4 ม.ค. เวลา 04:00 • ปรัชญา
เรื่องราว ของการเติบโต ..ของจิต ไม่ใช่เรื่องราวของกาย ที่เป็นเสมือน วัตถุสิ่งของ เครื่องจักรชีวะภาพ ที่เรียนรู้ จดอะไรต่างได้ แล้วก็มีการหลงลืมได้ จิตที่ยึด .กายยึดสมองอารมณ์นึกคิดต่างๆ มากมายก่ายกอง ไหลมาเทมา ไม่สามารสกัดกั้น ให้หยุดไหลได้เลย วิญญาณทั้งหก ก็มีมายา ต่างๆมากมายก่ายกอง
..เค้าก็มีการเรียนรู้ ไปในเรื่องราววิญญาณทั้งหก ที่มีอารมณ์ชอบใจ ไม่พอใจ เกิดขึ้น มีเรื่องราวที่จิต..ทำไมหลงใหล ในมายาต่างๆ มันมีอะไร เกิดบ้าง .ในสิ่งที่เป็นมายา มันมีสิ่งหนึ่ง ที่เราเรียนรู้ ไม่ทัน ก็เรื่องสติของจิต ที่ว่า ตาเห็นรูป หูได้ยินเสียง มีอารมณ์มายาเกิดขึ้น พอใจไม่พอใจ จิตก็ยึดอารมณ์นั้น ที่เกิดขึ้น
แล้วสิ่งหนึ่ง ที่ไม่ต้องไปสัมผัสข้างนอก ก็เรื่องราวของคำว่า ลิ้น .มันหิว มันนึกอยาก บางครั้งก็ว่า กินอิ่มไปแล้ว ก็ยังอยากกินอีก .ตาไปเห็น .อาหาร ก็มีอารมณ์ปรุงแต่อยากกิน .อุปโลกน์ว่าอร่อย .พอกินเข้าไปสัมผัส ..โอ้ย รสชาติ ไม่เป็นดังที่อารมณ์อุปโลกน์ .ก็มีอารมณ์ไม่พอใจไม่ชอบใจขึ้นมา .บ้างก็คายทิ้ง . อารมณ์ที่ว่า.อร่อยก็หน้านี้หายไปไหน อารมณ์ที่อยากกินหายไปไหน
.เรื่องราวของวิญญาณหก นั้นก็เป็นเรื่องราวที่ ทำให้จิตนั้น..ขาดสติของจิต . เราชอบคำหนึ่ง ที่ว่า ขอให้จิตข้าพเจ้ามีสติสัมปชัญญะรู้จักกรรม ให้มีสติสังขารรู้จักธรรม เพื่อสร้างบุญกุศลบารมีหนี่เวรกรรม
นั่นก็เมื่อเราเติบโตขึ้นมา มีสติปัญญารู้จักว่า สิ่งเหล่านี้ .ทำให้กายที่เราอาศัยสะสมกรรม .เราก็ค่อยเอามันออกไป กายก็เบาบางจากกรรม ไม่มีอารมณ์รกรุงรังมาก .จิตก็ค่อยโตขึ้นมา โตขึ้นมา เหมือนต้นไม้ โตขึ้นจากพื้นดิน
.กายนั้นก็เหมือนดิน .ที่จิตนั้นดูดสิ่งต่างๆ ไหลมาหล่อเลี้ยงจิต ดินนั้นขาดน้ำ ไม่มีน้ำมาหล่อเลี้ยง ดินนั้นนานไปก็แตกระแหง กายนี้ก็เหมือนดิน พื้นดินบางเราก็สิ่งสกปรกเทใส่ลงไปๆ ของเน่าของเหม็นเทลงไป ร่างกายเราก็เหมือนกัน เอาสิ่งของสกปรกใส่ลงไปเรื่อย ..นานไปกายนี้ เหมือนเป็นดินที่สกปรก ..ใช้การไม่ค่อยไหวไม่ได้ดังใจ โรคภัยก็ตามมา .ต้นไม้ที่อาศัยรากดูดชอนไชหาอาหาร ก็ค่อยๆแห้งเฉา .เหี่ยวแห้งตาย .ทำอย่างไรจะให้ดินดี .ที่เค้าว่า เป็นเนื้อนาบุญให้จิตนั้นเติบโตขึ้นมา
โฆษณา