7 ม.ค. เวลา 15:00 • หุ้น & เศรษฐกิจ

ตลาดรถยนต์ 2026 โลกเบรก 'รถอีวี' ยูเทิร์นหา ‘รถน้ำมัน’ ?

อุตสาหกรรมยานยนต์โลกกำลังเผชิญกับภาวะ “ช็อกทางนโยบาย” ครั้งใหญ่ที่สุดในรอบทศวรรษ เมื่อเข็มทิศที่เคยพุ่งไปหาพลังงานไฟฟ้า (EV) แบบสุดตัวเริ่มหมุนกลับทิศ
นักวิเคราะห์จาก Cox Automotive และ Edmunds มองเป็นเสียงเดียวกันว่าอุตสาหกรรมนี้กำลังเดินเข้าสู่ “จุดเปลี่ยน” ครั้งสำคัญ เพราะแรงกดดันไม่ได้มาจากการแข่งขันระหว่างรถยนต์สันดาปภายในกับรถยนต์ไฟฟ้าอย่างเดียว แต่ยังมีปัจจัยทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัวในหลายประเทศ การเปลี่ยนแปลงของนโยบายรัฐ และกำลังซื้อของผู้บริโภคที่หดตัวลงอย่างต่อเนื่อง ทั้งหมดกำลังส่งผลกระทบต่อทุกห่วงโซ่ในอุตสาหกรรม
โลกเบรก ‘อีวี’ รัฐรื้อทิ้งนโยบายสนับสนุน
เมื่อนโยบายสนับสนุนจากรัฐบาลมหาอำนาจทั้งสหรัฐ จีน และยุโรป พร้อมใจกันลดการสนับสนุน ส่งผลให้ผู้ผลิตรถยนต์ต้องยกเลิกแผนการผลิตกันระนาว
ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ นโยบายสนับสนุนสิ่งแวดล้อมถูกรื้อทิ้งเกือบทั้งหมด เงินอุดหนุนภาษี 7,500 ดอลลาร์ หรือราว 2.5 แสนบาท ส่งผลให้ S&P Global Mobility คาดการณ์ว่ายอดขาย EV ในสหรัฐอาจดิ่งลงถึง 30% ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีที่ผ่านมา
ขณะที่สหภาพยุโรป (EU) ก็เริ่มยอมรับความจริงว่าการแบนรถยนต์น้ำมันทำได้ช้ากว่าแผน ท่ามกลางผู้บริโภคที่ยังกังวลเรื่องราคารถและจุดชาร์จที่ยังไม่ครอบคลุม จึงเริ่มถอยห่างจากการบังคับและผ่อนปรนมาตรฐานไอเสีย เพื่อลดแรงกดดันต่อค่ายรถที่แบกรับต้นทุนมหาศาลที่จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ
ส่วน “จีน” แม้จะเป็นเจ้าตลาด EV แต่ปัจจุบันรัฐบาลปักกิ่งได้สั่งปรับทิศทางเพื่อแก้ปัญหาการผลิตที่ “ล้นตลาด” โดยเรียกผู้บริหารค่ายรถไปปรามเรื่องสงครามราคาที่รุนแรงเกินไป
ขณะเดียวกัน รัฐบาลจีนได้ยุตินโยบายยกเว้นภาษีเต็มจำนวนสำหรับปลายเดือนธ.ค.ที่ผ่านมา รวมทั้งนโยบายเงินอุดหนุนสูงสุดถึง 20,000 หยวน จากการแลกรถยนต์สันดาปรุ่นเก่าเป็นรถยนต์ใหม่ก็กำลังจะสิ้นสุดในเร็วๆ นี้ ทำให้คาดการณ์ว่ายอดขายในช่วงต้นปี 2026 จะซบเซาอย่างหนัก และอาจนำไปสู่การควบรวมกิจการของค่ายรถที่ไม่แข็งแกร่งพอ
ภาษีศุลกากร ข้อตกลงทางการค้า และการเปลี่ยนแปลงด้านกฎระเบียบต่างๆ กำลังสร้างความไม่แน่นอนให้กับทั้งผู้ผลิตรถยนต์และผู้บริโภค การเจรจาต่อรองใหม่ของข้อตกลงการค้าเสรีระหว่างสหรัฐอเมริกา-เม็กซิโก-แคนาดา และจีน อาจทำให้ภาษีใหม่ที่อาจเรียกเก็บจากรถยนต์และชิ้นส่วนนำเข้าอาจทำให้ต้นทุนการผลิตพุ่งสูงขึ้น
นักวิเคราะห์เตือนว่าการเปลี่ยนแปลงนโยบายเหล่านี้อาจนำไปสู่ราคารถที่สูงขึ้นอีก โดยเฉพาะอย่างยิ่งรถยนต์ไฟฟ้าซึ่งกำลังเผชิญกับแรงกดดันด้านต้นทุนอยู่แล้ว
โฆษณา