Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
เรื่องเล่าเมาเมาแมน
•
ติดตาม
31 ธ.ค. 2025 เวลา 08:48 • ไลฟ์สไตล์
งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา….
จบไปอีกปี…..
หลังกินเลี้ยงบริษัทเมื่อคืน ผมก็มานั่งเงียบๆคนเดียว
ในห้องทำงาน ในออฟฟิศที่ไม่มีใคร
ขับรถมาทำไมก็ไม่รู้เหมือนกันแหละ
ก็แค่อยากนั่งคิดอะไรเงียบๆมั้ง ปกติห้องนี้เลขาวิ่งพล่านตลอด
…ว่าแล้วก็หยิบมาหนึ่งป๋อง ชิวๆ วอร์มก่อนปาร์ตี้ปีใหม่คืนนี้….
เมื่อคืน ในขณะที่ทุกคนกำลังสนุกกับงานเลี้ยง….
“พี่โภชน์” หรือลุงโภชน์ หัวหน้าช่างประจำบริษัท
ซึ่งทำงานกับผมมาตั้งแต่เปิดบริษัท เดินมาหาผมตอนหลบ
ออกมสูดควันเข้าปอดเงียบๆ….
“นาย ปีนี้คงได้กินปีใหม่ด้วยกันปีสุดท้ายแล้วนะ…”
“อืม….”
ผมตอบแกเรียบๆ เพราะแกแจ้งผมมาตั้งแต่เดือนตุลา
ว่าแกอยากลาออก กลับไปบ้าน ที่ยังอยู่เพราะรอจบโปรเจ็ค
ที่จะส่งมอบช่วงก่อนสงกรานต์
สำหรับผมแล้ว การเสียหัวหน้าช่างที่รู้มือ รู้ใจ
มีฝีมือ มากประสบการณ์แบบนี้ ถือว่าหนักและร้ายแรง
กว่าการเสียสถาปนิกหรือวิศวกรมือดีเสียอีก
1
เพราะการหาคนมาแทน ที่ทั้งมีฝีมือ รู้ใจ
และคุมช่างเด็กๆได้นั้นยากกว่าการหาสถาปนิกเก่งๆมาก
สำหรับคนนอกวงการ อาจมองว่า แค่คนออกแบบเก่ง
งานมันก็ดี ใครคุมก็ได้ ผมบอกเลยว่าคุณคิดผิดมาก
เพราะในงานก่อสร้าง ลักษณะของความคลาดเคลื่อน
ในระดับที่รับได้จะเกิดขึ้นเสมอ เพราะคนทำยังไงมันก็ไม่เป๊ะ100% เหมือนเวลาเราเขียนแบบในคอมพิวเตอร์
ไอ้สองสามเซนเนี่ย มีตลอด โดยเฉพาะในงานอินทิเรีย
ตรงนี้แหละช่างเก่งๆจะสำคัญมาก ว่าเขาจบงาน
หรือแก้ปัญหายังไง ให้ออกมาดีที่สุด และมีความเป็นไปได้
สำหรับคนทำงาน
ซึ่งเรื่องนี้ตัวสถาปนิกเอง ก็ไม่สามารถ
ตัดสินใจเองได้ เพราะถึงเราอาจรู้นั่นแหละว่าต้องทำยังไง
ตามตำรา แต่ช่างเขาทำได้ไหม มันอีกเรื่องหนึ่ง
ในมือลุงโภชน์ แกจบงานให้ผมมาได้ดีตลอดสิบกว่าปีที่ผ่าน
ถ้าตีเป็นมูลค่าเงิน ก็ต้องบอกว่าหลักรัอยล้านแล้วล่ะ
ผมไว้ใจให้แกคุมหน้างาน จนเลื่อนแกมาคุมช่างทั้งหมด
ทุกทีมของบริษัท ให้เงินเดือนมากกว่าสถาปนิกหลายคน
และแกก็ทำได้ดีมาตลอด
สำหรับบริษัทเล็กๆของผมแล้ว
…นี่คือการสูญเสียครั้งใหญ่ที่สุดของบริษัทด้วยซ้ำ…
“พี่เปลี่ยนใจไหม อีกสองปี เลิกพร้อมกัน…”
ผมแหย่แก แกก็ยิ้ม
“ลูกไม่ให้ทำแล้วนาย มันกลัวผมวูบเวลาผมปีนที่สูง…”
แกตอบด้วยสีหน้าภูมิใจ เมื่อพูดถึงลูกทุกครั้ง
ซึ่งมันก็น่าจะเป็นแบบนั้นแหละ
ก็เหมือนคนต่างจังหวัดอื่นๆ แกมีลูกหลายคน
สามคนของแก แกส่งถึงฝั่งหมดแล้ว และถึงแบบดีซะด้วย
คนโตจบ ปวส. ช่างไฟฟ้า ก่อนไปต่อจนจบวิศวะไฟฟ้ากำลัง
ที่คลองหก คนนี้ผมคุ้นเคยที่สุด เพราะทำงานด้วยกันหลายครั้ง
ปัจจุบัน เปิดบริษัทรับเหมางานไฟฟ้ากับเพื่อน และกำลังไปได้สวยมาก เริ่มได้งานระบบมูลค่าสูงในอาคารใหญ่แล้ว
คนรองเป็นลูกสาว จบพยาบาล ทำงานใช้หนี้หมดแล้ว
แล้วลาออกมาอยู่โรงพยาบาลเอกชน มีสามี สบายไปแล้ว
คนเล็กเป็นผู้ชาย ไอ้เจ้านี่มาแนวพ่อค้า เปิดร้านขายส่ง
อยู่ที่บ้านเกิดดูแลแม่ไปในตัว กิจการก็ไปได้สวย เห็นโพสต์
ในเฟสบุ๊คซื้อรถกระบะขนของใหม่อยู่เรื่อยๆ
งานเจ้านี่อาจไม่หรูหรา แต่ผมว่าเขารวยที่สุดในสามพี่น้อง
“พี่กลับไปก็เหงามือสิ ลูกเลี้ยง ไม่ต้องทำงาน” ผมแหย่แกงั้น
“ผมไม่เลิกเลยหรอกนาย ว่าจะทำโต๊ะเก้าอี้ขายไปเรื่อยแหละ”
แกว่างั้น ผมว่าคงเป็นธุรกิจแก้เซ็งมากกว่าที่แกจะหวังอะไร
สุดท้ายผมเลยถามแกว่า แกมองใครในลูกน้องทั้งหมด
ที่ควรเลื่อนขึ้นมาแทนแก แกก็เสนอมาสองคน ซึ่งตรงใจ
ที่ผมมองไว้พอดีเหมือนกัน รู้ใจผมสุดๆจริงๆ
“มีเวลาถึงเมษานาย ค่อยๆดูมัน อย่าเพิ่งพูดไปแล้วกัน”
“ครับ พี่….”
