2 ม.ค. เวลา 00:41 • สุขภาพ

เมื่อเทียบกับ

ยุคสมัยของพ่อแม่
ยุคสมัยของปู่ย่าตายาย
หรือยุคสมัยของทวด
ชีวิตของพวกเราทุกวันนี้
มีความสะดวกสบายสุดๆเลยครับ
การเดินทางของเราดีขึ้น
การติดต่อสื่อสารของเราดีขึ้น
การรักษาพยาบาลของเราดีขึ้น
หากบรรพบุรุษเราได้มาเห็นว่า
ชีวิตของเราทุกวันนี้เป็นอย่างไร
บรรพบุรุษเราคงจะคิดว่า
ชีวิตของเรามีความสุขน่าดู
แต่ความจริงมันไม่ได้เป็นอย่างนั้น
ต่อให้ชีวิตของเราจะมี
ความสะดวกสบายมากขึ้นมหาศาล
เราก็ยังคงหนีความทุกข์ไม่พ้นอยู่ดี
เพราะมนุษย์เราเป็นสิ่งมีชีวิตที่ปรับตัวเก่ง
ยกตัวอย่างเช่น
ในสมัยที่การเดินทางยังลำบาก
สมองเราก็จะมองว่าการเดินเท้า
เป็นระยะเวลา 10 กิโลเมตรใน 1 วัน
คือเรื่องปกติและไม่ใช่เรื่องทุกข์อะไร
เราจะรู้สึกทุกข์ก็ต่อเมื่อมีเหตุ
ที่ทำให้เราต้องลำบากกว่า
การเดินเท้า 10 กิโลเมตรภายใน 1 วันเท่านั้น
แต่สำหรับทุกวันนี้
การเดินทางมีความสะดวกสบายมากขึ้น
สมองของเราก็เลยปรับตัวและมองว่า
การเดินทางด้วยรถยนต์ รถไฟ จักรยานยนต์คือเรื่องปกติแทน
ดังนั้น อะไรก็ตามที่ผิดไปจาก “ปกติ” ในยุคปัจจุบัน
(เช่น มีเหตุให้ต้องเดินทางด้วยเท้าเปล่า
เป็นระยะทาง 10 กิโลเมตรใน 1 วัน)
ก็จะสามารถสร้างความทุกข์ให้เราได้
เป็นต้น
หากมองดูเผินๆ การทำงานของสมองเรานี้
มันดู “หวังร้าย” กับเราเหมือนกันนะครับ
เพราะแทนที่มันจะปล่อยให้เรามีความสุข
มันกลับทำตัวเป็น “ก้างขวางคอ” และ
“หาเรื่อง” ทำให้เราเป็นทุกข์ซะอย่างนั้น
แต่จริงๆแล้ว สมองเราไม่ได้ “หวังร้าย” กับเราเลยครับ
ลองนึกดูนะครับว่า
หากสมองเราไม่มีความสามารถ
ในการปรับตัวให้เข้ากับ
บริบทต่างๆในชีวิตเราเลย
ชีวิตของเราจะเป็นอย่างไร
ใช่ครับ เราจะรู้สึกพึงพอใจกับทุกสิ่งที่เกิดขึ้น
แต่ในขณะเดียวกัน
หากมีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น
(เช่น รถที่เรากำลังขับ
ไม่สามารถเร่งความเร็ว
เกิน 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้)
เราก็จะไม่รู้ตัวเช่นกัน
(เพราะสมองเรายังคงมองว่า
ตราบใดที่เราเดินทางได้เร็วกว่า
10 กิโลเมตรภายใน 1 วัน
นั่นก็คือเรื่องที่ดีอยู่)
และพอเราไม่รู้ตัว เราก็จะไม่ได้ลงมือ
take action อย่างเหมาะสม
(เช่น ยังคงขับรถของเราต่อไป
ไม่รีบจอดข้างทางเพื่อเช็คว่าเกิดอะไรขึ้น)
ซึ่งอาจนำมาสู่ผลลัพธ์ที่อันตรายได้
(เช่น รถพังขณะที่กำลังขับอยู่บนทางด่วน)
ฉะนั้น อย่าโมโหที่สมองเรามีธรรมชาติการทำงานแบบนี้เลยครับ
และสำหรับคนที่อยากจะ “บริหารจัดการ”
ธรรมชาติของสมองตัวเองให้ “ได้ทั้งขึ้นทั้งล่อง”
(กล่าวคือ ยังคงความสามารถ
ในการปรับตัวเข้ากับบริบทในชีวิต
โดยไม่ให้ตัวเองเป็นทุกข์ง่ายเกินไป)
สิ่งหนึ่งที่พวกเขาสามารถทำได้ก็คือ
การจงใจพาตัวเองไปเผชิญกับ
“ความยากลำบาก” ทีละเล็กทีละน้อยครับ
ยกตัวอย่างเช่น
แทนที่จะนั่งรถมอเตอร์ไซค์เข้าไปในซอย 1 กิโลเมตร
เราเลือกที่จะเดินเท้าในช่วง 1 กิโลเมตรนั้นเอง
เป็นต้น
หากเราทำแบบนี้ สมองเราก็จะคุ้นชิน
กับ “ความยากลำบาก” มากขึ้น
ทำให้เราสามารถ enjoy กับชีวิต
ในโลกยุคปัจจุบันได้โดยที่เราเองก็จะ
ไม่เป็นทุกข์ง่ายเกินไปเช่นกันครับ
โฆษณา