3 ม.ค. เวลา 13:00 • การศึกษา

10 เรื่องประวัติศาสตร์ไทย ที่น้อยคนจะรู้ (ตอนที่ 2)

หลังจากที่ตอนแรกได้รับความสนใจเป็นอย่างดี วันนี้เรามาต่อกันที่ ตอนที่ 2 กับอีก 10 เรื่องราวที่คุณอาจไม่เคยได้ยินจากห้องเรียนประวัติศาสตร์ แต่เป็นจุดเปลี่ยนที่น่าสนใจของสยามและไทยในอดีตครับ
1. "แฝดสยาม" อิน-จัน คือผู้ทรงอิทธิพลและเจ้าของทาสในอเมริกา
อิน-จัน (Eng & Chang Bunker) ไม่ได้เป็นเพียงนักแสดงโชว์ที่น่าสงสาร แต่พวกเขาเป็นนักธุรกิจที่ชาญฉลาด หลังจากเกษียณจากการแสดง พวกเขาซื้อที่ดินในรัฐนอร์ทแคโรไลนา เป็นเจ้าของไร่ยาสูบ และที่น่าตกใจคือ พวกเขาเคยเป็นเจ้าของทาส ในช่วงก่อนสงครามกลางเมืองอเมริกาด้วย
2. พระปรีชาสามารถของ รัชกาลที่ 4 กับการคำนวณสุริยุปราคาที่แม่นยำกว่าชาติตะวันตก
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงคำนวณการเกิดสุริยุปราคาเต็มดวงที่หว้ากอ เมื่อปี พ.ศ. 2411 ได้อย่างแม่นยำล่วงหน้าถึง 2 ปี โดยผลการคำนวณของพระองค์ คลาดเคลื่อนไปเพียงไม่กี่วินาที ซึ่งแม่นยำกว่าการคำนวณของนักดาราศาสตร์ชาวฝรั่งเศสในสมัยนั้นเสียอีก
1
3. "ผัดไทย" คืออาหารที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อ "สร้างชาติ"
ผัดไทยไม่ได้เป็นอาหารพื้นเมืองที่มีมาแต่โบราณ แต่ถูกคิดค้นขึ้นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยรัฐบาลของ จอมพล ป. พิบูลสงคราม เพื่อรณรงค์ให้คนไทยกินก๋วยเตี๋ยวแทนข้าว (ซึ่งขณะนั้นข้าวขาดแคลน) และเพื่อสร้างเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมใหม่ที่แตกต่างจากก๋วยเตี๋ยวจีน
4. พริกและมะละกอ ไม่ใช่พืชพื้นเมืองของไทย
เมนูยอดฮิตอย่าง "ส้มตำ" แท้จริงแล้วใช้วัตถุดิบนำเข้าเกือบทั้งหมด มะละกอและพริกถูกนำเข้ามาโดยชาวโปรตุเกสและสเปนจากทวีปอเมริกาในช่วงสมัยอยุธยา ก่อนหน้านั้นคนไทยใช้ "พริกไทย" ให้ความเผ็ด และใช้ "มะขาม" หรือ "มะนาว" ให้ความเปรี้ยวแทน
5. วัดไตรมิตร: ความลับใต้พูนปูนกว่า 200 ปี
พระพุทธรูปทองคำที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่วัดไตรมิตรวิทยาราม เดิมทีถูกหุ้มด้วย ปูนปั้น มานานนับร้อยปีเพื่อพรางตาจากข้าศึก จนกระทั่งปี พ.ศ. 2498 ขณะที่กำลังเคลื่อนย้าย ปูนได้กะเทาะออกจนเผยให้เห็นเนื้อทองคำบริสุทธิ์อยู่ภายใน
6. ท้าวทองกีบม้า: สตรีลูกครึ่งผู้เป็นต้นกำเนิดขนมไทย
มารี กีมาร์ หรือ ท้าวทองกีบม้า เป็นสตรีลูกครึ่งโปรตุเกส-ญี่ปุ่น-เบงกอล ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เธอคือผู้นำเทคนิคการใช้ "ไข่" มาทำขนม จนเกิดเป็นขนมตระกูลทอง เช่น ทองหยิบ ทองหยอด และฝอยทอง ที่เราคุ้นเคยกันในปัจจุบัน
7. ดอนเมือง คือหนึ่งในลานบินที่เก่าแก่ที่สุดในโลก
ท่าอากาศยานดอนเมืองเปิดใช้งานมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2457 (ค.ศ. 1914) ถือเป็นหนึ่งในท่าอากาศยานที่เก่าแก่ที่สุดในเอเชียและในโลกที่ยังคงเปิดให้บริการอยู่จนถึงปัจจุบัน
1
8. สยามเคยส่งทหารไปร่วมงาน "World's Fair" ที่สหรัฐฯ ปี 1904
ในงาน St. Louis World's Fair ประเทศสยามได้สร้าง "ศาลาไทย" (Siam Pavilion) อย่างวิจิตรบรรจง และขนเอาศิลปวัฒนธรรมไทยไปโชว์จนได้รับความชมเชยอย่างมาก ถือเป็นการประชาสัมพันธ์ประเทศให้เป็นที่รู้จักในฐานะชาติที่มีอารยธรรมสูงส่งในเวทีโลก
1
9. การเลิกทาสของไทย: ทำอย่างค่อยเป็นค่อยไปจนแทบไม่มีการเสียเลือดเนื้อ
ต่างจากในอเมริกาที่มีสงครามกลางเมือง รัชกาลที่ 5 ทรงใช้วิธีการ "เกษียณอายุทาส" โดยกำหนดให้ลูกทาสที่เกิดในรัชสมัยของพระองค์มีค่าตัวลดลงเรื่อยๆ จนเป็นอิสระเมื่ออายุครบ 21 ปี วิธีนี้ช่วยให้สังคมไทยปรับตัวได้โดยไม่เกิดการต่อต้านจากเหล่านายเงิน
1
10. สยามกับชื่อ "Siam" และ "Thailand"
ชื่อประเทศเปลี่ยนจาก "สยาม" เป็น "ไทย" ครั้งแรกในปี พ.ศ. 2482 ตามนโยบายรัฐนิยมของจอมพล ป. พิบูลสงคราม ก่อนจะเปลี่ยนกลับเป็นสยามสั้นๆ ในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 และกลับมาใช้ชื่อ "ประเทศไทย" อย่างถาวรในปี พ.ศ. 2492
ประวัติศาสตร์ไทยยังมีเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่ชวนให้แปลกใจอยู่อีกมากครับ หากคุณสนใจเรื่องราวเหล่านี้เป็นพิเศษ โปรดรอติดตามตอนต่อไป
โฆษณา