Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
The King Maker : กลยุทธ์เหนือกาลเวลา
•
ติดตาม
5 ม.ค. เวลา 23:00 • ธุรกิจ
อาณาจักรหมื่นล้านที่เริ่มจากอานม้า: กลยุทธ์ Hermès กับการเปลี่ยนวิกฤตเป็นความเลอค่าข้ามศตวรรษ
1. เปิดม่าน: จากโรงเวิร์กช็อปอานม้า สู่สัญลักษณ์แห่งจักรพรรดิ
ก่อนที่จะมีกระเป๋า Birkin ราคาหลักล้าน หรือผ้าพันคอไหมที่ผู้หญิงทั่วโลกปรารถนา ในปี 1837
Thierry Hermès ได้ก่อตั้งโรงงานผลิตสายบังเหียนและอานม้า (Saddlery) ในปารีส
เขาไม่ได้เริ่มจากการเป็นแฟชั่นดีไซน์เนอร์ แต่เริ่มจากการเป็น "ช่างฝีมือเทคนิคสูง" ที่ผลิตอุปกรณ์สำหรับม้าที่ต้อง
"ทนทานที่สุด" และ "ประณีตที่สุด"
ลูกค้าของเขาไม่ใช่คนทั่วไป แต่คือจักรพรรดินโปเลียนที่ 3 และชนชั้นสูงทั่วยุโรป
สิ่งที่ทำให้ Hermès แตกต่างตั้งแต่วันแรกคือ
"ฝีเข็มแบบอานม้า" (Saddle Stitch) ซึ่งเป็นการเย็บด้วยมือที่หากด้ายขาดหนึ่งจุด ฝีเข็มที่เหลือจะไม่หลุดลุ่ยตาม
นี่คือ DNA ความถึกทนที่กลายเป็นรากฐานของความหรูหราในเวลาต่อมา
2. วิกฤต "ม้าสู่รถยนต์": กลยุทธ์การ Pivot ที่ชี้ชะตาความเป็นความตาย
ในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 โลกเผชิญกับการปฏิวัติเทคโนโลยีครั้งใหญ่ เมื่อรถยนต์เข้ามาแทนที่ม้า ธุรกิจอานม้าทั่วยุโรปล่มสลาย
แต่ Émile-Maurice Hermès (หลานชายผู้ก่อตั้ง) กลับมองเห็นโอกาสท่ามกลางซากปรักหักพัง
เขาใช้กลยุทธ์ Pivot (การหมุนตัวทางธุรกิจ)
โดยการนำทักษะการเย็บหนังอานม้าที่ทนทานมาประยุกต์ใช้กับ "ไลฟ์สไตล์การเดินทางยุคใหม่"
เขาเปลี่ยนจากการทำอานม้า มาทำกระเป๋าเดินทางและกระเป๋าถือ
โดยยึดหลักการเดิมคือ "ต้องทนทานระดับอานม้า" นี่คือบทเรียนสำคัญ: Hermès ไม่ได้ทิ้งทักษะเดิม แต่เขาเปลี่ยน "บริบท" (Context) ของทักษะเดิมให้เข้ากับโลกใหม่
3. นวัตกรรม "ซิป" และทางรอดในช่วง Great Depression
ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 Émile-Maurice เดินทางไปสหรัฐฯ และพบกับนวัตกรรม "ซิป" (Zipper) ที่ยังไม่เป็นที่รู้จักในยุโรป
เขาตัดสินใจจดสิทธิบัตรการใช้ซิปบนเครื่องหนังรายเดียวในฝรั่งเศส (Hermès Fastener)
กลยุทธ์นี้คืออัจฉริยะภาพ เพราะในช่วง Great Depression (เศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่) ในทศวรรษ 1930 ในขณะที่แบรนด์หรูอื่นๆ ล้มละลาย
แต่ Hermès กลับมีรายได้มหาศาลจาก "ค่าลิขสิทธิ์ซิป" และความนิยมของสินค้า Ready-to-wear
1
ที่ใช้ซิปเป็นรายแรกๆ นี่คือการสร้าง "กระแสเงินสดสำรอง" จากนวัตกรรมที่ช่วยพยุงธุรกิจหลักในยามวิกฤต
4. ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2: กลยุทธ์ "การจำใจเลือก" ที่กลายเป็นมรดกหมื่นล้าน
ในช่วงปี 1940-1944 ที่นาซีเยอรมันยึดครองปารีส วัตถุดิบทุกอย่างถูกควบคุมอย่างเข้มงวด หนังคุณภาพสูงถูกเกณฑ์ไปทำรองเท้าบูททหาร
แต่ Hermès รอดมาได้ด้วยกลยุทธ์ "Core Preservation":
สะสมวัตถุดิบ (Stockpiling):
พวกเขาสะสมหนังชั้นดีไว้ก่อนสงครามจะปะทุ ทำให้ยังมีงานฝีมือส่งให้ลูกค้าระดับสูงได้แบบลับๆ
จุดกำเนิด "กล่องสีส้ม" (1942):
ในยามสงคราม กระดาษห่อสีครีมที่แบรนด์ใช้มา 100 ปีขาดแคลน สิ่งเดียวที่ซัพพลายเออร์เหลืออยู่คือ "กระดาษสีส้มฉูดฉาด" ที่ไม่มีใครเอา
Hermès จำใจต้องใช้มันเพื่อส่งของให้ลูกค้า แต่ผลลัพธ์กลับกลายเป็นว่า สีส้มนี้โดดเด่นและจดจำง่ายจนกลายเป็น Brand Identity ที่ทรงพลังที่สุดในโลกจนถึงปัจจุบัน
นี่คือตัวอย่างการเปลี่ยน "ข้อจำกัด" ให้กลายเป็น "เอกลักษณ์"
5. กำแพงเหล็ก "H51": ศึกป้องกันเอกราชจากหมาป่า LVMH
ในปี 2010 Hermès เผชิญกับวิกฤตการถูกเข้ายึดครองกิจการ (Hostile Takeover) จาก Bernard Arnault (LVMH) ที่แอบสะสมหุ้นอย่างลับๆ ถึง 23%
ทายาทตระกูล Hermès กว่า 60 คนจาก 6 รุ่น ได้แสดงพลังความสามัคคีที่หาได้ยากในโลกธุรกิจ
โดยการจัดตั้งบริษัทโฮลดิ้งชื่อ "H51" เพื่อล็อคหุ้นเกิน 50% ไม่ให้ขายให้คนนอกเป็นเวลา 20 ปี
พวกเขายอมสละสิทธิในการขายหุ้นเอากำไรมหาศาล เพื่อรักษา "เอกราชและจิตวิญญาณช่างฝีมือ" ของครอบครัว
1
นี่คือบทเรียนการบริหารธุรกิจครอบครัวที่เน้น "คุณค่า" เหนือ "ราคา"
บทสรุปและแนวทางสำหรับนักธุรกิจยุคปัจจุบัน
คุณภาพคือคูเมือง (Quality as a Moat): ในโลกที่ทุกอย่างผลิตด้วยเครื่องจักร สินค้าที่เย็บด้วยมือคนเดียว (Birkin) คือความหายากที่มูลค่ามีแต่จะเพิ่มขึ้น
เปลี่ยนวิกฤตให้เป็นอัตลักษณ์: กล่องสีส้มของ Hermès สอนเราว่า ความผิดพลาดหรือความขาดแคลนในวันนี้ อาจเป็นสัญลักษณ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในวันหน้า หากคุณรู้วิธีบริหารจัดการแบรนด์
ความสามัคคีคืออาวุธ: การรอดพ้นจาก LVMH พิสูจน์ว่า ธุรกิจครอบครัวที่เข้มแข็งจะไม่มีทางพ่ายแพ้ต่อนายทุนตราบใดที่คนในครอบครัวเห็นคุณค่าของมรดกมากกว่าเงินสดในมือ
1
#Hermès #Business #BusinessStrategy #History #ThaKingMaker #LVMH #France #Leadership #Entrepreneurship #Casestudy
แหล่งอ้างอิง (Citations)
-Hermès International Archives: Official History of Thierry Hermès & Saddlery Origins.
-French Patent Office (INPI): Records of Émile-Maurice Hermès' exclusive zipper patent (1914-1920).
-Fashion Historian Records: Analysis of Paris luxury brands during Nazi Occupation (1940-1944).
-AMF (Autorité des Marchés Financiers): Legal reports and fines against LVMH for stealth equity swaps (2013).
-IMD Business School: "The Hermès Family Defense" Case Study on Corporate Governance.
-The New York Times / Forbes: Reports on the formation of H51 Holding Company.
ธุรกิจ
ประวัติศาสตร์
การลงทุน
บันทึก
2
2
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2025 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย