เมื่อวาน เวลา 14:02 • ข่าวรอบโลก
สหรัฐอเมริกา

ฤดูใบไม้ผลิอาจมาถึงอิหร่านเร็วกว่ากำหนด #002

ช้าๆ แต่ได้ผลดีเสมอ การวิวัฒนาการอย่างสันติเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด แต่ก็เป็นไปได้ยาก จงอย่ารีบร้อนไป
อเมริกา จะค่อยๆ ทำทีละขั้นตอน แต่ถึงกระมั้นชาวเปอร์เซียยังคงมีความหวัง! เริ่มจากเวเนซุเอลา จากนั้นอิหร่าน และต่อไปก็รัสเซีย
และในช่วงต้นปี 2569 “การปฏิวัติความหิวโหย” บนท้องถนนของอิหร่านยังคงคุกรุ่นต่อไป
1
ด้วยระบอบการปกครองที่ทำให้ชีวิตของประชาชนยากลำบากนั้น ในที่สุดก็จะไม่มีวันยั่งยืน
หลังจากเปิดตัว "แผนเฮมาติ(Hemat's Plan)"การควบคุมอัตราแลกเปลี่ยนอย่างเข้มงวดนี้ช่วยรักษาเสถียรภาพอัตราแลกเปลี่ยนได้ชั่วคราวได้ก็จริง
แต่ก็ทำให้เศรษฐกิจภายในประเทศซบเซาและทำให้ชีวิตของผู้คนยากลำบากยิ่งขึ้น และหากมองตามจริง
ปัญหาเศรษฐกิจไม่ใช่แค่เรื่องเงินเสมอไป
1
เมื่อครอบครัวธรรมดาๆ ครอบครัวหนึ่งไม่มีเงินแม้แต่จะซื้อขนมปัง พวกเขาย่อมถามว่า รัฐบาล(เห้ย)นี้กำลังทำอะไร(ให้เรา)กันแน่(ว่ะ)?
1
แต่นี่คือ สัญญาณที่อันตรายที่สุด..จากการเรียกร้องขนมปังอาจนำพาไปสู่การเรียกร้องเสรีภาพจนถึงเป็นการชักศึกเข้าบ้าน
โดยที่ผู้ประท้วงที่เสียชีวิตแต่ละคนอาจกลายเป็นประกายไฟสำหรับการประท้วงระลอกต่อไป
ในปี 2565 การเสียชีวิตของหญิงสาวคนหนึ่งจุดประกายความโกรธแค้นของคนทั้งประเทศ
และในปี 2568 หากการปราบปรามส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก มันจะยิ่งผลักดันให้ผู้คนออกมาบนท้องถนนมากขึ้น
สิ่งที่น่ากังวลยิ่งกว่าคือการปรากฏของรอยร้าวภายในระบอบการปกครอง
การลาออกของผู้ว่าการธนาคารกลาง ฟัลซิน เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าข้าราชการในระบบเศรษฐกิจกำลัง
"ปัดความรับผิดชอบ"
2
เมื่อเศรษฐกิจล่มสลาย นักเทคโนแครตที่ไม่เต็มใจรับผิดชอบต่อการตัดสินใจทางการเมืองจึงเลือกที่จะลาออก
หลังจากที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังถูกปลดในเดือนมีนาคม 2568 การตัดสินใจทางเศรษฐกิจก็ตกอยู่ในความโกลาหล
โดยหน่วยงานต่างๆ ต่างปัดความรับผิดชอบ
ความแตกแยกภายในนี้จะทำให้ความสามารถของระบอบการปกครองในการรับมืออ่อนแอลง
นอกจากนี้ยังมีกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติ ซึ่งเป็นปราการด่านสุดท้ายของระบอบการปกครองอิหร่าน (Islamic Revolutionary Guard Corps - IRGC)
แม้เหมือนว่าจะจงรักภักดีต่อพระเจ้าสูงสุดแบบโคตรๆ
1
กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติควบคุมเส้นเลือดใหญ่ทางเศรษฐกิจของอิหร่านประมาณหนึ่งในสาม แต่สุดท้ายแล้วพวกเขาก็จงรักภักดีต่อผลประโยชน์ของตนเองเป็นหลักเช่นกัน
เมื่อไม่มีแด๊ก และเกิดการล่มสลายทางเศรษฐกิจ ก็จะเป็นหายนะอย่างยิ่งสำหรับพวกเขาเช่นกัน
เมื่อต้นทุนในการรักษาเสถียรภาพมีมากกว่าผลประโยชน์ ทัศนคติของกองทัพอาจเปลี่ยนแปลงไปอย่างแนบเนียน ฮาาาา
ในอดีต การล่มสลายมักไม่ได้เกิดจากฝ่ายค้านที่แข็งแกร่งเกินไป แต่เกิดจากความแตกแยกภายในกลุ่มผู้ปกครอง
เมื่อกองทัพไม่เต็มใจที่จะยิง ระบอบการปกครองก็ล่มสลาย
และที่สำคัญอีกอย่าง...สภาพแวดล้อมภายนอกก็อันตรายไม่แพ้กัน มาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ
ยังไม่มีทีท่าว่าจะผ่อนคลายลง
ที่อันตรายยิ่งกว่าคือภัยคุกคามทางทหาร
นับตั้งแต่ปี 2568 ความขัดแย้งได้ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
อิสราเอลโจมตีกลุ่มตัวแทนของอิหร่านในซีเรียและเลบานอนซ้ำแล้วซ้ำเล่า และขู่ว่าจะโจมตีโรงงานนิวเคลียร์ของอิหร่านอย่างเปิดเผย
แม้ว่าสหรัฐฯ จะไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรง แต่การสนับสนุนอิสราเอลของสหรัฐฯ นั้นชัดเจนมั๊กกกกกก
1
หากอิสราเอลเปิดฉากโจมตีทางทหารในขณะที่อิหร่านกำลังเผชิญกับความวุ่นวายภายในประเทศ
แม้จะเป็นการโจมตีแบบจำกัดเป้าหมายแค่ที่โรงงานนิวเคลียร์ รัฐบาลอิหร่านก็จะต้องเผชิญกับภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก
การไม่ตอบโต้จะถูกมองว่าอ่อนแอ ทำให้บั่นทอนอำนาจของตนลงไปอีก แต่การตอบโต้ก็จะดึงอิหร่านเข้าสู่สงครามที่ไม่อาจทนได้
สำหรับอิหร่าน ฝันร้ายที่เลวร้ายที่สุดคือการถูกบีบอัดทั้งสองด้าน
คือการประท้วงภายในประเทศที่ดำเนินอยู่และความขัดแย้งระหว่างประเทศ
เมื่อทรัพยากรมีจำกัด การรักษาเสถียรภาพและการเตรียมพร้อมสำหรับสงครามไม่สามารถทำได้พร้อมกัน
รัฐบาลอิหร่านก็จะต้องเผชิญกับภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก เราคงได้เห็นอนาคตที่เป็นไปได้ของอิหร่าน.....ในโพสต์จบโพสต์หน้ากันนะครับ...
2
โฆษณา