดได้ว่า "ไม่" กับดีลที่ดูน่าสนใจแต่เสี่ยงเกินไป
มันคือพื้นที่ปลอดภัยที่ทำให้พวกเขาไม่ต้องไล่คนออกในยามวิกฤต
และนี่พาเราไปสู่จุดที่น่าสนใจอีกจุดหนึ่ง
การปฏิเสธหนี้สิน ธุรกิจร้อยปีมักมีนโยบาย "ไร้หนี้" หรือมีหนี้ในระดับที่ต่ำมากจนน่าตกใจเมื่อเทียบกับขนาดธุรกิจ
2
พวกเขาจะขยายสาขาหรือลงทุนใหม่ก็ต่อเมื่อ "เงินเย็น" ในกระเป๋ามีมากพอเท่านั้น ไม่เน้นการกู้มาเพื่อเร่งการเติบโต
1
การไม่มีหนี้หมายถึงการไม่ต้องถูกกดดันจากธนาคารหรือผู้ถือหุ้นในระยะสั้น
ทำให้พวกเขาสามารถตัดสินใจเรื่องที่ "ถูกต้อง" มากกว่าเรื่องที่ "กำไรดี"
สิ่งที่โดดเด่นที่สุดคือการแยก "เงินกงสี" กับ "เงินธุรกิจ" อย่างเด็ดขาด
หนึ่งในสาเหตุที่ธุรกิจครอบครัวสมัยใหม่ล้มละลายคือการเอาเงินบริษัทมาใช้ส่วนตัว
แต่บริษัทที่อยู่รอดพันปีมีระบบที่เข้มงวดมาก ผู้บริหารที่เป็นเจ้าของมักรับเงินเดือนในระดับที่สมเหตุสมผล ไม่ดึงกำไรออกไปใช้ฟุ่มเฟือย
กำไรส่วนใหญ่จะถูกหมุนเวียนกลับเข้าไปในบริษัทเพื่อบำรุงรักษาเครื่องจักร พัฒนาฝีมือช่าง หรือเก็บเป็นทุนสำรองสะสม
และที่น่าประทับใจที่สุดคือวิธีที่พวกเขาดูแลคู่ค้า พวกเขาเชื่อว่าถ้าคู่ค้าอยู่ไม่ได้ เราก็อยู่ไม่ได้
ในยามวิกฤต บริษัทเหล่านี้มักจะรีบจ่ายเงินให้คู่ค้าก่อน หรือแม้แต่ให้กู้ยืมเพื่อให้ระบบนิเวศน์ของเขาไม่ล่มสลาย
ในอดีตที่ไม่มีธนาคาร "ชื่อเสียง" คือวงเงินสินเชื่อที่ใหญ่ที่สุด การรักษาคำพูดเรื่องเงินจึงสำคัญกว่าตัวเลขกำไร
ในยุคที่ดอกเบี้ยขาขึ้นและเศรษฐกิจผันผวน
กลยุทธ์แบบคนโบราณที่เคยถูกมองว่าล้าสมัย กลับกลายเป็นเกราะคุ้มภัยที่ฉลาดที่สุด
กิ่งใหม่บนรากเดิม – การปรับตัวโดยไม่ทิ้งรากเหง้า
ถ้าคุณคิดว่าบริษัทพันปีอยู่รอดได้เพราะยึดติดกับอดีตและปฏิเสธการเปลี่ยนแปลง
"คุณคิดผิด"
ความจริงคือ พวกเขาปรับตัวตลอดเวลาแต่ทำแบบที่เรียกว่า "การรักษาแก่นแท้ แต่เปลี่ยนรูปลักษณ์" นี่คือวิถีนวัตกรรมแบบคนโบราณที่ทำให้พวกเขาอยู่รอดจากยุคดาบซามูไรมาจนถึงยุค AI
1
Nintendo
เริ่มจาก Nintendo บริษัทที่ก่อตั้งเมื่อปี ค.ศ. 1889 เริ่มต้นจากการทำ "ไพ่ฮานาฟุดะ" ไพ่ทำมือแบบญี่ปุ่นที่ใช้เล่นพนัน
เมื่อคนเลิกเล่นไพ่ พวกเขาไม่ได้พยายามฝืนขายไพ่ต่อจนล้มละลาย แต่กลับไปดูที่แก่นว่า "เราคือธุรกิจมอบความบันเทิง"
จากไพ่กระดาษ สู่ของเล่นพลาสติก และเข้าสู่โลกวิดีโอเกมในที่สุด แต่ "ความสนุกแบบ Nintendo" ยังคงเดิมมาตลอดร้อยกว่าปี
นี่คือบทเรียนสำคัญ บริษัทที่อยู่รอดนานที่สุดมักไม่นิยามตัวเองด้วย "ผลิตภัณฑ์" แต่นิยามตัวเองด้วย "คุณค่า"
เมื่อผลิตภัณฑ์หมดยุค พวกเขาไม่ตายไปพร้อมกับมัน พวกเขาค้นหาวิธีใหม่ที่จะส่งมอบคุณค่าเดิมในรูปแบบที่โลกยุคใหม่ต้องการ
Fujifilm
อีกตัวอย่างหนึ่งที่น่าทึ่งคือ Fujifilm
บริษัทที่ก่อตั้งปี 1934 เมื่อโลกดิจิทัลฆ่าฟิล์มถ่ายรูป Kodak ล้มละลาย แต่ Fujifilm รอดมาได้
พวกเขาเอาความรู้เรื่อง "สารเคมีและการป้องกันการอ็อกซิเดชั่นในฟิล์ม" ซึ่งช่วยไม่ให้รูปซีดจาง มาปรับใช้กับผิวหนังมนุษย์
ผลลัพธ์คือแตกไลน์ไปทำเครื่องสำอางแบรนด์ Astalift และยาต้านไวรัส โดยใช้ฐานความรู้เดิมด้านเคมีฟิล์มมาเป็นหัวหอก
นี่คือนวัตกรรมแบบ "ก้าวครึ่งก้าว" ธุรกิจร้อยปีมักไม่ทำอะไรที่ฉีกแนวจากความเชี่ยวชาญเดิมแบบ 180 องศาเหมือน Startup แต่ใช้วิธี "ต่อยอดจากสิ่งที่เก่งที่สุด"
และพวกเขาไม่ได้แอนตี้เทคโนโลยี ตรงกันข้าม พวกเขาใช้เทคโนโลยีมาทำให้ "ของเดิม" ดีขึ้น
ช่างตีดาบหรือผู้สร้างวัดไม้ในปัจจุบันใช้ซอฟต์แวร์ 3D Modeling หรือเครื่องสแกนเลเซอร์มาช่วยวิเคราะห์โครงสร้าง เพื่อให้การสร้างแบบโบราณแม่นยำและทนทานกว่าเดิม
หลักการคือ
"ใช้เครื่องจักรทำงานแทนมือ เพื่อให้มือไปทำงานที่เครื่องจักรทำไม่ได้"
ธุรกิจสมัยใหม่มักจะกระโดดเข้าหาทุกอย่างที่กำลังดัง ไม่ว่าจะเป็น Crypto, Metaverse หรือ AI จนบางครั้งเสียจุดยืน
แต่ธุรกิจร้อยปีจะถามคำถามเดียว
"เทคโนโลยีนี้ช่วยให้เราดูแลลูกค้าได้ดีขึ้นในอีก 100 ปีข้างหน้าไหม ?"
ถ้าไม่ พวกเขาจะแค่เฝ้ามอง แต่ถ้าใช่ พวกเขาจะทุ่มสุดตัว
นวัตกรรมของบริษัทพันปีไม่ใช่เรื่องของความเร็ว แต่เป็นเรื่องของความแม่นยำ
"พวกเขาเปรียบเหมือนต้นไม้ใหญ่ที่ขยับกิ่งก้านตามทิศทางแสงแดด (ตลาด) แต่รากแก้ว (อุดมการณ์) ยังคงปักลึกที่เดิมเสมอ"
👤 ผู้ดูแลมรดก ไม่ใช่เจ้าของ – ปรัชญาที่เปลี่ยนทุกอย่าง
ที่ Kongo Gumi บริษัทก่อสร้างอายุกว่าพันปี มีหลักการที่น่าสนใจมาก การเป็นหัวหน้าบริษัทไม่ได้ตกทอดไปให้ลูกชายคนโตโดยอัตโนมัติ
แต่ตกไปที่ "คนที่มีฝีมือและจริยธรรมดีที่สุด" แม้ว่าคนนั้นจะเป็นลูกเขยที่ถูกรับเป็นบุตรบุญธรรมก็ตาม
2
นี่คือหัวใจสำคัญที่สุดของธุรกิจพันปี คำว่า "The Family over Individual" ไม่ได้หมายถึงสายเลือด แต่หมายถึง
"การสืบทอดค่านิยมและความรู้"
พวกเขาไม่ได้เน้นตัว CEO หรือคนดัง แต่เน้น "ตระกูล" ในความหมายของระบบที่สามารถสืบทอดต่อไปได้โดยไม่ขาดตอน
การเป็นผู้นำในบริษัทแบบนี้จึงไม่ใช่การ "เป็นเจ้าของ" แต่ "เป็นผู้ดูแลมรดก"
คุณไม่ได้มาเพื่อสร้างชื่อเสียงให้ตัวเอง ขายบริษัททิ้ง หรือดึงกำไรสูงสุดออกมาในช่วงที่คุณอยู่
คุณมาเพื่อดูแลให้บริษัทพร้อมที่จะส่งมอบต่อให้คนรุ่นถัดไปในสภาพที่ดีกว่าเดิม
ความเชี่ยวชาญเฉพาะทางก็เป็นอีกเสาหลักสำคัญ ในขณะที่ธุรกิจสมัยใหม่พยายามทำทุกอย่าง (Diversify)
แต่ Kongo Gumi ยึดมั่นในการเป็น "สุดยอดช่างไม้" จนกลายเป็นความเชื่อใจที่เงินซื้อไม่ได้
พวกเขาไม่ได้หลงไปทำอย่างอื่นเพียงเพราะมันทำเงินได้ พวกเขาอยู่กับสิ่งที่รัก สิ่งที่เชี่ยวชาญ และสิ่งที่ทำได้ดีกว่าใครในโลก
ในยามวิกฤต บริษัทเหล่านี้ไม่ไล่คนออกง่ายๆ แต่ใช้วิธีลดเงินเดือนผู้บริหารก่อน เพื่อรักษา "ความรู้" ให้อยู่กับองค์กร
พวกเขาเชื่อว่าความรู้และฝีมือของช่างแต่ละคนคือสมบัติล้ำค่าที่เก็บสะสมมาหลายชั่วคน การปล่อยให้คนเหล่านั้นไป ไม่ใช่แค่การเสียพนักงาน แต่เป็นการตัดขาดมรดกที่สืบทอดมา
🏃♂️ จากการวิ่งแข่ง สู่การเดินทางไกล
เมื่อเราเห็นสตาร์ทอัพที่ระดมทุนได้พันล้าน ประกาศว่าจะเปลี่ยนโลก แล้วล้มหายไปในอีกไม่กี่ปี มันทำให้เราต้องหยุดถามตัวเอง "ความสำเร็จของธุรกิจควรวัดด้วยอะไร ?"
บทเรียนจากบริษัทพันปีบอกเราว่า การทำธุรกิจไม่ใช่การวิ่งแข่ง 100 เมตร แต่เป็นการเดิน Marathon ที่ไม่มีเส้นชัย
ความสำเร็จไม่ได้อยู่ที่การเติบโตเร็วที่สุด ระดมทุนสูงสุด หรือขายบริษัทได้ราคาดีที่สุด
แต่อยู่ที่การส่งมอบคุณค่าให้กับลูกค้าและสังคมได้อย่างต่อเนื่องจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรม
"Slow is Smooth, Smooth is Fast" (ช้าแต่ชัวร์คือความเร็วที่แท้จริง) อาจฟังดูขัดกับทุกอย่างที่เราถูกสอนในยุคนี้
แต่เมื่อมองย้อนกลับไป บริษัทที่เติบโตแบบระเบิด มักจะดับแบบระเบิดเช่นกัน
ในขณะที่บริษัทที่เติบโตแบบมั่นคง ค่อยเป็นค่อยไป พวกเขายังคงยืนหยัดอยู่แม้จะผ่านพายุมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน
ในโลกที่ทุกอย่างเร็ว ทุกอย่างต้องการผลตอบแทนทันที "ความอดทนกลายเป็นสินค้าฟุ่มเฟือย" แต่บางทีนี่อาจเป็นเวลาที่เหมาะสมที่เราจะหยุดวิ่ง แล้วหันกลับมาเรียนรู้วิธีเดินให้มั่นคง
เพราะในท้ายที่สุด ธุรกิจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดไม่ใช่ธุรกิจที่โตเร็วที่สุด แต่เป็นธุรกิจที่อยู่ได้นานที่สุด
ไม่ใช่ธุรกิจที่ทำเงินได้มากที่สุดในตอนนี้ แต่เป็นธุรกิจที่ยังคงมอบคุณค่าให้คนรุ่นต่อๆ ไปได้อีกหลายร้อยปี
และนั่นคือเหตุผลว่าทำไมเราไม่ได้เป็นเจ้าของบริษัท แต่เราเป็นเพียงผู้ดูแลบริษัทเพื่อส่งต่อให้คนรุ่นถัดไป
ชั่วขณะแห่งการเป็นผู้ดูแลของเรา จะเป็นมรดกที่ส่งผ่านไปอีกนานแสนนานหรือไม่ ขึ้นอยู่กับว่าวันนี้เราเลือกที่จะวิ่งแข่ง หรือเดินอย่างมั่นคง.
...............
"ในตอนต่อไป ผมจะพาไปเจาะลึกบริษัทที่เก่าแก่ที่สุดในโลกอย่าง 'Kongo Gumi' ที่จะเจาะลึกขยายความต่อจากเนื้อหาที่ได้กล่าวไว้ในบทความนี้อีกครับ
จากช่างไม้ชาวเกาหลีสู่ผู้สร้างปราสาทโอซาก้าที่ยืนยงมากว่า 1,400 ปี ... พวกเขารักษาความลับและฝีมือผ่าน 40 รุ่นมาได้อย่างไร ?
กดติดตามรอไว้ได้เลยครับ พบกันพรุ่งนี้ครับ"
‐--------------------------------------
Reference :
- ResearchGate Emerald Publishing
- Teikoku Databank
- Works That Work ,Tharawat Magazine
- INSEAD Knowledge , Harvard Business Review
- "The Living Company" by Arie de Geus
#TheKingMaker #Japanbusiness #Business
#กลยุทธ์ธุรกิจ #กรณีศึกษา #Shinise
__________________________________________________
The King Maker: กลยุทธ์เหนือกาลเวลา
ถ้าคุณชอบบทความคุณภาพ เราจะมีบทความเกี่ยวกับกลยุทธ์ - บทเรียน และประวัติศาสตร์ทางธุรกิจ จากบริษัทที่ผ่านการพิสูจน์ด้วยระยะเวลาที่ยาวนานผ่านร้อนผ่านฝนผ่านหนาว มาร้อยปีพันปี ในระดับพรีเมี่ยม มาลงในทุกสัปดาห์ครับ
"ความยิ่งใหญ่ไม่ได้วัดจากความเร็ว แต่วัดจากความยืนยาว" เพราะเราเน้นบทความ และกลยุทธ์ที่ยั่งยืน
หมายเหตุ: บทความนี้เขียนด้วยข้อมูลจากแหล่งข้อมูลทางประวัติศาสตร์และธุรกิจที่เชื่อถือได้ เพื่อเป็นกรณีศึกษาทางธุรกิจ ไม่ใช่คำแนะนำทางการเงินหรือการลงทุน.
ธุรกิจ
ประวัติศาสตร์
1 บันทึก
2
5
2
1
2
5
2
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2025 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย