31 ธ.ค. 2025 เวลา 10:17 • ข่าวรอบโลก

ไทยมีคนอายุ 100+ เป็นอันดับ 5 ของโลก

ข้อมูลล่าสุดจากกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ระบุว่ามีประชากรไทยที่มีอายุเกิน 100 ปี จำนวนประมาณ 45,561 คน ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดจากปี พ.ศ. 2566 ที่มีจำนวน 36,402 คน ตัวเลขนี้ส่งผลให้ประเทศไทยได้รับการจัดอันดับให้เป็นประเทศที่มีจำนวนผู้ที่มีอายุเกิน 100 ปี หรือ "ศตวรรษิกชน" (Centenarians) มากที่สุดเป็นอันดับที่ 5 ของโลก
การที่ประเทศไทยรั้งอันดับ 5 ของโลกตามหลังเพียงประเทศมหาอำนาจที่มีขนาดประชากรและเศรษฐกิจที่ใหญ่กว่ามากอย่างญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา จีน และอินเดีย ถือเป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจในเชิงประชากรศาสตร์ เนื่องจากไทยเป็นประเทศในกลุ่มรายได้ปานกลางเพียงหนึ่งเดียวที่สามารถแทรกตัวขึ้นมาอยู่ในระดับแถวหน้าของโลกในด้านนี้ได้สำเร็จ ข้อมูลนี้สะท้อนให้เห็นว่าความอายุยืนไม่ได้ขึ้นอยู่กับปัจจัยทางเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว แต่มีความสัมพันธ์อย่างลึกซึ้งกับนโยบายสาธารณสุขและบริบททางวัฒนธรรม
ประเทศไทยก้าวเข้าสู่ "สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์" (Complete-Aged Society) ในปี พ.ศ. 2566 โดยมีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปมากกว่าร้อยละ 20 ของประชากรทั้งหมด ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติและกรมการปกครองในปี พ.ศ. 2567 ระบุว่าจำนวนผู้สูงอายุไทยพุ่งสูงถึง 13.4 - 14 ล้านคน และมีแนวโน้มที่จะก้าวสู่ "สังคมสูงวัยระดับสุดยอด" (Super-Aged Society) ภายในทศวรรษหน้า โดยคาดว่าสัดส่วนผู้สูงอายุจะเพิ่มเป็นร้อยละ 28 ของประชากรทั้งหมด
การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อเทียบกับอดีต โดยเมื่อ 50 ปีก่อน ประเทศไทยมีผู้สูงอายุไม่ถึง 2 ล้านคน แต่ปัจจุบันตัวเลขดังกล่าวเพิ่มขึ้นกว่า 7 เท่า ปรากฏการณ์นี้สะท้อนผ่านดัชนีการสูงอายุ (Ageing Index) ที่ปัจจุบันประชากรสูงอายุได้แซงหน้าจำนวนเด็ก (อายุต่ำกว่า 15 ปี) ไปเรียบร้อยแล้ว โดยในปี พ.ศ. 2568 มีจำนวนผู้สูงอายุ 13.6 ล้านคน ในขณะที่มีเด็กเพียง 9.5 ล้านคน
2
โดยพื้นที่ที่มีคนอายุ 100+ อยู่เยอะที่สุด ไม่น่าเชื่อว่าเป็น กรุงเทพมหานครและปริมณฑล รองลงมาคือ ภาคใต้ โดยเฉพาะในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ ปัตตานี ยะลา นราธิวาส สตูล และสงขลา โดยมีจำนวนรวมกันกว่า 5,000 คน ตามด้วยเหนือและกลางเท่าๆกัน
หัวใจสำคัญที่ทำให้นักวิเคราะห์ระดับโลกยกย่องประเทศไทยคือ ระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า (Universal Health Coverage - UHC) หรือบัตรทอง ซึ่งได้รับการระบุว่าเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลัก (Key Driver) ที่ทำให้คนไทยมีอายุขัยเพิ่มขึ้นและมีศตวรรษิกชนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ระบบนี้ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายทางการแพทย์ที่รุนแรง (Catastrophic Expenditure) และเปลี่ยนผ่านจากการรักษาเชิงรับไปสู่การส่งเสริมสุขภาพเชิงรุก
นอกจากนี้ งานวิจัยจากคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลและรามาธิบดี ซึ่งศึกษาข้อมูลจากการสำรวจสุขภาพประชาชนไทย (NHES-V) พบหลักฐานสำคัญว่า "คะแนนความหลากหลายทางอาหาร" (DDS) มีความสัมพันธ์ผกผันกับการเสียชีวิต โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ที่มีอายุเกิน 70 ปี และกลุ่มที่มีน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ ในขณะที่คนไทยมีพฤติกรรมกินอาหารหลากหลาย (กินมากกินหลากหลาย) ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพืชผัก เนื้อปลา มีเนื้อสัตว์บ้างบางครั้ง ผู้ที่มีพฤติกรรมบริโภคแบบนี้มีแนวโน้มที่จะมีอายุยืน มากกว่าการบริโภคอะไรเดิมๆ
อีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญ คือการเคลื่อนไหวเป็นกิจวัตร เช่น การทำสวน การเดินไปวัด การกวาดบ้าน หรือการทำอาหารเอง กิจกรรมเหล่านี้ไม่ได้ส่งแรงกระแทกต่อข้อต่ออย่างรุนแรงแต่ช่วยรักษาระดับการเผาผลาญและสมดุลของการทรงตัว งานวิจัยระบุว่าการออกกำลังกายหนักปานกลางเพียง 150 นาทีต่อสัปดาห์ ก็เพียงพอที่จะลดความเสี่ยงของโรคมะเร็งและโรคหัวใจได้อย่างมีนัยสำคัญ
หากประเทศไทยสามารถรักษามาตรฐานของระบบหลักประกันสุขภาพและขยายผลความสำเร็จของ คาดว่าภายในปี พ.ศ. 2597 เราจะมีจำนวนศตวรรษิกชนถึง 326,000 คน อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จนี้ต้องแลกมาด้วยการปรับตัวของวัยแรงงานที่ลดลง ซึ่งรัฐบาลจำเป็นต้องส่งเสริมให้คนวัยทำงาน (อายุ 25-59 ปี) เตรียมความพร้อมด้านสุขภาพและรายได้ตั้งแต่วันนี้ เนื่องจากปัจจุบันมีผู้ที่เตรียมความพร้อมด้านสุขภาพเพียงร้อยละ 45.50 ซึ่งยังต่ำกว่าเป้าหมายที่ร้อยละ 52.64
1
อย่างไรในปีใหม่นี้ ขอให้ทุกคนสุขภาพแข็งแรง อายุยืน ไม่เจ็บไม่จน เจริญในหน้าที่การงาน ตลอดไปและตลอดไปครับ
1
ด้วยความปรารถนาดี
...ร้อยเรื่องหลากมุมกับ ภก.ปราโมทย์...
อ้างอิง
Chalermsri C, Rahman SM, Ekström EC, Muangpaisan W, Aekplakorn W, Satheannopakao W, Ziaei S. Socio-demographic characteristics associated with the dietary diversity of Thai community-dwelling older people: results from the national health examination survey. BMC Public Health. 2022 Feb 22;22(1):377. doi: 10.1186/s12889-022-12793-x. PMID: 35193523; PMCID: PMC8864924.
โฆษณา