Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
สงคราม story
•
ติดตาม
วันนี้ เวลา 06:04 • ประวัติศาสตร์
สตาร์ไฟเตอร์ สุดยอดเครื่องบินรบแห่งไต้หวันในอดีต
สวัสดีครับท่านผู้อ่านทุกท่าน ช่วงนี้สถานการณ์ความตึงเครียดที่ช่องแคบไต้หวันทำให้ผู้เขียนต้องติดตามทุกวันไม่แพ้สงครามไทย-กัมพูชาก่อนหน้านี้ แม้ผู้เขียนจะไม่ได้เกิดที่ไต้หวันผู้เขียนก็มีความหวังว่าสันติภาพจะเกิดขึ้นโดยเร็ววัน แต่ในเมื่อจีนต้องการจะฝึกซ้อมปิดทางออกของเรือและเครื่องบินจากไต้หวันเช่นนี้
ผู้เขียนเชื่อว่าไต้หวันคงไม่ยอมโดยเด็ดขาดและยังยึดมั่นในหลักการปลดแอกตัวเองมากกว่าความนิยมชมชอบระบอบคอมมิวนิสต์ วันนี้ก็มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับเครื่องบินขับไล่ F-104 ที่เคยทำหน้าที่เป็นฮีโร่ปกป้องน่านฟ้าก่อนจะมี Mirage 2000 และ F-16V ที่ขึ้นบินสกัดกั้นเครื่องบินรบจีนในปัจจุบัน
ในปีค.ศ.2026 แม้จะเป็นปีใหม่แต่ความสุขชาวไต้หวันถูกกลบด้วยไฟแห่งความขัดแย้งที่รอวันปะทุต่อจากปีที่แล้ว น่านฟ้าและน่านน้ำรอบเกาะไต้หวันกำลังเผชิญกับสภาวะความตึงเครียดที่พุ่งสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จากปฏิบัติการซ้อมรบครั้งใหญ่ของจีนภายใต้รหัส "Justice Mission 2025" หรือ "ภารกิจยุติธรรม 2025" ซึ่งมีการใช้กระสุนจริงและส่งกำลังพลทั้งทางบก เรือ และอากาศโดยกองทัพปลดแอกประชาชนจีน
ในขณะเดียวกันกระทรวงกลาโหมของไต้หวันได้รายงานการตรวจพบเครื่องบินทหารของจีนจำนวนมหาศาลถึง 207 เครื่อง ภายในเวลาเพียง 48 ชั่วโมง และในจำนวนนี้มีถึง 125 เครื่องที่บินข้ามเส้นมัธยฐานของช่องแคบไต้หวัน นอกจากนี้ยังมีการยิงจรวดถึง 27 ลูกจากมณฑลฝูเจี้ยนไปตกทางตอนเหนือและตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะ เพื่อเป็นการส่งสัญญาณป้องปรามขบวนการแบ่งแยกดินแดน
กองทัพอากาศไต้หวันเป็นหนึ่งใน 2 ชาติเอเชียตะวันออกที่ใช้งาน F-104
ท่ามกลางสถานการณ์ที่บีบคั้นนี้ F-16V ยังคงขึ้นบินทำหน้าที่ปกป้องน่านฟ้าไต้หวันทุกวันแม้กระทั่งเสาร์-อาทิตย์ก็ไม่เว้น ก่อนจะมี F-16V หากเราย้อนกลับไปในหน้าประวัติศาสตร์การบินทางทหารของไต้หวัน จะพบว่าในอดีตกองทัพอากาศไต้หวันเคยมีสุดยอดเครื่องบินขับไล่ที่ถูกสร้างมาเพื่อทำลายขีดจำกัดด้านความเร็วและเพดานบินโดยเฉพาะเพื่อทำหน้าที่เป็น "ฮีโร่" ผู้พิทักษ์น่านฟ้าจากภัยคุกคามในยุคสงครามเย็น นั่นคือ Lockheed F-104 Starfighter หรือที่รู้จักกันในฉายา "จรวดที่มีคนขับ"
ที่นี่สหรัฐอเมริกาค.ศ.1951 ที่นี่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการบินทางทหารยุคใหม่ สำหรับจุดเริ่มต้นของการออกแบบครั้งใหญ่นี้มีแรงผลักดันหลักในการพัฒนา F-104 มาจากภายหลังสงครามเกาหลี เมื่อกองทัพอากาศสหรัฐฯ พบว่าเครื่องบินขับไล่มิก-15 ซึ่งผลิตโดยสหภาพโซเวียตมีสมรรถนะการไต่ระดับและความคล่องตัวในเพดานบินสูงที่เหนือกว่า
Clarence L. "Kelly" Johnson หัวหน้าทีมวิศวกรของบริษัทล็อกฮีด จึงได้รวบรวมข้อมูลจากนักบินในแนวหน้าจนได้ข้อสรุปว่า พวกเขาต้องการเครื่องบินขับไล่สมรรถนะสูงที่บินได้สูงกว่าและเร็วกว่าเพื่อช่วงชิงความได้เปรียบในการรบทางอากาศ
ด้วยเหตุนี้จึงเป็นที่มาของ F-104 ซึ่งถูกออกแบบมาให้ฉีกทุกกฎเกณฑ์ในยุค 1950 โดยเน้นความเร็วและอัตราการไต่ระดับเป็นหลัก ด้วยลักษณะเด่นคือปีกที่สั้นเพียง 2.28 เมตร และบางเฉียบเหมือนใบมีดหนาเพียง 4 นิ้วและลดลงเหลือไม่ถึง 2 นิ้วที่ปลายปีก เพื่อให้สามารถตัดผ่านมวลอากาศที่ความเร็วเหนือเสียงได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด นอกจากนี้ยังใช้แพนหางระดับรูปตัว T ติดตั้งไว้สูงเพื่อหลีกเลี่ยงกระแสอากาศปั่นป่วนจากปีก
F-104 ถือเป็นเครื่องบินขับไล่ไอพ่นแบบแรกของไต้หวันที่บินด้วยความเร็วเกิน 2 มัค
หัวใจสำคัญที่ทำให้ Starfighter กลายเป็นเจ้าแห่งความเร็วคือเครื่องยนต์ General Electric J79 ซึ่งช่วยให้เครื่องบินสามารถทะยานไปสู่ความเร็วที่ เกินกว่า 2 มัค ได้อย่างง่ายดาย
ในด้านอานุภาพการยิง F-104 ติดตั้งปืนใหญ่ M61 Vulcan ขนาด 20 มม. แบบ 6 ลำกล้องหมุน ซึ่งปืนใหญ่อากาศ Vulcan มีอัตราการยิงสูงถึง 6,000 นัดต่อนาที ซึ่งถือเป็นเทคโนโลยีที่ก้าวกระโดดอย่างมากในขณะนั้น
อย่างไรก็ตาม ความล้ำสมัยของเครื่องบินขับไล่ F-104 นี้ต้องแลกมาด้วยความเสี่ยงและการทดสอบที่อันตรายถึงชีวิต เช่น ปัญหาการดีดตัว ปลอกกระสุนที่ยิงจากปืนใหญ่อากาศ Vulcan จนเกือบทำลายเครื่องบินต้นแบบ XF-104 หรือการระเบิดจากก๊าซร้อนที่สะสมจากการยิงปืน Vulcan จนเครื่องบินสูญเสียการควบคุม นอกจากนี้ด้วยตำแหน่งแพนหางที่สูงมาก ทำให้ในช่วงแรกต้องใช้เก้าอี้ดีดตัวแบบยิงลงด้านล่างเพื่อป้องกันนักบินพุ่งชนแพนหางรูปตัว T อันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งสร้างความกังวลอย่างมากเมื่อต้องดีดตัวในระดับความสูงต่ำ
แม้ในกองทัพอากาศสหรัฐฯ F-104 จะมีอายุการใช้งานไม่นานนักเนื่องจากการเปลี่ยนนโยบายไปสู่เครื่องบินอเนกประสงค์, แต่เครื่องบินลำนี้กลับประสบความสำเร็จอย่างสูงในตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่มสมาชิกนาโตและพันธมิตรอย่างไต้หวัน แม้จะมีชื่อเสียงในทางลบอย่าง "Widow Maker" หรือเครื่องสร้างแม่ม่าย จากอุบัติเหตุในกองทัพอากาศเยอรมนี ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากการฝึกนักบินที่มีประสบการณ์จำกัดและการนำเครื่องไปใช้ในภารกิจที่ไม่ตรงกับจุดประสงค์เดิมของการออกแบบ
สำหรับกองทัพอากาศไต้หวันเคยมีประจำการด้วย F-104 เมื่อปีค.ศ.1949 หลังจากแยกเป็นอิสระจากจีนได้ไม่นาน โดยมีประจำการทั้งหมด 302 เครื่อง F-104 ถือว่าเป็นเครื่องบินขับไล่ที่มีสมรรถนะสูงที่สุดและมีความเร็วมากที่สุดเมื่อเทียบกับ MiG-21 ที่จีนซื้อลิขสิทธิ์มาสร้างต่อเป็น J-7
F-104 เป็นเครื่องบินขับไล่ที่สวยงามและอมตะข้ามเวลาเมื่อใครๆพบเห็น
ในอดีตนั้นกองทัพอากาศไต้หวันมีประจำการด้วย F-104 หลายแบบประกอบด้วยรุ่นมือ 1 จากโรงงานและรุ่นมือสองจากชาติพันธมิตรโดยมีประจำการตามฐานทัพอากาศดังต่อไปนี้
กองทัพอากาศไต้หวัน
กองบินขับไล่ทางยุทธวิธีที่ 427 สังกัดอยู่ที่ฐานทัพอากาศฉิงจวงกัง
-ฝูงบินขับไล่ทางยุทธวิธีที่ 7
-ฝูงบินขับไล่ทางยุทธวิธีที่ 8
-ฝูงบินขับไล่ทางยุทธวิธีที่ 28
-ฝูงบินขับไล่ทางยุทธวิธีที่ 35
กองบินขับไล่ทางยุทธวิธีที่ 499 สังกัดอยู่ที่ฐานทัพอากาศซินจื่อ
-ฝูงบินขับไล่ทางยุทธวิธีที่ 41
-ฝูงบินขับไล่ทางยุทธวิธีที่ 42
-ฝูงบินขับไล่ทางยุทธวิธีที่ 48
กองบินยุทธวิธีผสมที่ 401 สังกัดอยู่ที่ฐานทัพอากาศเตาหยวน
-ฝูงบินลาดตระเวนทางยุทธวิธีที่ 12
F-104G รุ่นที่ทันสมัยที่สุดของกองทัพอากาศไต้หวัน
ในบรรดา F-104 ที่กองทัพอากาศไต้หวันมีประจำการ F-104G ถือว่ามีสมรรถนะสูงที่สุดในการบินขับไล่และการทิ้งระเบิด F-104G มีโครงสร้างอากาศยานและปีกที่แข็งแรงขึ้น ความจุเชื้อเพลิงภายในเพิ่มขึ้น ครีบแพนหางดิ่งตัว T มีขนาดใหญ่ขึ้น มีล้ออากาศยานที่แข็งแรงขึ้นพร้อมยางขนาดใหญ่ขึ้น และแฟลปที่ได้รับการปรับปรุงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบินสู้รบทางอากาศ
ระบบอิเล็กทรอนิกส์การบินที่ได้รับการอัพเกรด ได้แก่ เรดาร์ Autonetics NASARR F15A-41B ใหม่ พร้อมโหมดการสำรวจทางอากาศและภาคพื้นดินระบบนำทางเฉื่อย Litton LN-3 (ระบบแรกที่ใช้ตอนที่ผลิต F-104G ออกจำหน่ายช่วงแรกๆ) และกล้อง อินฟราเรด
นอกจากรุ่นขับไล่และลาดตระเวนแล้วกองทัพอากาศไต้หวันมี F-104D ซึ่งเป็นรุ่นที่มีสมรรถนะสูงที่สุดสำหรับการฝึกบิน โดย F-104D ซื้อแบบมือ 2 จากกองกำลังรักษาดินแดนทางอากาศของสหรัฐฯทั้งหมด 6 เครื่อง สำหรับเครื่องบินขับไล่ F-104D เหล่านี้ถูกใช้เพื่อประจำการในฝูงบินขับไล่ทางยุทธวิธรที่ 427 ซึ่งตั้งอยู่ที่ฐานทัพอากาศฉิงชวนคัง โดยมีหน้าที่ฝึกนักบินขับไล่สำหรับเตรียมความพร้อมก่อนภารกิจจริงในการทำการบินกับเครื่องบินขับไล่ F-104 ในอนาคตต่อไป
หนึ่งในวีรกรรมที่ทำให้ F-104 ของกองทัพอากาศไต้หวันเป็นที่รู้จักคือการรบทางอากาศเมื่อวันที่ 13 มกราคมค.ศ.1967 เครื่องบินลาดตระเวนของไต้หวันที่กำลังถ่ายภาพเรือดำน้ำขณะทำการบินเหนือฐานทัพเรือเซี่ยเหมินถูกโจมตี และถูกไล่ล่าโดยเครื่องบินขับไล่ MiG-19 จำนวน 12 เครื่องจากกองทัพอากาศปลดปล่อยประชาชนจีน
ไต้หวันถือเป็นผู้ใช้งาน F-104G ชาติเดียวในภูมิภาคเอชียตะวันออก
F-104G ทั้ง 4 เครื่องจึงทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าด้วยพลังไอพ่นอันแรงกล้า นำโดยนาวาอากาศโทเสียว หย่ามิ่น ผู้บังคับฝูงบิน ในขณะเดียวกันเรืออากาศเอกหู ฉือหลิน ได้ยิงจรวด Sidewinder ใส่เป้าหมายในทันที แต่ MIG เครื่องหนึ่งพยายามบินหนี ทำให้นาวาอากาศตรีซื่อ เป่ยปั๋ว บินตามไปยิงตกในเวลาเดียวกัน
นี่เป็นครั้งแรกและครั้งเดียวที่กองทัพอากาศไต้หวันใช้เครื่องบิน F-104G สตาร์ไฟเตอร์ในการรบ เพราะเมื่อดูจาการทำยุทธเวหาครั้งอื่นๆไม่เคยมีครั้งใดจะมีการยิงเครื่องบินข้าศึกตกได้ด้วย F-104G เมื่อเทียบกับการปะทะทางอากาศระหว่างไต้หวันและจีนในครั้งนี้
F-104 นับว่าเป็นสุดยอดเครื่องบินขับไล่ที่ทำให้ไต้หวันรอดพ้นจากการรุกรานของจีนในยุคสงครามเย็น อย่างไรก็ตามหลายปีต่อมาเครื่องบินรบที่เคยบินย่อมถึงคราวต้องเป็นตำนาน ไม่มีแบบใดๆจะหนีพ้นสัจธรรมข้อนี้ F-104 ได้ถูกปิดตำนานลงเพื่อส่งมอบการปกป้องน่านฟ้าและน่านน้ำให้แก่ F-16 ผู้เป็นรุ่นหลาน นับตั้งแต่นั้นมา F-104 จึงไม่ได้บินขึ้นฟ้าอีกเลย
⏩ข้อมูลจำเพาะ F-104G
ประเภท : เครื่องบินขับไล่ทิ้งระเบิด
นักบิน : 1 นาย
สร้างโดย : Lockheed
ความยาว : 16.7 ม.
ความกว้างปีก : 6.7 ม.
ความสูง : 4.11 ม.
การรับน้ำหนักปีก : 532 กก./ตร.ม.
น้ำหนัก: น้ำหนักพื้นฐาน 6.55ตัน
เชื้อเพลิงในถังหลัก : 2.64 ตัน(37 ม.)
ความเร็วสูงสุด : 2,459 กม./ชม.ที่ระดับความสูง 15,240เมตร
เพดานบินสูงสุด : 73,000 ฟุต
รัศมีการรบ : 630 กิโลเมตร
พิสัยการบิน : 2,620 กิโลเมตร
อัตราการไต่ระดับ : 260เมตร/วินาที
เวลาในการเลี้ยว : 34วินาที
ระดับความสูงสูงสุด : 16,000 เมตร
ระยะทางวิ่งขึ้น : 850 เมตร
เครื่องยนต์ : เจเนอรัล อิเล็กทริก J79
อาวุธ :
ปืนใหญ่อากาศ M61 Vulcan ขนาด 20 มม.
ขีปนาวุธ AIM-9 SIDEWINDER
ระเบิด
กระเปาะจรวด
และอื่นๆ
ปีที่ประจำการ : ค.ศ.1949-ค.ศ.1997
F-104 รุ่นสองที่นั่งใช้สำหรับฝึกบินเปลี่ยนแบบ
แม้ในปัจจุบันจะไม่มีเสียง F-104G คำรามเหนือช่องแคบไต้หวัน แต่มันก็ยังคงเป็นความทรงจำดีๆที่คนรักเครื่องบินรบไม่มีวันลืม ในขณะที่ F-104 จอดตั้งแสดงบนพื้นดินตามฐานทัพอากาศหรือตามพิพิธภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการบิน F-16V ก็ได้ขึ้นสานต่อเจตนารมณ์รุ่นปู่เคยทำไว้ในอดีต สำหรับวันนี้ขอลาไปก่อน สวัสดีครับ
Credit บทความและภาพประกอบ
TNN
Hasegawa
Google AI Studio
Wikipedia
Thai Weapon Channel
เรียบเรียงโดย : จ่าหวาน เกรียงไกร
จีน
ไต้หวัน
สงคราม
บันทึก
1
2
1
2
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2025 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย