Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
The King Maker : กลยุทธ์เหนือกาลเวลา
•
ติดตาม
6 ม.ค. เวลา 11:00 • ธุรกิจ
รสชาติพันปีที่ไม่มีวันตาย: กลยุทธ์ Kikkoman จากพันธมิตร 8 ตระกูล สู่จักรพรรดิโชยุที่ยึดครองครัวโลก
1. เปิดม่าน: ขวดฝาแดงที่เป็นมากกว่าเครื่องปรุง
ขวดโชยุฝาสีแดงที่คุณเห็นในห้องครัวทั่วโลก ไม่ใช่แค่ผลผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่คือผลลัพธ์ของการต่อสู้ดิ้นรนกว่า 300 ปี
เบื้องหลังโลโก้หกเหลี่ยมคือเรื่องราวของ 8 ตระกูลที่ยอมวางอาวุธจากการทำสงครามราคา มาจับมือกันสร้างจักรวรรดิที่ไม่มีใครโค่นลงได้ แม้ในวันที่ญี่ปุ่นพ่ายแพ้สงครามจนย่อยยับ
2. "ธรรมนูญ 8 ตระกูล": กลยุทธ์สยบอีโก้เพื่อความยั่งยืน
ก่อนปี 1917 เมืองโนดะคือสมรภูมิเลือดของคนทำโชยุ ตระกูลใหญ่อย่าง Mogi และ Takanashi แข่งกันจนแทบพินาศ แต่เมื่อถึงจุดหนึ่งพวกเขาตัดสินใจทำสิ่งที่โลกต้องจารึก คือการควบรวม 8 ตระกูลเข้าด้วยกันเป็น Noda Shoyu Co., Ltd.
1
พวกเขาไม่ได้รวมกันแค่ชื่อ แต่สร้าง "ธรรมนูญตระกูล" (Ie no Okite) ซึ่งเป็นกฎเหล็กที่ใช้มาจนถึงปัจจุบัน:
ห้ามผูกขาด: ห้ามตระกูลใดถือหุ้นหรือที่นั่งบอร์ดเกิน 20%
ระบบหมุนเวียน: ผู้นำต้องสลับสับเปลี่ยนกันตามวาระ ไม่มีการสืบทอดแบบผูกขาดสายเลือดเดียว
ฉันทามติ: การตัดสินใจใหญ่ต้องเห็นชอบร่วมกันเท่านั้น
ผลลัพธ์: สิ่งนี้ป้องกัน "สงครามภายใน" ที่มักจะทำลายธุรกิจครอบครัว และทำให้ Kikkoman มีเสถียรภาพยาวนานกว่า 100 ปีโดยไม่แตกแยก
3. วิกฤตสงครามโลก: เมื่อถังหมักเหลือเพียงความว่างเปล่า
ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 วัตถุดิบอย่างถั่วเหลืองและข้าวสาลีถูกกองทัพญี่ปุ่นเกณฑ์ไปทั้งหมด Kikkoman ต้องเผชิญกับช่วงเวลาที่มืดมนที่สุด โรงงานถูกระเบิด และต้องใช้สารสังเคราะห์ทำโชยุที่ไร้คุณภาพเพื่อประทังชีวิต
แต่ในใจของทายาททุกคนคือการรักษา "เชื้อโคจิ No. 25" สายพันธุ์ลับที่ส่งต่อมา 400 ปีไว้ให้ได้ เพราะนั่นคือ "หัวใจ" ที่หากเสียไปจะไม่มีวันสร้างใหม่ได้
4. "การทูตโชยุ": เปลี่ยนผู้ชนะสงครามให้กลายเป็นลูกค้า
หลังปี 1945 ญี่ปุ่นแพ้สงครามและถูกยึดครองโดยสหรัฐฯ Kikkoman ไม่ได้มองนายพล MacArthur เป็นศัตรู แต่มองเป็น "โอกาส"
กลยุทธ์เข้าหาค่ายทหาร: ผู้บริหารระดับสูงเดินทางไปสาธิตการทำอาหารในฐานทัพสหรัฐฯ โดยพิสูจน์ให้เห็นว่าโชยุคือ "ซอสครอบจักรวาล" ที่กินกับสเต็กและเบอร์เกอร์ได้อร่อยกว่าซอสใดๆ
Win-Win Situation: พวกเขาได้สัญญาจัดส่งโชยุให้กองทัพมหาศาล และขอความช่วยเหลือจากสหรัฐฯ ให้ส่งถั่วเหลืองมาให้ญี่ปุ่นเพื่อใช้ผลิตซอส นี่คือการเปลี่ยนสถานะจาก "ผู้แพ้" เป็น "พันธมิตรทางเศรษฐกิจ" อย่างอัจฉริยะ
5. "Soy Sauce goes with Meat": การบุกยึดครัวอเมริกัน
ในปี 1957 Kikkoman ทำสิ่งที่บ้าบิ่นที่สุดคือการบุกตลาดอเมริกาในยุคที่คนตะวันตกยังมองว่าอาหารญี่ปุ่นคือของแปลก พวกเขาใช้กลยุทธ์ "Repositioning":
ไม่ได้ขายโชยุคู่กับปลาดิบ แต่ขายคู่กับ "สเต็กและบาร์บีคิว"
จนถึงปี 1973 พวกเขากล้าสร้างโรงงานใน Wisconsin เพื่อผลิตโชยุ "Made in USA" เป็นเจ้าแรก โดยส่งเพียง "เชื้อโคจิ" จากญี่ปุ่นไปหมักเท่านั้น กลยุทธ์นี้ลดภาษีได้ 30% และทำให้ Kikkoman ครองตลาดสหรัฐฯ ได้ถึง 50% จนถึงทุกวันนี้
6. ความลับ 400 ปี: วิทยาศาสตร์ในคราบประเพณี
หัวใจของ Kikkoman คือเชื้อรา Aspergillus oryzae No. 25 ซึ่งถูกเก็บรักษาไว้ในห้องแล็บที่เข้มงวดระดับโลก ในขณะที่โลกเปลี่ยนไปใช้เคมีเร่งการผลิต แต่ Kikkoman ยังใช้การ "หมักธรรมชาติ" นาน 6 เดือน
โดยใช้เทคโนโลยี DNA Sequencing ตรวจสอบทุกหยดเพื่อให้รสชาติเหมือนกับที่จักรพรรดิญี่ปุ่น เคยเสวยในยุคเมจิ
บทสรุปและแนวทางสำหรับนักธุรกิจยุคปัจจุบัน :
Unity is Strategy: การรวมตัวกันเพื่อยุติสงครามราคาคือจุดเริ่มต้นของความยิ่งใหญ่ การมีคู่แข่งเป็นพันธมิตรคือการขยายตลาดที่เร็วที่สุด
Be Adaptable, Stay Authentic: ปรับตัวเข้ากับวัฒนธรรมใหม่ (กินโชยุกะสเต็ก) แต่ห้ามทิ้งคุณภาพดั้งเดิม (การหมักธรรมชาติ)
Legacy Governance: ธุรกิจครอบครัวจะรอดได้ต้องมี "ธรรมนูญ" ที่เป็นธรรม ไม่ใช่บริหารตามอารมณ์ของผู้นำเพียงคนเดียว
#kikkoman #Business #BusinessStrategy #Japan #TheKingMaker #Sauce
แหล่งอ้างอิง (Citations):
-Kikkoman Corporation: Official 100th Anniversary Business History.
-Noda City Museum of Soy Sauce: Historical Records of the 8 Families Merger (1917).
-Harvard Business Review: Case Study: "Kikkoman: The Global Soy Sauce Expansion".
-Nikkei Business: Analysis of the Mogi and Takanashi Family Governance.
-GHQ Archives: Records of Soy Sauce Distribution Contracts during US Occupation (1945-1952).
ธุรกิจ
ประวัติศาสตร์
การลงทุน
บันทึก
1
1
1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2025 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย