1 ม.ค. เวลา 11:51 • วิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยี

จากไทยสู่ไต้หวัน สมรภูมิใหม่ของ F-16

สวัสดีครับท่านผู้อ่านทุกท่าน สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาดูเหมือนจะคลี่คลายลวไปบ้างแล้ว แต่อีกพื้นที่หนึ่งที่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากประเทศไทยเท่าใดนัก กำลังถูกคุกคามจากการฝึกซ้อมทางทหารครั้งใหญ่ของจีน ในขณะเดียวกันพวกเขาก็มีเครื่องบินขับไล่ F-16 ใช้งานเช่นเดียวกับเราแต่เป็นรุ่นที่ทันสมัยกว่า
ในบทความนี้จะมาลงในรายละเอียดกันว่า F-16 ที่ไทยและไต้หวันใช้มีความเหมือนหรือแตกต่างกันตรงไหนอย่างไร แล้วบทความนี้จะมีความน่าสนใจมากน้อยเพียงใด ถ้าพร้อมแล้วขอเชิญทุกท่านเข้าสู่เนื้อต่อไปนี้ครับ
F-16 Fighting Falcon ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องบินขับไล่ยุคที่ 4 ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลกด้วยจำนวนการผลิตกว่า 4,500 เครื่องเท่านั้น แต่มันคือผลผลิตจากทฤษฎีความคล่องแคล่วทางพลังงานของนาวาอากาศเอก จอห์น บอยด์ ที่ต้องการเครื่องบินขับไล่ที่มีขนาดเล็ก มีน้ำหนักเบา และมีความคล่องตัวสูงเพื่อแก้บทเรียนราคาแพงจากการสูญเสียเครื่องบินขับไล่ F-4 Phantom II ในสงครามเวียดนาม แม้จะผ่านมากว่า 5 ทศวรรษ แต่ F-16 ยังคงต่อสู้อย่างไม่มีวันสิ้นสุด ผ่านการอัปเกรดเทคโนโลยีเพื่อให้ยืนหยัดได้ในสมรภูมิยุคใหม่
ในยุคเดียวกับที่ F-16 กำลังขายดิบดี ครั้งหนึ่งมันเคยเกือบถูกยอดขายแซงหน้าด้วย F-20 Tigershark ของบริษัท Northrop ซึ่งเป็นเครื่องบินขับไล่ขนาดเล็กที่มีสมรรถนะยอดเยี่ยมและราคาถูกกว่า ในช่วงทศวรรษ 1970-1980 สหรัฐฯ มีนโยบายจำกัดการขายอาวุธขั้นสูง (FX Program) โดยต้องการขายเครื่องบินรุ่นที่ลดสมรรถนะลงให้แก่ประเทศพันธมิตร เพื่อไม่ให้เทคโนโลยีที่ล้ำสมัยเกินไปหลุดรอดหรือไปกระตุ้นความตึงเครียดทางการเมือง
F-16V กองทัพอากาศไต้หวันติดตั้ง Harpoon
ไต้หวันเป็นหนึ่งในประเทศทวีปเอเชียที่ขอซื้อ F-5G ซึ่งต่อมาคือ F-20 จาก Northrop แต่ถูกปฏิเสธเพื่อรักษาความสัมพันธ์กับจีน ในขณะที่ ไทย เองในช่วงแรกที่ต้องการ F-16 สหรัฐฯ ก็พยายามเสนอเพียงรุ่นลดสมรรถนะอย่าง F-16/79 ที่ใช้เครื่องยนต์ J79 รุ่นเก่ามาให้แทน
หากในเวลานั้น F-20 ได้รับการยอมรับจากกองทัพสหรัฐฯ หรือนโยบาย F-X ประสบความสำเร็จ ทั้งไต้หวันและไทยอาจจะไม่มี F-16 ประจำการในปัจจุบัน แต่ด้วยการล็อบบี้และการยืนกรานของรัฐบาลไทย รวมถึงความล้มเหลวทางการตลาดของ F-20 ทำให้ต่อมาในปีค.ศ.1992 การจัดหา F-16 กลายเป็นคำตอบสุดท้ายในที่สุด
ส่วนกองทัพอากาศไทยเมื่อไม่ได้จัดหา F-20 มาทดแทนฝูงบิน F-5 จึงนำไปสู่การจัดหา F-16 ซึ่งจะเป็นเครื่องบินขับไล่สมรรถนะสูงที่พลิกโฉมยุทธศาสตร์การรบทางอากาศของกองทัพอากาศไทยไปอีกหลายปี พลอากาศเอกประพันธ์ ธูปะเตมีย์ ผู้บัญชาการทหารอากาศในสมัยนั้นจึงมีการจัดตั้งโครงการพีซนเรศวรในปีค.ศ.1985 เพื่อคานอำนาจกับการวางกำลัง MiG-23 จากกองทัพอากาศโซเวียตในภูมิภาคนี้
สำหรับฐานบินที่มี F-16 ประจำการทั้ง 2 ประเทศมีที่ใดบ้าง ก่อนอื่นขอเริ่มจากประเทศไทยเป็นที่แรก ณ กองบิน 1 โคราช อันเป็นต้นกำเนิดของการมีเครื่องบินขับไล่สมรรถนะสูงที่คุ้มครองน่านฟ้าอีสานมาเป็นเวลา 30 กว่าปีอย่าง F-16 ซึ่งมีประจำการทั้ง 2 ฝูงบินประกอบด้วย ฝูงบิน 102 "Star" ประจำการด้วย F-16ADF มาตั้งแต่ปีค.ศ.2002 ซึ่งเดิมทีเป็นเครื่องบินขับไล่ที่มีอายุการใช้งานมายาวนานในกองกำลังรักษาดินแดนทางอากาศ กองทัพอากาศสหรัฐฯ
F-20 ขนาด 1/72 ของ HASEGAWA
ก่อนปลดประจำการได้ย้ายไปรวมกับฝูงบิน 103 เพื่อคงสภาพความพร้อมรบไว้สักระยะหนึ่ง เมื่อเห็นว่าฝูงบิน 102 ว่างลงกองทัพอากาศจึงได้จัดซื้อเครื่องบินขับไล่ Gripen E/F จำนวน 12 เครื่อง จากบริษัท Saab ประเทศสวีเดน ด้วยงบประมาณเกือบ 60,000 ล้านบาท เพื่อมาทดแทนในอีก 3-4 ปีข้างหน้า
ถัดมาเป็นฝูงบิน 103 "Lightning" ประจำการด้วย F-16A/B OCU ซึ่งฝูงบินนี้เป็น F-16 ฝูงแรกของประเทศไทย มีอายุการใช้งานมากกว่า 30 ปี การปรับปรุงขีดความสามารถของ F-16 ฝูงบิน 103 ได้รับการปรับปรุงโครงสร้างเพื่อยืดอายุการใช้งานให้สามารถปฏิบัติภารกิจต่อไปได้อีกเกือบ 10 ปี โดยปัจจุบันมีเครื่องประจำการไม่ต่ำกว่า 20 เครื่อง ไม่เพียงเท่านี้ฝูงบินนี้ยังประกอบด้วยเครื่องบินแบบเดียวกันอีก 7 เครื่อง ที่ได้รับมอบจากกองทัพอากาศสิงคโปร์ เพื่อเป็นการตอบแทนที่ไทยให้พื้นที่ฝึกบิน
นอกจากนี้กองทัพอากาศไทยยังมี F-16MLU ที่สังกัดฝูงบิน 403 กองบิน 4 ตาคลี จังหวัดนครสวรรค์มาตั้งแต่ปีค.ศ.1995 ซึ่งถือเป็นเครื่องบิน F-16 ที่มีความพร้อมและทันสมัยที่สุดในกองทัพอากาศของเรา
สำหรับ F-16MLU ซึ่งเป็นรุ่นที่ดีที่สุดของกองทัพอากาศไทย มีความสามารถในการติดตั้งกระเปาะชี้เป้าหมายด้วยแสงเลเซอร์แบบ Sniper ATP ที่ไพล่อนขวาใต้ช่องนำอากาศเข้ากระเปาะนี่มีความสามารถในการปฏิบัติการร่วมกับหน่วยงานที่ติดตั้งอุปกรณ์ชี้เป้าอีก 3 แบบ เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการโจมตี
เช่น การร่วมกับหน่วยปฏิบัติการพิเศษ CCT จากกองทัพอากาศ ในการฝึกที่ผ่านมา F-16 มีการทดสอบการโจมตีร่วมกับหน่วยปฏิบัติการพิเศษ Combat Control Team (CCT) ซึ่งใช้ระบบชี้เป้าหมายด้วยแสงเลเซอร์ภาคพื้นแบบ PDR-3 หน่วยภาคพื้นดินสามารถแฝงตัวและชี้เป้าหมายให้เครื่องบินขับไล่หรือเครื่องบินโจมตีที่กำลังบินอยู่จากระยะไกลได้สูงสุดถึง 8 กิโลเมตร
F-16MLU ของกองทัพอากาศไทยพร้อมไอน้ำขาวๆบนลำตัวเครื่อง
ไม่เพียงเท่านี้ F-16MLU เคยได้ทดสอบภารกิจโจมตีระหว่างการฝึกร่วมกับ UAV ที่ติดตั้งกล้องลาดตระเวนถ่ายภาพทางอากาศ ในระหว่างที่รอ F-16 บินเข้ามา UAV สามารถบินอยู่เหนือเป้าหมายได้นานกว่า 6 ชั่วโมง และสามารถชี้เป้าหมายด้วยเลเซอร์พร้อมทั้งส่งข้อมูลผลการทำลายไปยังเครือข่ายของกองทัพอากาศได้แบบ Real Time เพื่อให้ F-16 โจมตีตรงเป้า
จากการทดสอบที่ผ่านมานี้ทำให้ F-16MLU โจมตีเป้าหมายจริงได้ดียิ่งควบคู่ไปกับการมีความสามารถในการใช้เรดาร์ควบคุมการยิงรุ่นใหม่ AN/APG-68 ซึ่งมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นอย่างมาก และสามารถตรวจจับเป้าหมายได้ไกลขึ้นถึง 2 เท่า
ในการโจมตีเป้าหมายภาคพื้นดิน F-16 สังกัดฝูงบิน 103 และฝูงบิน 403 มีการติดตั้งระเบิดซีบียู อาวุธปล่อยนำวิถีเอจีเอ็ม-65 มาเวอริค ระเบิดนำวิถีด้วยเลเซอร์ขนาดต่าง ๆ และระเบิดไม่นำวิถี แต่อาวุธที่ใช้ในสงครามไทย-กัมพูชาเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมานี้คือระเบิดนำวิถีด้วยเลเซอร์ชนิด GBU-12 (จีบียูทเวล์ฟ) ขนาด 500 ปอนด์ ไม่ใช่ระเบิดไม่นำวิถีขนาดใหญ่ เช่น Mk.84 ขนาด 2,000 ปอนด์ ซึ่งมีรัศมีการทำลายที่กว้างและรุนแรงเกินไป
แน่นอนว่า F-16 ของกองทัพอากาศไทยมีการจำกัดความเสียหาย เพราะ GBU-12 มีรัศมีทำลายจำกัดอยู่ที่ 30 เมตร หรือมีวงความเสียหายกว้าง 60 เมตร ซึ่งต่างจาก Mk.84 ที่มีรัศมีการทำลายถึง 300 เมตร และมีโอกาสพลาดเป้าสูงถึง 100-200 เมตร ซึ่งจะทำให้เกิดความเสียหายข้างเคียงมากเกินไป ดังนั้น GBU-12 จึงทำลายเป้าหมายได้โดยไม่มีเจตนาให้เกิดการสูญเสียเป็นวงกว้าง
วัตถุสีเทาๆทึบๆนั่นคือกระเปาะชี้เป้า Sniper ที่ที่อยู่ใต้ช่องนำอากาศเข้าของ F-16MLU
ไม่เพียงเท่านี้ยังมีอาวุธอีกฉบับที่ F-16MLU ติดตั้งได้คือระเบิดร่อนนำวิถี KGGB (Korean GPS Guided Bomb) ซึ่งกองทัพอากาศไทยได้รับมอบชุดระเบิดร่อนนำวิถีแบบ KGGB ซึ่งเป็นชุดนำวิถีที่พัฒนาโดยเกาหลีใต้ เมื่อปีค.ศ.2023
หลักการทำงานของ KGGB อาวุธชนิดนี้คือชุดนำวิถีที่มีระบบ GPS และ INS (Inertial Navigation System) ซึ่งนำไปติดตั้งกับระเบิดทั่วไปขนาด 500 ปอนด์ เช่น Mk.82 เพื่อเปลี่ยนให้เป็นระเบิดนำวิถีความแม่นยำสูง
ระบบ INS ยังช่วยนำทางได้แม้ในสภาพที่สัญญาณ GPS ถูกรบกวน
มีระยะโจมตีไกลสูงสุดกว่า 100 กิโลเมตร และมีระยะคลาดเคลื่อนจากเป้าหมายต่ำกว่า 3 เมตร อาวุธนี้ช่วยให้ F-16 สามารถโจมตีเป้าหมายภาคพื้นดินได้จากระยะไกล โดยไม่ต้องบินเข้าใกล้รัศมีการยิงของขีปนาวุธ KS-1C
ในขณะที่ทำการบินสู้รบกับกัมพูชาไม่ได้มีการติดตั้งแค่ระเบิดนำวิถี แต่ฝูงบิน F-16 บ้านเรายังมีเด็ดกว่านั้นโดยเฉพาะ F-16MLU ที่มีการติดตั้ง  AIM-120 AMRAAM ต่อจาก F-16ADF ซึ่งเป็นเครื่องบินขับไล่รุ่นแรกของไทยที่มีขีดความสามารถในการรบระยะไกลเกินสายตา (Beyond Visual Range: BVR) โดยการติดตั้งขีปนาวุธปล่อยนำวิถีอากาศสู่อากาศพิสัยไกลครั้งนี้เพื่อเสริมความนิ่งของปีกในขณะทำการบิน
แถมการติดตั้งระบบเชื่อมโยงข้อมูลทางยุทธวิธี Link 16 ในโครงการ MLU ช่วยให้นักบินสามารถรับส่งข้อมูลยุทธวิธีกับเครื่องบินลำอื่นและศูนย์บัญชาการภาคพื้นดินได้แบบ Real Time ซึ่งเป็นระบบมาตรฐานเดียวกับเครื่องบินรบยุคใหม่
F-16V กองทัพอากาศไต้หวัน รุ่นอัพเกรดเทียบเท่าเครื่องบินขับไล่ยุคที่ 4.5
นักบินสามารถใช้หมวกนักบินมีจอแสดงผล JHMCS (Joint Helmet Mounted Cueing System)  ในการเล็งเป้าหมายและยิงอาวุธปล่อยนำวิถีพิสัยใกล้ เช่น IRIS-T ได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ เพียงแค่หันศีรษะมองไปยังเป้าหมายเครื่องบินข้าศึกก็ร่วงแล้ว
สำหรับกองทัพอากาศไต้หวัน เครื่องบินขับไล่ F-16 คือเครื่องมือสำคัญในการคานอำนาจกับกองทัพจีนที่เพิ่มแรงกดดันอย่างต่อเนื่อง เมื่อไม่กี่ที่ผ่านมานี้ไต้หวันได้ตัดสินใจอัปเกรดฝูงบิน F-16 Block 20 รุ่นเทียบเท่า F-16MLU ที่กองทัพอากาศไทยใช้ให้เป็นมาตรฐาน F-16V ซึ่งติดตั้ง เรดาร์ AESA รุ่น AN/APG-83 ที่สามารถตรวจจับเป้าหมายได้ไกลและแม่นยำเทียบเท่าเครื่องบินขับไล่ยุคที่ 4.5
เมื่อจับมาเทียบสเปคกันแล้วจะเห็นได้ว่า F-16V ของกองทัพอากาศไต้หวันนั้นเทียบเท่า F-16 Block 70/72 มือหนึ่งจากโรงงานพร้อมเรดาร์ AESA และอาวุธสมัยใหม่ ในขณะที่กองทัพอากาศไทยใช้งาน F-16MLU รุ่นเทียบเท่า Block 50/52 จึงไม่สามารถใช้อาวุธทันสมัยกว่านี้แบบไต้หวันได้
ความเหมือนกันของ F-16 ไต้หวันและ F-16MLU ของไทยคือการใช้กระเปาะชี้เป้า AN/AAQ-33 Sniper Advanced Targeting Pod ซึ่งเป็นระบบตรวจจับแบบ Passive ที่ไม่แพร่คลื่นเรดาร์ออกไป ระบบนี้ช่วยให้
สามารถล็อคเป้าหมายได้ทั้งอาคาร สิ่งก่อสร้างทางทหาร รถถัง เรือรบ หรือแม้แต่เครื่องบินได้โดยที่ฝ่ายตรงข้ามไม่รู้ตัว สิ่งนี้ถือเป็นการส่งสัญญาณทางจิตวิทยาที่ทรงพลังว่า กองทัพอากาศที่ใช้งาน F-16 มีความสามารถในการทำลายเป้าหมายได้ทันทีด้วยขีปนาวุธอากาศสู่อากาศ ขีปนาวุธอากาศสู่พื้น หรือแม้แต่ระเบิดนำวิถีสมัยใหม่ได้
F-16V นั้นเหนือกว่า F-16MLU ที่กองทัพอากาศไทยใช้แต่ยังเป็นรอง J-20 เท่านั้น
⏩ปัจจุบันกองทัพอากาศไต้หวันมีประจำการด้วยเครื่องบินขับไล่ F-16 ตามฝูงบินต่อไปนี้
▶️ฐานทัพอากาศเจี้ยอี้ใช้ F-16A/B Block 20 ผสมกับ F-16V รุ่นอัพเกรด
-ฝูงบินขับไล่ที่ 21
-ฝูงบินขับไล่ที่ 22
-ฝูงบินขับไล่ที่ 23
▶️ฐานทัพอากาศฮว่าเหลียนใช้ F-16V รุ่นอัพเกรด
-ฝูงบินขับไล่ลาดตระเวนที่ 12
-ฝูงบินขับไล่ที่ 17
-ฝูงบินขับไล่ที่ 26
-ฝูงบินขับไล่ที่ 27
แม้ F-16 จะถูกมองว่าเป็นเครื่องบินขับไล่ยุคสงครามเย็น แต่ทั้งไต้หวันและไทยได้พิสูจน์ให้เห็นว่าการอัปเกรดเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง สามารถทำให้เครื่องบินอายุเก่ากว่าหลายสิบปียังคงเป็นคู่ต่อสู้ที่น่าเกรงขามในสมรภูมิยุคใหม่ได้ ขณะที่ไต้หวันใช้ F-16 ในการสกัดกั้นภัยคุกคามระดับมหาอำนาจ ไทยก็ใช้ F-16 เป็นฮีโร่ในการปะทะกับกัมพูชา ผู้รุกรานที่โจมตีพลเรือนมากกว่าทหารในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
การคงอยู่ของ F-16 ในทั้งสองประเทศเปรียบเสมือนมือถือเครื่องเก่าที่นำมาปรับปรุงใหม่ให้ทันสมัย แม้รูปทรงจะคุ้นตาและมีประวัติศาสตร์ยาวนาน แต่ความคล่องตัว ความรวดเร็วและราคาเครื่องที่ไม่แพงมากนักเข้ากับเทคโนโลยีดิจิทัลสมัยใหม่ ทำให้มันยังคงเป็นอาวุธที่ปลิดชีพศัตรูได้ก่อนที่อีกฝ่ายจะทันรู้ตัว
เครื่องบินขับไล่ J-20 คู่ปรับตัวฉกาจของ F-16V
⏩ข้อมูลจำเพาะ F-16MLU & F-16V
▶️F-16MLU กองทัพอากาศไทย
ประเภท : เครื่องบินขับไล่อเนกประสงค์ที่นั่งเดี่ยว (Multirole fighter)
ภารกิจ : ปฏิบัติภารกิจขับไล่สกัดกั้นทุกกาลอากาศ โจมตี และลาดตระเวนทางอากาศ
มิติ
ปีกกาง : 9.8 เมตร
ความยาว : 4.8 เมตร
สูง : 4.8 เมตร
น้ำหนัก
น้ำหนักตัวเปล่า : 7,070 กิโลกรัม (15,586 ปอนด์)
บรรทุกอาวุธ : 5,443 กิโลกรัม (12,000 ปอนด์) ตำบลติดอาวุธภายนอกลำตัว 9 แห่ง
ระบบเรดาร์ : AN/APG-68
อุปกรณ์เดินอากาศ/โจมตี
กระเปาะสไนเปอร์ รูบิส และ แอตลิส II (ทอ.ไทย)
เครื่องยนต์ :
เทอร์โบแฟน เอฟ100พีดับเบิลยู220 ขนาดแรงขับ 29,000 ปอนด์ พร้อมสันดาปท้าย จำนวน 1 เครื่อง
สมรรถนะทางการบิน
ความเร็วสูงสุด : 2 มัค
เพดานบิน : 15,000 เมตร (50,000ft.)
บินไกลสุด
ไม่เติมเชื้อเพลิงในอากาศ : 1,500 กิโลเมตร (810 ไมล์ทะเล)
รัศมีรบ : 630 กิโลเมตร (340 ไมล์)
เมื่อบรรทุกอาวุธสูงสุด
ระบบอาวุธ
ปืนใหญ่อากาศ : เอ็ม 61 เอ 1 ขนาด 20 มิลลิเมตร 6 ลำกล้อง 1 กระบอก กระสุน 500 นัด
ระบบอาวุธอากาศ-สู่-อากาศ :
จรวดนำวิถีอากาศ-สู่-อากาศ พิสัยใกล้
เอไอเอ็ม 9 ไซด์ไวน์เดอร์
จรวดนำวิถีอากาศ-สู่-อากาศพิสัยปานกลาง
เอไอเอ็ม-120 แอมแรม
ระบบอาวุธอากาศ-สู่-พื้นระเบิดและจรวดขนาดต่าง ๆ
ระเบิดซีบียู, อาวุธปล่อยนำวิถีเอจีเอ็ม-65
มาเวอริค ระเบิดนำวิถีด้วยเลเซอร์ขนาดต่าง ๆ และระเบิดไม่นำวิถี
ถังเชื้อใต้ปีกและลำตัว 3 ถัง
สถานะ : กองทัพอากาศไทยมีเอฟ-16 ประจำการ 2 ฝูงบินในปัจจุบันคือฝูงบิน 103 กองบิน 1 โคราชและฝูงบิน 403 กองบิน 4 ตาคลี
F-16V กองทัพอากาศไต้หวันพร้อมกระเปาะ ACMI ที่ใช้สำหรับการฝึกบินรบทางอากาศ
▶️F-16V กองทัพอากาศไต้หวัน
ประเภท : เครื่องบินขับไล่เอนกประสงค์
นักบิน : 1-2 นาย
เครื่องยนต์ : Pratt and Whitney F100PW220
แรงขับสูงสุดด้วย Afterburner : 106 กิโลนิวตัน (23,830 ปอนด์)
ความกว้างปีก: 31 ฟุต (9.45 เมตร)
ความยาว: 47 ฟุต 8 นิ้ว (15.02 เมตร)
ส่วนสูง: 16 ฟุต 8 นิ้ว (5.09 เมตร)
พื้นที่ปีก: 300 ตารางฟุต (27.87 ตารางเมตร)
น้ำหนักเปล่า: 18,238 ปอนด์ (8,273 กิโลกรัม)
น้ำหนักขึ้นบินสูงสุด: 37,500 ปอนด์ (17,010 กิโลกรัม)
ความจุเชื้อเพลิง: 7,000 ปอนด์ (3,175 กิโลกรัม) เมื่อติดตั้งภายในลำตัว, 12,000 ปอนด์ (5,443 กิโลกรัม) เมื่อติดตั้งถังเชื้อเพลิงภายนอกสองถัง
ความเร็ว: 1,318 ไมล์ต่อชั่วโมง (มัค 2 ที่ระดับความสูงที่สุด 50,000 ฟุต)
ระยะทำการบิน : 2,278 ไมล์ทะเล, 4,220 ไมล์ทะเล เมื่อติดตั้งถังเชื้อเพลิงภายนอก 3 ถัง
ระดับความสูงสูงสุด: 60,000 ฟุต (18.3 กิโลเมตร)
เรดาร์ : AN/APG-83
อาวุธ :
ขีปนาวุธอากาศสู่อากาศ
AIM-120 AMRAAM
AIM-9 SIDEWINDER
ขีปนาวุธต่อต้านเรือผิวน้ำ
AGM-84 Harpoon
ระเบิด/อาวุธอากาศสู่พื้น
ระเบิดไม่นำวิถีตระกูล Mk.80
ขีปนาวุธร่อนระยะไกล AGM-154 Joint Stand-Off Weapon ( JSOW )
ขีปนาวุธโจมตีภาคพื้นดินพิสัยไกล Standoff Land Attack Missile Expanded Response (SLAM-ER)
ขีปนาวุธร่อนอากาศสู่พื้น AGM-158 Joint Air-to-Surface Standoff Missiles, or JASSMs
ปีที่เข้าประจำการค.ศ.1997
F-16MLU กองทัพอากาศไทยกับลวดลายครบรอบ 30 ปี Cope Tiger
สำหรับ F-16 ในประเทศไทยก็กำลังจะมีงานใหญ่ที่รอคอยน้องๆหนูๆและผู้ปกครองทุกท่านเช่นเคย นั่นคืองานวันเด็กแห่งชาติประจำปีค.ศ.2026 ที่จะจัดตรงกับวันเสาร์ที่ 10 มกราคมนี้ แม้ F-16 เราจะสมรรถนะไม่สูงเท่ากับไต้หวัน แต่ฝีมือนักบินไทยนั้นไม่ทำให้ชาวไทยผิดหวังอยู่แล้ว ท่านใดที่อยากชม F-16 แล้วพบกันที่กองบิน 6 ดอนเมืองและกองบินอื่นๆของกองทัพอากาศ เมื่อได้เห็นของจริงจะได้รู้ว่าเครื่องบินขับไล่แบบนี้มีสมรรถนะดีเยี่ยมขนาดไหน สำหรับวันนี้ขอลาไปก่อน สวัสดีครับ
Credit บทความและภาพประกอบ
Thai Weapon Channel
Sniper News
WHUTCHANUNT PUTCHARINYA
AIRSHI
Shimizu Brothers
Sittisede Polwiang
โหนกระสุน
พี่โต สรศักดิ์ สุบงกช
Liyu Wu
Anutsara Thaidamrong
dragan_mig31
The Warzone
เรียบเรียงโดย : แดง ภูมะเขือ
โฆษณา