Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Top Ranking
•
ติดตาม
20 ม.ค. เวลา 13:00 • การศึกษา
10 ความลึกลับพรรณนาไม่จบ: เมื่อจักรวาลเหนือชั้นกว่านิยายไซไฟ (ตอนที่ 2)
หากคุณคิดว่า "ดาวเคราะห์เพชร" หรือ "กลิ่นสเต็กในอวกาศ" จากตอนแรกน่าทึ่งแล้ว เตรียมใจไว้ให้ดีครับ เพราะเรื่องราวในตอนที่ 2 นี้ จะทำให้คุณต้องตั้งคำถามกับ "ความจริง" ที่เราเผชิญอยู่ทุกวัน
1. "ฝนเพชร" บนดาวก๊าซยักษ์
ในขณะที่โลกมีฝนตกเป็นน้ำ แต่บนดาวพฤหัสบดีและดาวเสาร์ นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่ามี "ฝนเพชร" ตกลงมาครับ! ด้วยความดันและอุณหภูมิที่สูงมหาศาลในชั้นบรรยากาศ จะบีบอัดก๊าซมีเทนให้กลายเป็นก้อนคาร์บอนแข็ง และตกลงมาเป็นเพชรระยิบระยับสู่ใจกลางดาว
2. "เวลา" ที่เดินไม่เท่ากัน (Time Dilation)
นี่ไม่ใช่แค่พล็อตหนังเรื่อง Interstellar นะครับ แต่มันคือทฤษฎีสัมพัทธภาพของไอน์สไตน์ ยิ่งคุณอยู่ใกล้แรงโน้มถ่วงมหาศาล (อย่างหลุมดำ) หรือเคลื่อนที่เร็วเข้าใกล้แสงมากเท่าไหร่ เวลาของคุณจะเดิน "ช้าลง" เมื่อเทียบกับคนบนโลก หากคุณไปเที่ยวแถวหลุมดำเพียง 1 ชั่วโมง กลับมาบนโลกเพื่อนคุณอาจจะแก่ชราไปแล้วหลายสิบปี
3. มหาสมุทรที่ลอยอยู่ในอวกาศ
นักดาราศาสตร์ค้นพบกลุ่มก้อนไอน้ำขนาดมหึมาล้อมรอบ "ควาซาร์" (Quasar) ที่อยู่ห่างออกไป 12,000 ล้านปีแสง มันมีปริมาณน้ำมากกว่ามหาสมุทรทั้งหมดบนโลกรวมกันถึง 140 ล้านล้านเท่า เป็นคลังเก็บน้ำที่ใหญ่ที่สุดในจักรวาลเท่าที่เคยพบมา
4. Magnetar: แม่เหล็กที่ทำลายสสารได้จากระยะไกล
ดาวนิวตรอนประเภทหนึ่งที่เรียกว่า "แมกนีตาร์" (Magnetar) มีสนามแม่เหล็กที่เข้มข้นที่สุดในจักรวาล มันแรงกว่าแม่เหล็กติดตู้เย็นบ้านคุณเป็นล้านล้านเท่า ถ้าคุณเข้าใกล้เค้าในระยะ 1,000 กิโลเมตร สนามแม่เหล็กนี้จะบิดเบือนอะตอมในร่างกายคุณจนสลายร่างกลายเป็นผงพริกไทได้ทันที
5. Boötes Void: ความว่างเปล่าที่น่าขนลุก
ปกติอวกาศจะมีกาแล็กซีอยู่ประปราย แต่มีบริเวณหนึ่งที่เรียกว่า "ช่องว่างแห่งบูตส์" ซึ่งเป็นพื้นที่กว้างใหญ่ขนาด 330 ล้านปีแสงที่แทบจะ "ไม่มีอะไรเลย" จริงๆ แล้วมันควรจะมีกาแล็กซีนับพันอยู่ที่นั่น แต่มันกลับว่างเปล่าจนนักดาราศาสตร์บางคนแอบตั้งฉายาว่ามันคือ "ที่อยู่อาศัยของอารยธรรมระดับสูงที่ปิดกั้นตัวเอง"
6. "กำแพงไฮโดรเจน" ที่ขอบระบบสุริยะ
ข้อมูลจากยานโวเอเจอร์ (Voyager) พบว่าที่ปลายขอบระบบสุริยะของเรามี "กำแพงไฮโดรเจน" ขนาดใหญ่ที่คอยกักเก็บรังสีจากอวกาศระหว่างดวงดาวเอาไว้ เสมือนโล่บาเรียที่ปกป้องบ้านของเราจากโลกภายนอก
7. ดาวฤกษ์ที่ "กิน" ดาวเคราะห์เป็นอาหาร
มีดาวฤกษ์หลายดวงที่มีร่องรอยของธาตุที่พบได้เฉพาะในดาวเคราะห์หิน (เช่น โลก) อยู่ในชั้นบรรยากาศของมัน นั่นหมายความว่าในช่วงชีวิตของมัน มันได้กลืนกินดาวเคราะห์ที่โคจรรอบตัวมันเข้าไปจริงๆ นักดาราศาสตร์เรียกพวกมันว่า "Star Cannibals"
8. เมฆแอลกอฮอล์ขนาดยักษ์
ในกลุ่มเมฆก๊าซ Sagittarius B2 ที่ใจกลางกาแล็กซีทางช้างเผือก มีโมเลกุลของ "เอทิลแอลกอฮอล์" จำนวนมหาศาล ลอยฟุ้งกระจายอยู่เพียงพอที่จะผลิตเบียร์ได้หลายพันล้านเหยือก แต่น่าเสียดายที่มันปนเปื้อนด้วยสารพิษอย่างไซยาไนด์จนดื่มไม่ได้ครับ
9. ดาวเคราะห์ที่มืดมิดยิ่งกว่าถ่าน
ดาวเคราะห์ TrES-2b คือดาวเคราะห์ที่มืดที่สุดเท่าที่เคยพบมา มันสะท้อนแสงจากดาวฤกษ์ของมันน้อยกว่า 1% (มืดกว่าถ่านหรือสีดำสนิทเสียอีก) แสงสีแดงจางๆ ที่เห็นมาจากความร้อนในตัวมันเอง ดูเหมือนลูกไฟสีนิลที่ลอยอยู่ในความมืด
10. วันที่จักรวาลจะ "ดับมืด" (The Big Freeze)
ในอนาคตอันไกลโพ้น (แสนล้านปี) จักรวาลจะขยายตัวจนกาแล็กซีต่างๆ อยู่ห่างจากกันจนมองไม่เห็นกันอีก ดาวฤกษ์ดวงสุดท้ายจะดับลง หลุมดำจะระเหยหายไป และจักรวาลจะเข้าสู่สภาวะ "จุดเยือกแข็งมหาศาล" ที่ไม่มีพลังงานใดๆ หลงเหลืออยู่เลย
บทสรุป: จักรวาลไม่ได้แค่แปลกประหลาดกว่าที่เราคิด แต่มันอาจแปลกประหลาดเกินกว่าที่เราจะ "สามารถ" จินตนาการได้ครับ
สาระน่ารู้
ความรู้รอบตัว
การศึกษา
บันทึก
5
1
5
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย