30 ธ.ค. 2025 เวลา 08:25 • สุขภาพ

Cetirizine กินทุกวันได้ไหม? ปลอดภัยแค่ไหน ใครควรระวัง และควรหยุดเมื่อไหร่

Cetirizine คืออะไร และใช้รักษาอะไร
Cetirizine เป็นยาแก้แพ้ในกลุ่ม H1-antihistamine รุ่นที่ 2 ซึ่งมีคุณสมบัติลดอาการแพ้โดยไม่ทำให้ง่วงซึมมากเท่ากับยารุ่นก่อนหน้า ยานี้ใช้บรรเทาอาการแพ้ต่าง ๆ เช่น จาม น้ำมูกไหล คันจมูก คันตา รวมถึงผื่นคันจากลมพิษ
ข้อบ่งใช้ที่พบได้บ่อย ได้แก่:
* โรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ตามฤดูกาล ในผู้ใหญ่และเด็กอายุ 2 ปีขึ้นไป
* โรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้เรื้อรังตลอดปี และลมพิษเรื้อรังชนิดไม่ทราบสาเหตุ ในผู้ป่วยอายุตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป
Cetirizine กิน “ทุกวัน” ได้หรือไม่?
โดยทั่วไปสามารถรับประทาน cetirizine ทุกวันได้ หากใช้ตามข้อบ่งใช้และขนาดที่เหมาะสม โดยเฉพาะในกรณีที่อาการแพ้เป็นแบบเรื้อรังหรือเกิดขึ้นต่อเนื่อง เช่น โรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ชนิดเรื้อรัง หรือ ลมพิษเรื้อรัง ที่อาการดำเนินเกิน 6 สัปดาห์
1) กรณี “ภูมิแพ้จมูก” หรือ “แพ้ตามฤดูกาล”
ในช่วงที่มีสิ่งกระตุ้น เช่น เกสรดอกไม้ ฝุ่น หรือขนสัตว์ หากมีอาการทุกวัน การใช้ยา cetirizine วันละครั้งอย่างต่อเนื่องในช่วงนั้นถือเป็นแนวทางที่พบได้บ่อย
ปัจจุบัน แนะนำให้ใช้ยาแก้แพ้กลุ่มรุ่นที่ 2 เนื่องจากมีผลข้างเคียงต่อระบบประสาทส่วนกลางน้อยกว่า โดยเฉพาะเรื่องง่วงซึม สมาธิลดลง หรืออาการแห้งคอ ท้องผูก และปัสสาวะขัด
หมายเหตุ:
หากมีอาการคัดจมูกเด่น หรืออาการอยู่ในระดับปานกลางถึงรุนแรง อาจพิจารณาใช้ยาสเตียรอยด์พ่นจมูกเป็นแนวทางหลัก และในบางกรณีไม่แนะนำให้เริ่มด้วยการใช้ยาแก้แพ้ชนิดรับประทานร่วมกับสเตียรอยด์พ่นจมูกตั้งแต่แรก
2) กรณี “ลมพิษเรื้อรัง (chronic urticaria)”
ในผู้ป่วยลมพิษเรื้อรัง ยาแก้แพ้รุ่นที่ 2 เป็นยาหลักที่แนะนำให้ใช้เป็นอันดับแรก และควรรับประทานเป็นประจำต่อเนื่อง (regular use) มากกว่าการใช้เฉพาะเวลามีอาการ
หากขนาดมาตรฐานไม่สามารถควบคุมอาการได้ แพทย์อาจพิจารณา เพิ่มขนาดยาได้สูงสุดถึง 4 เท่า ก่อนปรับไปใช้แนวทางการรักษาอื่น อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขนาดยาเกินมาตรฐานถือเป็นการใช้แบบ off-label และไม่ควรปรับยาเองโดยไม่อยู่ในการดูแลของแพทย์
กิน Cetirizine ทุกวัน ปลอดภัยแค่ไหน?
โดยทั่วไป cetirizine ถือเป็นยาที่มีความปลอดภัยค่อนข้างสูง หากใช้ตามขนาดที่แนะนำในฉลากหรือภายใต้คำแนะนำของแพทย์ และเป็นยาที่มีการใช้กันอย่างแพร่หลายนานหลายปี
อย่างไรก็ตาม ความปลอดภัย ไม่ได้หมายความว่าไม่มีความเสี่ยงเลย ผู้ใช้ควรทราบถึงผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น รวมถึงภาวะแทรกซ้อนที่ควรเฝ้าระวัง ดังนี้
ผลข้างเคียงที่พบบ่อย
* อาการง่วงซึม หรืออ่อนเพลีย
* ปากแห้ง
ผู้ใช้บางรายอาจมีความไวต่อฤทธิ์ของยาในระดับที่ต่างกัน จึงควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ต้องใช้ความตื่นตัว (เช่น การขับรถ) จนกว่าจะทราบว่าตัวยามีผลต่อร่างกายตนเองมากน้อยเพียงใด
ผลข้างเคียงที่ควรหยุดยาและพบแพทย์ทันที
* ผื่น หรืออาการแพ้ยา
* หายใจลำบาก หรือมีอาการบวมที่ปาก ลิ้น หรือใบหน้า ซึ่งอาจบ่งชี้ถึงการแพ้ยาอย่างรุนแรง
ประเด็นใหม่ที่ควรระวัง: อาการคันมากหลังหยุดยา
ในปี 2025 หน่วยงานด้านยาได้ออกประกาศเตือนเกี่ยวกับ การเกิดอาการคันอย่างรุนแรง (pruritus) หลังหยุดใช้ cetirizine หรือ levocetirizine โดยเฉพาะในผู้ที่ใช้ต่อเนื่องมานานหลายเดือนหรือหลายปี แม้บางรายจะไม่เคยมีอาการคันก่อนเริ่มใช้ยาก็ตาม
จากการรวบรวมข้อมูลพบว่า:
* มักเริ่มมีอาการคันภายใน 1–5 วันหลังหยุดยา (ค่ามัธยฐาน ~2 วัน)
* รายงานอาการนี้จำนวน 209 กรณีทั่วโลก โดยส่วนใหญ่เกิดในสหรัฐอเมริกา
คำแนะนำ: หากคุณใช้ cetirizine ทุกวันติดต่อกันเป็นเวลานาน และมีแผนจะหยุดยา ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร โดยเฉพาะหากเคยมีประวัติอาการคันผิดปกติหลังหยุดใช้ยานี้
ใครควรระวังเป็นพิเศษ ก่อนใช้ Cetirizine หรือใช้ต่อเนื่อง
แม้ cetirizine จะเป็นยาที่ใช้กันอย่างแพร่หลายและโดยทั่วไปมีความปลอดภัยสูง แต่มีบางกลุ่มผู้ป่วยที่ควรระมัดระวัง หรือปรึกษาแพทย์/เภสัชกรก่อนใช้ ดังนี้
1) ผู้ที่มีโรคไต หรือการทำงานของไตบกพร่อง
Cetirizine ถูกขับออกจากร่างกายทางไตเป็นหลัก จึงมีความเสี่ยงต่อการสะสมในผู้ที่มีภาวะไตเสื่อม โดยฉลากยาระบุให้ปรับลดขนาดยาในบางระดับของการทำงานไตที่ลดลง รวมถึงในผู้ที่อยู่ระหว่างการฟอกไต
2) ผู้ที่มีโรคตับ
ผู้ป่วยโรคตับบางรายอาจต้องได้รับการปรับขนาดยาลง ทั้งนี้ควรแจ้งแพทย์หากมีประวัติโรคตับร่วมด้วย เพื่อให้พิจารณาปรับขนาดยาอย่างเหมาะสม
3) เด็กเล็ก โดยเฉพาะในกรณีที่มีปัญหาไตหรือตับร่วมด้วย
ในเด็กอายุต่ำกว่า 6 ปีที่มีภาวะไตหรือตับบกพร่อง ไม่แนะนำให้ใช้ cetirizine เนื่องจากข้อมูลด้านความปลอดภัยและเภสัชจลนศาสตร์ในกลุ่มนี้ยังมีจำกัด
4) หญิงตั้งครรภ์และหญิงให้นมบุตร
โดยทั่วไป cetirizine จัดเป็นหนึ่งในยาที่สามารถใช้ได้ในหญิงตั้งครรภ์และช่วงให้นมบุตรในหลายกรณี แต่ควรชั่งน้ำหนักประโยชน์และความเสี่ยงเป็นรายบุคคล ยานี้ผ่านน้ำนมในปริมาณเพียงเล็กน้อย และไม่ค่อยพบอาการไม่พึงประสงค์ในทารก แต่ควรสังเกตทารกว่ามีอาการง่วงผิดปกติหรือไม่ในระหว่างที่มารดาใช้ยาอย่างต่อเนื่อง
5) ผู้ที่ต้องใช้ความตื่นตัวสูง
เนื่องจาก cetirizine อาจทำให้ง่วงในผู้ใช้บางราย จึงควรหลีกเลี่ยงการใช้ยาก่อนทำกิจกรรมที่ต้องใช้สมาธิ เช่น การขับรถ การอ่านหนังสือสอบ หรือการทำงานกับเครื่องจักร
6) ผู้ที่ใช้ยาร่วมกันหลายชนิด
ควรแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรเกี่ยวกับยาทั้งหมดที่ใช้อยู่ เนื่องจาก cetirizine อาจมีปฏิกิริยาระหว่างยา หรือเพิ่มฤทธิ์ง่วงซึมเมื่อใช้ร่วมกับยาบางกลุ่ม
Cetirizine ควรหยุดเมื่อใด?
หลักการสำคัญในการใช้ cetirizine คือ ใช้เท่าที่จำเป็น และควรหยุดเมื่ออาการควบคุมได้ หรือพ้นช่วงที่มีสิ่งกระตุ้น ทั้งนี้ แนวทางการหยุดยาจะขึ้นอยู่กับลักษณะโรคและอาการของแต่ละบุคคล
▸ ในกรณีโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ / แพ้ตามฤดูกาล
หากอาการเกิดขึ้นเฉพาะช่วงฤดูกาล เช่น แพ้เกสรดอกไม้หรือฝุ่นในบางช่วงปี
→ สามารถใช้ยาอย่างต่อเนื่องเฉพาะช่วงที่มีสิ่งกระตุ้น และพิจารณาหยุดยาเมื่ออาการสงบหรือพ้นฤดูกาล
แต่หากจำเป็นต้องใช้ยา ทุกวันตลอดปี หรือพบว่าอาการกลับมาเป็นซ้ำหนักขึ้นหลังหยุดยา
→ ควรพบแพทย์เพื่อประเมินสาเหตุเพิ่มเติม และพิจารณาแนวทางรักษาอื่นที่ยั่งยืน เช่น ยาพ่นจมูก การหลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้ หรือการวินิจฉัยเพิ่มเติมโดยแพทย์เฉพาะทางด้านภูมิแพ้
▸ ในกรณีลมพิษเรื้อรัง (Chronic Urticaria)
แนวทางเวชปฏิบัติสากลแนะนำให้เพิ่มระดับการรักษา เมื่ออาการยังควบคุมไม่ได้ และลดระดับการรักษา (step down) เมื่อควบคุมอาการได้ดี
โดยทั่วไปจะพิจารณาลดขนาดยาหรือหยุดยา เมื่อไม่มีอาการติดต่อกัน 3–6 เดือน อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีแนวทางตายตัวว่าควรลดขนาดยาหรือหยุดยาอย่างไรในทุกคน ผู้ป่วยแต่ละรายควรได้รับการประเมินรายกรณี
▸ คำแนะนำเพิ่มเติมสำหรับผู้ที่ใช้ยาเป็นเวลานาน
หากคุณใช้ cetirizine เป็นประจำต่อเนื่องหลายเดือนหรือหลายปี การหยุดยาโดยทันทีอาจทำให้เกิดอาการคันรุนแรงหลังหยุดยา (rebound pruritus) ในบางราย อาการจะดีขึ้นเมื่อกลับมาใช้ยาหรือได้รับการปรับลดภายใต้การดูแลของแพทย์
ดังนั้นควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนหยุดยา โดยเฉพาะหากมีประวัติอาการคันผิดปกติหลังหยุดยา
ควรหยุดยาและพบแพทย์ทันทีเมื่อใด?
* มีอาการผื่นแพ้ยา หรืออาการที่บ่งชี้ถึงการแพ้รุนแรง เช่น หายใจลำบาก หรือมีอาการบวมที่บริเวณปาก ลิ้น ใบหน้า
* ใช้ยาเพื่อรักษาอาการลมพิษแล้วอาการ ไม่ดีขึ้นภายใน 3 วันแรก
* อาการลมพิษเป็นต่อเนื่องนานเกิน 6 สัปดาห์ ควรได้รับการประเมินว่าเป็นลมพิษชนิดเรื้อรังและวางแผนการรักษาอย่างเหมาะสม
โฆษณา