2 ม.ค. เวลา 12:50 • สุขภาพ

การอัลตร้าซาวน์ท้องทั้งหมด 2 ตำแหน่ง ส่องกล้องกระเพาะอาหาร และลำไส้ใหญ่ ความแตกต่าง

ไม่รู้มาถึงจุดนี้ได้ไง ทำมาทั้ง 3 หัวข้อล่ะ ส่วนแรกอัลตร้าซาวน์ ใช้เวลาไม่นาน ถ้าไม่เจออะไร เราทำพร้อมตรวจสุขภาพจึงงดน้ำงดอาหารมาพร้อม แต่พอถึงเวลาจิงต้องดื่มน้ำมาก ๆ และอาจต้องกลั้นปัสสาวะไว้ก่อนตรวจ เพื่อให้มีน้ำเต็มกระเพราะปัสสาวะ ซึ่งจะช่วยให้เห็นอวัยวะต่าง ๆ บริเวณช่องท้องส่วนล่างได้ชัดเจนขึ้น โดยสรุปทั้งด้านบนด้านล่างดื่มน้ำได้ โดยรวมการเตรียมตัวไม่ยุ่งยากมากนัก ราคาเบาๆ 2,400 บาทกับตรวจสุขภาพประกันสังคม แต่อาจไม่สะดวกมากนัก มุ่งเช็คเรื่องก้อนเนื้อ
อัลตร้าซาวด์ช่องท้องเหมาะกับใคร
- ผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 30 ปีขึ้นไป ทั้งเพศชาย และเพศหญิง โดยแนะนำให้ตรวจร่วมกับการตรวจสุขภาพประจำปี
- ผู้ที่มีอาการปวดท้องเรื้อรัง
- ผู้ที่มีอาการผิดปกติเกี่ยวกับระบบย่อยอาหาร เช่น ท้องอืด จุกเสียด หรือมีปัญหาการขับถ่าย
- ผู้หญิงที่มีอาการปวดประจำเดือนรุนแรง ประจำเดือนมามาก ประจำเดือนมาผิดปกติ หรือคลำได้ก้อนที่ท้องน้อย
- ผู้ที่มีอาการปัสสาวะผิดปกติ
การตรวจอัลตร้าซาวด์ช่องท้องส่วนบน
เป็นการตรวจดูอวัยวะช่องท้องส่วนบนเหนือระดับสะดือขึ้นไป ได้แก่ ตับ, ม้าม, ถุงน้ำดี, ท่อน้ำดีส่วนต้น, ไต และหลอดเลือดแดงใหญ่, ตับอ่อน (บางรายเห็นได้บางส่วน) ว่ามีความผิดปกติหรือไม่ เช่น นิ่วที่ไต นิ่วที่ถุงน้ำดี เนื้องอกในตับ ไต เป็นต้น ตรวจได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง
การตรวจอัลตร้าซาวช่องท้องส่วนล่าง
เป็นการตรวจดูอวัยวะของช่องท้องส่วนล่างต่ำกว่าระดับสะดือลงไป ได้แก่ มดลูก, รังไข่ (หญิง), ต่อมลูกหมาก (ชาย), กระเพาะปัสสาวะ และบริเวณช่องท้องส่วนล่าง อื่น ๆ ว่ามีความผิดปกติหรือไม่ เช่น เนื้องอกมดลูก, เนื้องอก/ถุงน้ำรังไข่ ขนาดต่อมลูกหมาก(ชาย), นิ่วและเนื้องอกกระเพาะปัสสาวะ
ส่องกล้องกระเพาะอาหาร งดน้ำและอาหารทุกชนิดอย่างน้อย 6 – 8 ชั่วโมงก่อนตรวจ ใช้เวลาในการตรวจประมาณ 10 – 15 นาที ให้ยานอนหลับผู้ป่วยขณะส่องกล้อง รวมถึงแพทย์จะสะกิดชิ้นเนื้ออกมาตรวจเพื่อหาเชื้อแบคทีเรียในกระเพาะอาหาร และหากพบความผิดปกติหรือรอยโรคในทางเดินอาหารส่วนบน แพทย์อาจตัดชิ้นเนื้อไปตรวจทางพยาธิวิทยาเพิ่มเติม ของเราตรวจตอนแอดมิท น่าจะเป้นแบบ 19,500 ++ ไม่ชัวร์ ข้อดีของคนไข้ในคือสะดวก ได้คิวเมื่อไหร่ค่อยลงไป เสร็จแล้วขึ้นมาพักฟื้นที่ห้องต่อ
อาการที่ควรพิจารณาได้รับการตรวจคัดกรองเพิ่มด้วยการส่องกล้องกระเพาะอาหาร ได้แก่
- อาการปวดท้องเรื้อรังมากกว่า 4 สัปดาห์ขึ้นไป
- อาการกลืนติด กลืนลำบาก หรือกลืนแล้วเจ็บ
- อาการเจ็บคอ คอแห้ง เสียงแหบหรือไอบ่อยๆ โดยไม่ทราบสาเหตุ
- อาการอาเจียนเป็นเลือด ถ่ายอุจจาระปนมูกเลือดหรือเป็นสีดำ
- รับประทานยารักษาโรคกระเพาะอาหารแล้วอาการไม่ทุเลาลง
ส่วนสุดท้ายส่องกล้องลำไส้ใหญ่ ใช้เวลาในการตรวจประมาณ 20 – 30 นาที การเตรียมจะยุ่งยากหน่อย ต้องทานอาหารอ่อน 2 วัน ข้าวต้ม หรือโจ๊ก หมู ไก่ ไข่ ปลา และเต้าหู้ได้ งดผักผลไม้ต่าง ๆ งดน้ำและอาหารทุกชนิดอย่างน้อย 6 – 8 ชั่วโมงก่อนตรวจ (งดอาหารและน้ำหลังเที่ยงคืน) และรับประทานยาระบายตามคำสั่งแพทย์ ให้ยานอนหลับผู้ป่วยขณะส่องกล้อง ของเราเป้นแบบผู้ป่วยนอก ก้อต้องมาเตรียมตัวตั้งแต่แปดครึ่ง กว่าจะเข้าห้องส่องเกือบสิบโมง ขั้นตอนเตรียมตัวค่อนข้างเยอะ ต้องมีสวนลำไส้ด้วย
และสุดท้ายหากพบความผิดปกติหรือรอยโรคในลำไส้ใหญ่ แพทย์อาจตัดชิ้นเนื้อไปตรวจทางพยาธิวิทยาเพิ่มเติมและสามารถตัดเนื้องอกที่มีขนาดไม่ใหญ่ได้ แบบเหมาจ่าย 26,500++ อันนี้สามารถตัดเบิกเป้น ipd ได้ในแง่ประกัน
ข้อบ่งชี้ในการทำการส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่
- มีความผิดปกติเกี่ยวกับการขับถ่ายอุจจาระ เช่น ท้องผูก และท้องเสียเป็นประจำ หรือท้องผูกสลับกับท้องเสีย
- ถ่ายอุจจาระมีเลือดปน อาจจะเป็นสีแดงสดหรือสีคล้ำ มีกลิ่นเหม็นผิดปกติ
- เวลาเบ่งถ่ายอุจจาระมีติ่งเนื้อยื่นออกมากจากทวารหนักและมีเลือดออก
- มีอาการหนัก อึดอัดท้อง ท้องอืด ท้องเฟ้อ หรือมีอาการปวดท้องร่วมด้วย
- คลำแล้วมีก้อนในท้อง น้ำหนักลด ซีด อ่อนเพลีย
- ผู้ที่มีอายุ 50 ปี ขึ้นไป ควรได้รับการตรวจทางทวารหนัก โดยการส่องกล้องทุกๆ 3-5 ปี ฯลฯ
สรุปแล้วอัลตร้าซาวน์ยุ่งยากน้อยสุด ส่วนส่องกล้องทั้งส่วนบนส่วนล่าง โดนยานอนหลับเหมือนกัน ตัดชิ้นเนื้อ ติ่งเนื้อได้เช่นเดียวกัน สังเกตรอยแดงได้ทั้ง 2 แบบ งดน้ำงดอาหาร แต่ส่วนล่างจะยุ่งยากกว่าตรงที่ต้องทานอาหารอ่อน และใช้ยาระบาย
โฆษณา