ผมตอบแกสั้นๆ ก่อนจะเดินกลับเข้าไปในงาน…..
ตลอดหลายปีหลัง ผมส่งลูกน้องไปหลายคน
ส่วนมากก็คืออยากออกไปโตกัน
มีทั้งประสบผลสำเร็จ และล้มเหลว
แต่ไม่เคยมีที่อยู่ด้วยกันจนเกษียณตัวเองแบบนี้
มีบางคนออกไปทำเองจนกลายเป็นบริษัทคู่แข่งก็มี
คนอื่นจะยังไงไม่รู้นะ แต่ผมค่อนข้างภูมิใจ ว่าเราเคย
มีส่วนในความสำเร็จของลูกน้องเหล่านี้
ทุกคนต้องโต และคนเป็นนายคน ควรเคารพเรื่องนี้
แม้วันที่เขากลายเป็นคู่แข่งทางธุรกิจไปแล้วก็ตาม
การเป็นนายคน ผมว่าบางครั้งเราก็เป็นทั้งครู
และลูกศิษย์ของลูกน้องเราไปพร้อมๆกัน
กับลูกน้อง บางครั้งเราก็ตัองแอบเรียนรู้ ครูพักลักจำไป
เพราะไปถามตรงๆ ก็เสียฟอร์มแย่
ในมุมมองผม ทุกคนในองค์กรสำคัญหมด
มันก็เหมือนเครื่องจักร ที่จะขาดฟันเฟืองทุกตัวไม่ได้
เอาง่ายๆ แม้แต่ถ้าคุณมีแม่บ้านแย่ ห้องน้ำไม่เรียบร้อย
ชงกาแฟห่วยแตก มันก็จะส่งผลต่อมุมมองของคนมาติดต่องาน
ที่มีต่อองค์การเรา จริงไหมล่ะ….
การใช้ลูกน้องแบบจิกหัวใช้
เขื่อเถอะ คุณไม่ได้ผลงานที่ดีหรอก
การเป็นนายคน ไม่ใช่แค่เรียนสูงกว่า รวยกว่า
หรือเกิดมาในชาติตระกูลที่ดีกว่าคนอื่น แล้วจะเป็นได้ดี
ผมขอย้ำว่า เป็นได้ดี ไม่ใช่แค่เป็นได้
คุณอาจโชคดีกว่าคนอื่น ที่มีโอกาสในชีวิตมากกว่าก็เท่านั้น
แต่นั่น ไม่ได้หมายความว่า คุณมีอำนาจเหนือเขาทุกเรื่อง
ในงานบางระบบ สอนให้คนใช้แต่อำนาจสั่งการ
ผลมันก็แย่ เหมือนที่เราเห็นในหลายหน่วยงานบ้านเรา
คนที่อยู่ในระบบนี้นานๆ มักติดอำนาจ จนกลายเป็นนิสัย
และมองไม่เห็นค่าของคนอื่น หรือชอบเหยียดคนที่ด้อยกว่า
คนแบบนี้น่ารังเกียจหรือไม่ เราก็ควรคิดกันดูให้ดี
ส่วนตัว ผมไม่เคยอายนะ ที่จะบอกว่าเคยทำมาหมดแล้ว
ตั้งแต่งานอย่างเตรียมของในร้านข้าวต้มหาเงินเรียน
ผมภูมิใจมากกว่า ที่ทุกอย่างถูกสร้างด้วยมือเราเอง
และมันก็ช่วยพัฒนามุมมองวิธีคิด เกี่ยวกับการใช้คน
โดยเอามุมมองจากข้างล่างมาคิด จนมาถึงวันนี้ได้
…เจ้านาย ที่ไม่คิดแทนลูกน้องเลย มันไม่รอดหรอกครับ….
…มันแทบจะเป็นสัจธรรมของธุรกิจเลยด้วยซ้ำ….
งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา
มีพบก็มีจาก
ชีวิตมันก็แบบนั้น
…มันเป็นงานเลี้ยงปีใหม่สุดท้าย ของผมกับลุงแกแล้วจริงๆ…
…ลุงโภชน์ ลูกน้องคนเดียวที่ผมยกมือไหว้ทุกครั้งที่เจอ…
1
…ขอบคุณครับ….
เรื่องเล่า
บันทึก
21
16
1
21
16
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2025 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย