เมื่อวาน เวลา 22:41 • สุขภาพ

Cross dominant คนอะไร ถนัด 2 ข้าง

ในฐานะคนถนัดขวา ผมรู้สึกชอบเพื่อนที่ถนัดซ้ายมากๆ มันดูเท่ ดูมีพรสวรรค์ และที่สำคัญ คนพวกนี้เก่งมากๆ เพื่อนผมที่ถนัดซ้ายมีแพทย์ถึง 2 คน สัตวแพทย์ 1 คน และทนายความอีก 1 คน เรียกได้ว่าคนที่ถนัดซ้าย เป็นคนที่ดูมีของจริงๆ
1
แต่ยังมีคนอีกกลุ่มหนึ่ง ที่เรานึกว่าถนัดซ้าย แต่จริงๆแล้วเขาทำบางอย่างด้วยมือขวา เช่น เขียนหนังสือมือซ้าย แต่เตะบอลขาขวา เรียกว่า ถนัดมือกับเท้าคนละข้างกัน
ภาวะ Cross Dominance (หรือ Crossed Laterality) หมายถึงการที่บุคคลหนึ่งมีข้างที่ถนัดไม่สอดคล้องกันในอวัยวะต่างๆ เช่น ใช้มือข้างขวาแต่ใช้ตาข้างซ้าย เด็กบางคนอาจถนัดเขียนด้วยมือข้างหนึ่งแต่เขียนตัวเลขด้วยอีกข้างหนึ่ง หรืออาจใช้เท้าซ้ายเตะบอลแม้จะใช้มือขวาเขียน
1
ปกติเราจะรู้ว่าเด็กถนัดมือไหนอย่างชัดเจนเมื่ออายุราว 4–6 ปี เพราะสมองแต่ละซีกจะพัฒนาให้ควบคุมข้างของร่างกายและทักษะเฉพาะอย่าง เช่น ซีกสมองซ้ายมักเชี่ยวชาญด้านภาษาและรายละเอียด ขณะที่ซีกขวามักควบคุมด้านจินตนาการและกว้างขวาง
แต่ในบางรายสมองอาจพัฒนาได้ไม่สมดุล ทำให้เกิดภาวะ ถนัดข้ามข้าง (cross dominance) ได้ ปัจจัยที่เกี่ยวข้องอาจรวมถึงพันธุกรรม สมรรถภาพการเชื่อมต่อระหว่างสองซีกสมอง (เช่น ปริมาณหรือการทำงานของ corpus callosum) และปัจจัยทางสิ่งแวดล้อมบางประการ หรือในบางกรณี ก็อาจเกิดจากการฝึกฝนได้เช่นกัน
เด็กที่มี cross dominance อาจต้องรับข้อมูลจากซีกสมองต่างข้างเมื่อทำกิจกรรมต่างๆ ซึ่งอาจทำให้กระบวนการเรียนรู้ช้าลงหรือสับสน งานวิเคราะห์สังเคราะห์ล่าสุดโดย Ferrero และคณะ (2017) ซึ่งรวบรวมการศึกษา 26 ชิ้น พบว่า ไม่ได้มีหลักฐานชัดเจน ว่าภาวะ crossed laterality ส่งผลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหรือสติปัญญาโดยรวม
อย่างไรก็ตาม บางกรณีอาจพบการอ่านสับสน เช่น การสับเปลี่ยนอักษรซ้าย-ขวา (เช่น อ่าน b เป็น d) หรือการเขียนตะแคงกระดาษเพื่อให้เข้ากับตาที่ถนัด. การประสานกล้ามเนื้อมือและตาที่ไม่สม่ำเสมออาจทำให้การลอกตามตัวหนังสือ การวาดภาพ หรือการใช้เครื่องมือ (เช่น กรรไกร) อาจล่าช้ากว่าเด็กทั่วไปในช่วงแรก
ภาวะ cross dominance อาจส่งผลต่อการทำกิจกรรมในชีวิตประจำวันหลายด้าน เช่น การประสานการเคลื่อนไหวสองซีก (bilateral coordination) และความรับรู้เชิงทิศทาง. เนื่องจากเด็กอาจไม่สามารถใช้ข้างเดียวกันกับหลายทักษะได้เสมอ ทำให้กิจกรรมที่ต้องใช้สองมือร่วมกันหรือก้าวข้ามแนวกลางลำตัว (crossing midline) เกิดความยากลำบากได้ (เช่น การตัดผมขวาแล้วตัดซ้ายโดยไม่เปลี่ยนมือ)
ทั้งนี้ ภาวะถนัดข้ามมักสัมพันธ์กับความผิดปกติทางการเรียนรู้และพฤติกรรมอื่น ๆ อยู่บ้าง เช่น รายงานว่ามักพบในกลุ่มเด็กที่มีภาวะความสนใจบกพร่อง (ADHD) หรือมีความบกพร่องเฉพาะทางการเรียนรู้ (SLD) ค่อนข้างสูง
ภาวะ Cross Dominance เป็นรูปแบบหนึ่งของ lateralization ที่พบบ่อยในเด็ก ซึ่งบ่งบอกว่าการแบ่งงานระหว่างสองซีกสมองอาจยังไม่ชัดเจน แม้ภาวะ Cross Dominance อาจส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันได้บ้าง แต่หากเด็กได้รับแนวทางฝึกฝนที่เหมาะสม เช่น การออกกำลังกาย cross-lateral และการสนับสนุนจากครู-ผู้ปกครอง เพื่อเสริมสร้างการเชื่อมโยงสมองทั้งสองซีกอย่างมีประสิทธิภาพ ก็อาจทำให้เด็กสามารถใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างมีความสุข
อ้างอิง
Ferrero M, West G, Vadillo MA. Is crossed laterality associated with academic achievement and intelligence? A systematic review and meta-analysis. PLoS One. 2017 Aug 28;12(8):e0183618. doi: 10.1371/journal.pone.0183618. PMID: 28846704; PMCID: PMC5573212.
โฆษณา