Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
สุขภาพดีไม่มีในขวด
•
ติดตาม
31 ธ.ค. 2025 เวลา 05:55 • สุขภาพ
ยาที่คนสนใจมากที่สุดในปี 2025: “ยุคของยา GLP‑1” และกลุ่มยานวัตกรรมที่เปลี่ยนแนวทางการรักษา
ทำไมปี 2025 “ยา GLP‑1” ถึงถูกพูดถึงมากที่สุด
หากต้องเลือก “กลุ่มยา” ที่ได้รับความสนใจมากที่สุดในปี 2025 ทั้งในมุมคลินิก นโยบายสาธารณสุข และกระแสสังคม คำตอบแทบจะหนีไม่พ้นยากลุ่ม GLP‑1 รวมถึง incretin รุ่นใหม่ เช่น semaglutide, tirzepatide และยาเม็ดรุ่นใหม่ ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่วงการแพทย์มีเครื่องมือที่ให้ผลชัดเจนในการรักษาโรคอ้วน ซึ่งเป็นโรคเรื้อรังที่มีแนวโน้มกลับเป็นซ้ำ และยังมีความเชื่อมโยงกับเบาหวาน โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคไต และภาวะเมตาบอลิกอื่น ๆ
ในปีเดียวกัน องค์กรระดับสากลได้ออกแนวทางฉบับแรกเกี่ยวกับการใช้ยากลุ่ม GLP‑1 ในการรักษาโรคอ้วนในผู้ใหญ่ โดยประกาศให้โรคอ้วนเป็นโรคเรื้อรัง และแนะนำให้ใช้ยาควบคู่กับการปรับพฤติกรรมสุขภาพในระยะยาว ภายใต้คำแนะนำแบบมีเงื่อนไข พร้อมย้ำถึงประเด็นด้านความปลอดภัย การติดตามข้อมูลระยะยาว ต้นทุนทางสุขภาพ และความเท่าเทียมในการเข้าถึงยา
ในด้านการใช้งานจริง แนวโน้มความสนใจต่อยาในกลุ่มนี้ก็ปรากฏชัดในระดับระบบสุขภาพ รายงานจากสหรัฐอเมริกาพบว่าค่าใช้จ่ายรวมของยา GLP‑1 เพิ่มขึ้นมากกว่า 500% ในช่วงปี 2018–2023 และยังมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากการขยายข้อบ่งใช้ และการปรับความครอบคลุมของระบบประกันสุขภาพในอนาคต
ยากลุ่ม GLP‑1 / GIP: เหตุผลที่ “คนสนใจ” อย่างมากในปี 2025
หนึ่งในกลุ่มยาที่ได้รับความสนใจสูงสุดในปี 2025 คือ ยาในกลุ่ม GLP‑1 และ GIP/GLP‑1 agonists โดยเฉพาะยาที่มีข้อมูลประสิทธิผลเชิงประจักษ์ด้านการลดน้ำหนักและผลต่อโรคร่วมในระดับที่ชัดเจน ซึ่งสามารถแบ่งได้เป็น 3 กลุ่มเด่นต่อไปนี้
1) Semaglutide (เช่น Wegovy, Ozempic และยาเม็ดรุ่นใหม่)
หัวใจสำคัญที่ทำให้ semaglutide เป็นจุดสนใจ คือ ประสิทธิผลในการลดน้ำหนักเชิงสุขภาพ และผลบวกต่อโรคร่วม ทั้งในด้านอัตราการลดน้ำหนัก และผลลัพธ์ต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด
* ในการศึกษาในกลุ่มผู้ป่วยโรคอ้วนหรือน้ำหนักเกินที่ไม่มีเบาหวาน การใช้ semaglutide สัปดาห์ละครั้ง ส่งผลให้น้ำหนักลดลงมากกว่ากลุ่มยาหลอกอย่างมีนัยสำคัญ และเป็นงานที่ได้รับการอ้างอิงอย่างกว้างขวางในเวชปฏิบัติ
* อีกการศึกษาในผู้ป่วยโรคอ้วนหรือมีน้ำหนักเกินร่วมกับโรคหัวใจ (โดยไม่มีเบาหวาน) พบว่า semaglutide สามารถลดความเสี่ยงของเหตุการณ์หัวใจและหลอดเลือดสำคัญ เมื่อเทียบกับกลุ่มยาหลอก
จุดเปลี่ยนสำคัญในปี 2025 คือความสะดวกในการใช้ยา และการขยายข้อบ่งใช้:
* เดือนตุลาคม 2025 มีการอนุมัติข้อบ่งใช้ใหม่ของ semaglutide แบบเม็ด (Rybelsus) เพื่อใช้ลดความเสี่ยงของเหตุการณ์หัวใจและหลอดเลือดในผู้ใหญ่ที่เป็นเบาหวานชนิดที่ 2 และมีความเสี่ยงสูง
* วันที่ 22 ธันวาคม 2025 มีรายงานการอนุมัติ Wegovy แบบเม็ด (oral semaglutide 25 mg) สำหรับการควบคุมน้ำหนักเรื้อรัง นับเป็นจุดเปลี่ยนจาก “ยาฉีดรายสัปดาห์” สู่ทางเลือก “ยาเม็ดรายวัน” ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสการเข้าถึงยาในผู้ป่วยบางกลุ่ม
หมายเหตุด้านความปลอดภัย: ยากลุ่มนี้มีคำเตือนสำคัญ เช่น ความเสี่ยงบางประเภทต่อระบบทางเดินอาหาร และมีข้อห้ามใช้บางประการ จึงไม่ควรใช้เองโดยไม่ปรึกษาแพทย์
2) Tirzepatide (dual GIP/GLP‑1 agonist: เช่น Mounjaro, Zepbound)
Tirzepatide เป็นยาที่มี สองกลไกการออกฤทธิ์ โดยกระตุ้นทั้ง GIP และ GLP‑1 ทำให้มีประสิทธิภาพโดดเด่นในด้านการลดน้ำหนักและควบคุมกลุ่มอาการเมตาบอลิก
* ในการศึกษากลุ่มผู้ใหญ่ที่มีโรคอ้วนหรือน้ำหนักเกินโดยไม่มีเบาหวาน พบว่าการใช้ tirzepatide สามารถลดน้ำหนักได้อย่างมีนัยสำคัญ และผลลัพธ์ขึ้นกับขนาดยาที่ใช้
* ในปี 2025 มีการศึกษาเปรียบเทียบโดยตรงระหว่าง tirzepatide กับ semaglutide ในกลุ่มผู้ป่วยโรคอ้วน (ไม่มีเบาหวาน) พบว่า tirzepatide ให้ผลการลดน้ำหนักเฉลี่ยดีกว่าเมื่อประเมินที่สัปดาห์ที่ 72 ขณะที่อาการไม่พึงประสงค์ที่พบส่วนใหญ่ยังคงเป็นกลุ่มอาการทางระบบทางเดินอาหาร
3) Orforglipron: ยาเม็ด GLP‑1 รุ่นใหม่ที่ไม่ใช่เปปไทด์
ปี 2025 ยังเป็นปีที่ยากลุ่มใหม่แบบ non-peptide GLP‑1 ในรูปแบบรับประทานได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะ orforglipron ซึ่งเป็นยารับประทานแบบ small molecule
* การศึกษาระยะที่ 3 รายงานว่า orforglipron สามารถลดน้ำหนักได้อย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับยาหลอก โดยประเมินผลที่สัปดาห์ที่ 72
* ลักษณะอาการไม่พึงประสงค์ที่พบมีความคล้ายคลึงกับยากลุ่ม GLP‑1 ทั่วไป โดยเฉพาะอาการทางระบบทางเดินอาหาร
แม้ข้อบ่งใช้และการเข้าถึงยาอาจแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ แต่ยาเม็ดกลุ่มใหม่นี้ถูกมองว่าเป็นกุญแจสำคัญในการขยายโอกาสการรักษาในอนาคต
ประเด็นด้านความปลอดภัยและนโยบาย: เหตุผลที่ GLP‑1 เป็น "ประเด็นใหญ่" ในปี 2025
ความสนใจต่อยากลุ่ม GLP‑1 ในปี 2025 ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงผลลัพธ์ทางคลินิก แต่ยังรวมถึงประเด็นด้านความปลอดภัยและระบบสุขภาพ เช่น:
* ความชัดเจนของประสิทธิภาพและความปลอดภัยในระยะยาว
* ต้นทุนของยาและภาระต่อระบบบริการสุขภาพ
* ความเสี่ยงเรื่องความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึง โดยเฉพาะในกลุ่มประชากรที่มีข้อจำกัดด้านทรัพยากร
* ปัญหาการลักลอบจำหน่ายหรือผลิตภัณฑ์ปลอม เนื่องจากความต้องการของตลาดที่สูงมาก
ด้วยปัจจัยเหล่านี้ ยากลุ่ม GLP‑1 จึงกลายเป็นที่สนใจไม่เฉพาะในหมู่ผู้ป่วย แต่ยังรวมถึงแพทย์ นักวิจัย ผู้กำหนดนโยบาย และหน่วยงานด้านประกันสุขภาพในหลายประเทศทั่วโลก
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2025 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย