3 ชั่วโมงที่แล้ว • นิยาย เรื่องสั้น

คืนเดือนดับที่โคกผีปู่ : เด็กหญิงตุ๊กตาหมีกับศาลเพียงตา

หลายเดือนผ่านไปหลังจากเหตุการณ์คืนเดือนดับที่โคกผีปู่ แม้พวกเราสามคนจะเข็ดขยาดกับเรื่องลี้ลับ แต่ความเป็นวัยรุ่นที่ชอบความท้าทายก็ยังคงอยู่ในสายเลือด วันหนึ่งในช่วงปิดเทอมภาคฤดูร้อน แดดบ่ายแก่ๆ ยังคงร้อนระอุ เข้มมันชวนผมกับจ่อยออกมาหาอะไรเล่นแก้เบื่อ
"ไปเล่นซ่อนหากันที่ชายป่าท้ายหมู่บ้านไหม?" เข้มเอ่ยชวน
"เฮ้ย! ใกล้โคกผีปู่อีกแล้วเหรอวะ กูไม่เอาด้วยนะ" จ่อยรีบปฏิเสธทันที หน้ามันยังซีดเมื่อนึกถึงคืนนั้น
"ไม่ใช่ตรงโคก! แค่ชายป่าทางทิศเหนือ ห่างจากต้นไทรนั่นตั้งไกล ตอนกลางวันแสกๆ ผีที่ไหนจะออกมา มึงนี่ปอดแหกไม่เปลี่ยน" เข้มพูดข่ม
สุดท้ายพวกเราก็มาหยุดอยู่ที่ชายป่าจนได้ ก่อนจะก้าวเท้าเข้าไปในแนวต้นไม้ครึ้ม ผมเหลือบไปเห็นศาลเพียงตาเก่าๆ ที่ตั้งอยู่ริมทาง สภาพทรุดโทรมมีผ้าแพรสีซีดผูกอยู่ ด้วยความที่ยังฝังใจกับเรื่องคราวก่อน ผมจึงยกมือขึ้นไหว้ท่วมหัว อธิษฐานในใจขอให้เจ้าป่าเจ้าเขาคุ้มครองพวกเรา อย่าให้มีอะไรไม่ดีมากล้ำกราย เข้มมองผมแล้วส่ายหัวเบาๆ ส่วนจ่อยรีบยกมือไหว้ตามผมทันที
พวกเราเริ่มเล่นซ่อนหากันอย่างสนุกสนาน เสียงหัวเราะดังลั่นป่าจนลืมความกลัว บรรยากาศยามบ่ายที่แสงแดดส่องลอดใบไม้ลงมาเป็นลำๆ ทำให้ป่าดูสวยงามมากกว่าน่ากลัว
ในขณะที่เข้มกำลังเป็นคนหา ผมกับจ่อยแอบซ่อนตัวอยู่หลังพุ่มไม้หนาทึบ สายตาของผมเหลือบไปเห็นอะไรบางอย่างที่ผิดแปลกไปจากธรรมชาติของป่า
ห่างออกไปไม่ไกลนัก มีเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ อายุไม่น่าเกิน 7-8 ขวบ ยืนนิ่งอยู่ใต้ต้นตะเคียน ผมยาวประบ่า สวมชุดกระโปรงสีขาวหม่นๆ ที่ดูเก่าและเปื้อนฝุ่น ในอ้อมแขนกอดตุ๊กตาหมีสีน้ำตาลที่ขาดวิ่นจนนุ่นทะลักออกมา
เธอไม่ได้ทำอะไร แค่ยืนจ้องมองพวกเราเล่นกันด้วยแววตาที่ว่างเปล่า
"เฮ้ย... มึงเห็นเด็กนั่นไหม?" ผมกระซิบถามจ่อย
จ่อยชะโงกหน้าออกไปดู "เออว่ะ... ลูกหลานใครมาเดินแถวนี้วะ หลงทางหรือเปล่า"
ด้วยความที่จ่อยมันเป็นคนขี้สงสารและเห็นว่าเป็นแค่เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ มันจึงรวบรวมความกล้าเดินออกจากที่ซ่อนเข้าไปหา
"หนูๆ... มาทำอะไรตรงนี้คนเดียว หลงทางเหรอ? บ้านอยู่ไหน?" จ่อยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
แต่เด็กคนนั้นกลับนิ่งเงียบ ไม่ตอบ ไม่แม้แต่จะกะพริบตา เธอแค่จ้องหน้าจ่อย แล้วค่อยๆ หันหลังเดินหายเข้าไปในดงไม้ทึบอย่างเงียบเชียบ
"อะไรของเขาวะ ถามก็ไม่ตอบ" จ่อยเกาหัวแกรกๆ เดินกลับมาหาผม
พวกเราเล่นกันเพลินจนตะวันเริ่มตกดิน แสงสีส้มแดงเริ่มฉาบท้องฟ้า บรรยากาศในป่าเปลี่ยนจากความสวยงามเป็นความวังเวงอย่างรวดเร็ว เสียงจิ้งหรีดเริ่มกรีดปีกร้องระงม
"ตากูหาแล้วนะ! หนึ่ง... สอง... สาม..." ผมตะโกนพลางปิดตาพิงต้นไม้
เมื่อนับเสร็จ ผมเริ่มเดินหาจ่อยกับเข้ม ไม่นานนักผมก็เจอจ่อยแอบอยู่ในโพรงไม้แห้ง แต่ไม่ว่าพวกเราจะช่วยกันหาเท่าไหร่ ก็หาไอ้เข้มไม่เจอ
"ไอ้เข้ม! ออกมาได้แล้ว มืดแล้วเว้ย กลับบ้านกัน!" ผมตะโกนเรียก
ไม่มีเสียงตอบรับ มีเพียงเสียงลมพัดยอดไม้หวีดหวิว
"เข้ม! มึงอย่าเล่นพิเรนทร์นะเว้ย กูไม่ตลกนะ!" จ่อยเริ่มเสียงสั่น ความกลัวเริ่มเกาะกุมจิตใจพวกเราอีกครั้ง หรือว่า... มันจะโดนอะไรบังตาเหมือนคราวก่อน?
ความมืดโรยตัวลงมาปกคลุมผืนป่าอย่างรวดเร็ว พวกเราเริ่มกระวนกระวาย ทำอะไรไม่ถูก จะเดินหาต่อก็กลัวหลง จะกลับไปตามผู้ใหญ่ก็กลัวทิ้งเพื่อน
ทันใดนั้นเอง... ผมรู้สึกถึงสัมผัสเย็นเฉียบที่มือข้างซ้าย
ผมสะดุ้งสุดตัว หันขวับไปมอง เด็กผู้หญิงคนเดิม! คนที่ถือตุ๊กตาหมีเมื่อตอนบ่าย มายืนอยู่ข้างๆ ผมตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ ในความมืด แววตาของเธอดูสว่างวาบขึ้นมาอย่างน่าประหลาด
ก่อนที่ผมจะทันได้พูดอะไร มือเล็กๆ ที่เย็นเฉียบราวน้ำแข็งนั้นก็จับข้อมือผมไว้แน่น แล้วออกแรงดึง ลากผมให้เดินตามเธอเข้าไปในความมืดของป่าลึก
"เฮ้ย! จะพาไปไหน!" ผมร้องลั่น แต่แรงของเด็กตัวแค่นี้กลับมหาศาลจนผมขัดขืนไม่ได้
"รอด้วย! อย่าทิ้งกู!" จ่อยที่เห็นเหตุการณ์รีบวิ่งตามมาติดๆ เพราะความกลัวที่จะต้องอยู่คนเดียวท่ามกลางความมืด
เด็กหญิงลากพวกเราฝ่าดงหนามและเถาวัลย์ที่รกทึบ เธอเดินคล่องแคล่วราวกับมองเห็นในที่มืดสนิท ทางที่เธอพาไปเป็นทางที่พวกเราไม่เคยเดินมาก่อน
หลังจากเดินลึกเข้ามาประมาณสิบนาที เธอก็หยุดลงที่ลานหินกว้างกลางป่า ที่นั่นมีโขดหินขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ และที่โคนโขดหินนั้น...
ร่างของไอ้เข้มนอนขดตัวหลับใหลอยู่อย่างสบายใจ ราวกับกำลังนอนอยู่บนเตียงนุ่มๆ ที่บ้าน
"เข้ม! ไอ้เข้ม!" ผมรีบวิ่งเข้าไปเขย่าตัวมัน
เข้มงัวเงียตื่นขึ้นมา ขยี้ตาด้วยความงุนงง "อ้าว... พวกมึงมาไงเนี่ย? กู... กูมานอนตรงนี้ได้ไงวะ? จำได้ว่าหาที่ซ่อน แล้วมันก็ง่วงมากๆ เลยเผลอหลับไป"
ผมถอนหายใจด้วยความโล่งอกที่เพื่อนปลอดภัย แต่แล้วก็นึกขึ้นได้ ผมรีบหันหลังกลับไปเพื่อจะขอบคุณเด็กผู้หญิงคนนั้น หรืออย่างน้อยก็ถามไถ่ว่าเธอรู้ได้ยังไงว่าเข้มอยู่ที่นี่
แต่ทว่า... ความว่างเปล่าคือสิ่งที่รออยู่
ไม่มีเด็กผู้หญิง ไม่มีตุ๊กตาหมี มีเพียงแสงจันทร์ที่ส่องลอดใบไม้ลงมากระทบพื้นดิน
ขนแขนผมลุกซู่ไปทั้งตัว ไม่ใช่เพราะความกลัวเหมือนคราวก่อน แต่เป็นความรู้สึกขนลุกด้วยความศรัทธาบางอย่าง
ผมหันไปมองหน้าจ่อยที่ยืนตัวสั่นอยู่ข้างๆ แล้วมองไปทางทิศที่ตั้งของศาลเพียงตาปากทางเข้าป่า
"กูว่า..." ผมพูดเสียงแผ่ว "เด็กคนนั้น... อาจจะไม่ใช่ผีร้ายหรอกมึง"
ผมยกมือขึ้นพนมไหว้ไปในความมืดอีกครั้ง "ขอบคุณนะครับ... ขอบคุณเจ้าป่าเจ้าเขาที่ช่วยคุ้มครองพวกเรา"
คืนนั้น พวกเรารีบพากันเดินออกจากป่าโดยไม่มีใครพูดอะไรกันอีกเลย แม้จะไม่รู้แน่ชัดว่าเด็กหญิงคนนั้นเป็นใคร แต่ลึกๆ ในใจผมเชื่อว่า ท่านคือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สถิตอยู่ในป่าแห่งนี้ ที่รับรู้ถึงการสักการะของผมก่อนเข้าป่า และได้มาช่วยนำทางพวกเราให้มาเจอเพื่อนที่หลงทาง... ก่อนที่เข้มจะถูก "บางสิ่ง" ที่ชั่วร้ายกว่าในป่าลึกเอาตัวไป.

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา