ประเทศไทยมี **พรรคการเมืองจำนวนมาก** (ปัจจุบันมีพรรคที่จดทะเบียนกับ กกต. กว่า 50-100 พรรคในช่วงต่างๆ) เนื่องจากหลายปัจจัยหลักๆ ดังนี้:
1
1. **กฎหมายและระบบการเลือกตั้งเอื้ออำนวย**
การจัดตั้งพรรคการเมืองในไทยค่อนข้างง่ายตามพระราชบัญญัติพรรคการเมือง ผู้ที่มีสมาชิกเพียง 500 คนและทุนประเดิมไม่มากก็สามารถจดทะเบียนได้ ทำให้เกิดพรรคใหม่ๆ ขึ้นบ่อย โดยเฉพาะก่อนการเลือกตั้ง
2. **การเมืองแบบเน้นตัวบุคคลมากกว่าอุดมการณ์**
การเมืองไทยหลายครั้งขึ้นอยู่กับ "ตัวนักการเมือง" หรือ "หัวคะแนน" มากกว่าอุดมการณ์พรรคที่ชัดเจน เมื่อนักการเมืองย้ายพรรคหรืออยากลงเลือกตั้งเอง ก็มักตั้งพรรคใหม่เพื่อความสะดวก หรือเพื่อรองรับกลุ่มทุน/กลุ่มผลประโยชน์เฉพาะ
3. **ระบบเลือกตั้งแบบสัดส่วน (MMP - Mixed Member Proportional)**
ระบบปัจจุบัน (หลังรัฐธรรมนูญ 2560 และแก้ไข) ใช้บัตรเลือกตั้งสองใบ ทำให้พรรคเล็กมีโอกาสได้ ส.ส. ปาร์ตี้ลิสต์ง่ายกว่าสมัยบัตรใบเดียว ส่งผลให้พรรคเล็กเกิดขึ้นเยอะเพื่อหวังเก้าอี้ในสภา แม้จะได้คะแนนน้อย
4. **ใช้เป็นช่องทางหาเงินหรือผลประโยชน์**
บางพรรคตั้งขึ้นเพื่อ "ขายพรรค" หรือหาเงินบริจาค (เพราะพรรคการเมืองได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐตามคะแนนเสียง) หรือเป็นพรรคสำรองสำหรับนักการเมืองที่ถูกตัดสิทธิ์/ยุบพรรค
5. **ความหลากหลายทางสังคมและการเมือง**
ไทยมีความแตกต่างทางภูมิภาค ความคิดเห็น และกลุ่มผลประโยชน์มาก ทำให้เกิดพรรคที่代表กลุ่มเฉพาะ เช่น พรรคท้องถิ่น พรรคอนุรักษ์นิยม พรรคก้าวหน้า ฯลฯ
**ข้อเสียที่ตามมา**
- ทำให้เกิดรัฐบาลผสมที่ไม่มั่นคง ต้องต่อรองกันเยอะ
- ผู้มีสิทธิเลือกตั้งสับสน เพราะพรรคเยอะและนโยบายคล้ายกัน
- การเมืองไม่พัฒนาเป็นระบบสองพรรคใหญ่ที่ชัดเจนแบบหลายประเทศ
อย่างไรก็ตาม การมีพรรคเยอะก็สะท้อนเสรีภาพทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย แต่ในทางปฏิบัติ มักเหลือเพียงไม่กี่พรรคที่ได้ ส.ส. จริงๆ และมีอิทธิพล
ถ้าอยากลดจำนวนพรรค ต้องแก้กฎหมายให้เข้มงวดขึ้น เช่น เพิ่มจำนวนสมาชิกขั้นต่ำ หรือกำหนดเกณฑ์คะแนนขั้นต่ำเพื่อรับเงินสนับสนุน แต่ก็อาจถูกวิจารณ์ว่าจำกัดเสรีภาพ
สรุปคือ "เยอะเพราะง่าย และมีประโยชน์ส่วนตัว/กลุ่มมากกว่าประชาธิปไตยที่แท้จริง" ค่ะ 😅
1
โฆษณา