4 ม.ค. เวลา 09:08 • ประวัติศาสตร์

Crusader อดีตผู้พิทักษ์เหนือทะเลจีนใต้

ชื่อกลอน : อย่าหวั่นกับโลกมากนัก
เป็นมนุษย์ เป็นตัวเรา เป็นวันนี้
มั่นความดี ทำไว้ ตอนนี้เสีย
ทำเยอะๆ จิตผ่องใส บุญช่วยเคลียร์
ไล่ของเสีย จากจิต ออกไปไกล
เกิดเป็นคน แก่เป็นคน เลี่ยงไม่ได้
อย่าไปพ่าย ให้ทุกข์ นั้นแต่งเสริม
นินทามา ด่าเข้ามา เราไม่เติม
หยุดเพิ่มกรรม ใหม่มา จิตโล่งเย็น
ใครว่าร้าย มุ่งร้าย คิดร้ายเรา
ตอบโต้เขา เท่ากับ ทำตนแย่
บุญกุศล สร้างปัญญา เราควรแคร์
มิควรแพ้ เมื่อเกิดมา สร้างความดี
โลกของเรา จะน่าอยู่ หากคิดดี
ไม่ทำที สร้างกรรมใหม่ ให้เราเฉา
เขาโกรธมา เป็นเช่นไร อย่ามัวเมา
ขอให้เรา มั่นคง ด้วยใจเอย
ประพันธ์โดย : จ่าหวาน เกรียงไกร
สวัสดีครับท่านผู้อ่านทุกท่าน กลอนนี้ผู้เขียนได้มาจากการฟังเทปบรรยายของหลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม วัดอัมพวัน ที่สอนด้วยคำสอนที่ว่า ''เกิดเป็นความจริง แก่เป็นความจริง เป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้" แน่นอนว่าคนเราเกิดมาหลีกหนีไม่พ้นจากความเปลี่ยนแปลง
ใบโพธิ์ที่ร่วงลงเพียงใบเดียว แม้จะเก็บมาไม่เยอะ ก็มีความหมายเพราะผู้เขียนเห็นใบโพธิ์ทีไรมักจะเตือนตนว่า "สุขไม่เที่ยง ทุกข์ไม่เที่ยง เกิดขึ้นมาก็เป็นเพียงชั่วคราวเท่านั้น" ดังนั้นเมื่อมาพานพบพระพุทธศาสนาแล้วควรใช้เวลาอันมีค่าต่อสู้กับความชั่วทั้งหลาย เจริญความเพียรให้มาก การทำความดีเปรียบได้กับการมีต้นไม้ในวัด กว่าจะเป็นต้นไม้ได้ต้องฝ่าฟันพายุ ฝ่าฟันแสงแดด ฝ่าฟันอะไรต่ออะไร จนมีร่มไม้สีเขียวให้ผู้ที่เข้าวัดได้รับความสบายกาย สบายใจหลังจากฟังธรรม
ก่อนจะเข้าสู่บทความผู้เขียนขอบรรยายธรรมเยอะหน่อยเพื่อเตือนท่านผู้อ่านทุกท่านที่ยังมีชีวิตอยู่ หลายท่านยังคงต้องต่อสู้กับปัญหาทั้งในครอบครัวและที่ทำงาน จนเริ่มเกิดความเบื่อหน่ายในตัวตนมากขึ้น ในขณะที่ความเบื่อหน่ายเข้าครอบงำจากคำด่า งานที่ล้นมือ มีปัญหากับผู้อื่น หรือความเครียด
ท่านควรพิจารณาเสียเถิดว่า "เราเป็นหนึ่งในนั้นที่เกิดมาสร้างความดีอย่างถึงที่สุด ไม่อย่างนั้นคงไม่มาพบพระพุทธศาสนาจนถึงวันนี้" หากเป็นสัตว์สี่เท้าก็ไม่สามารถทำบุญได้ หากเป็นต้นไม้ก็ไม่สามารถทำบุญได้ หากเป็นเทวดาก็ไม่สามารถทำบุญได้ หากเป็นสัตว์นรกก็ไม่สามารถทำบุญได้ ดังนั้นการที่ท่านได้เกิดมาเป็นมนุษย์เปรียบได้กับต้นไม้ที่ทนแดด ทนฝน ทนลมได้
เมื่อเป็นมนุษย์ก็ทำดีเข้าตัวเสียตั้งแต่ตอนนี้ ดีกว่าจะต้องผลัดวันประกันพรุ่ง หากไม่ทำมันก็คงจะเสียดายใช่ไหมล่ะครับ เอาเป็นว่าขอยกตัวอย่างจากเครื่องบินแบบหนึ่งที่มีคุณค่าทางยุทธการในยุคสงครามเย็น เพื่อให้เห็นว่าเครื่องบินก็เหมือนกับคน เมื่อรับใช้ชาติก็มีวาระสุดท้ายไม่ต่างกัน
ในปัจจุบันท้องทะเลจีนใต้กำลังกลายเป็นพื้นที่แห่งความตึงเครียดระดับโลก โดยมีฟิลิปปินส์ เป็นหนึ่งในรัฐหลักที่ต้องเดินเกมถ่วงดุลอำนาจระหว่างสองมหาอำนาจอย่างจีนและสหรัฐอเมริกา ท่ามกลางความขัดแย้งเรื่องอธิปไตยเหนือทางน้ำและความมั่นคงทางทะเล
ฟิลิปปินส์จำเป็นต้องพึ่งพาสหรัฐฯ ในฐานะพันธมิตรสำคัญเพื่อช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งและถ่วงดุลอำนาจในพื้นที่ แต่หากย้อนเวลากลับไปในอดีต ความสัมพันธ์ด้านความมั่นคงของทั้ง 2 ชาตินี้เคยปรากฏโฉมอย่างชัดเจนผ่านเขี้ยวเล็บเหนือน่านฟ้าที่ชื่อว่า F-8 Crusader ซึ่งเคยรับหน้าที่เป็นผู้พิทักษ์หลักให้กับกองทัพอากาศฟิลิปปินส์ยาวนานจนถึงทศวรรษ 1990
เครื่องบินขับไล่ Vought F-8 Crusader ไม่ใช่แค่เครื่องบินรบทั่วไป แต่มันคือเจ้าของสมญานามอันทรงเกียรติว่า "นักสู้ติดปืนคนสุดท้าย" (The Last Gunfighter) ในยุคกลางทศวรรษ 1950 ที่อุตสาหกรรมการบินเริ่มเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคขีปนาวุธนำวิถี และมองว่าปืนกลอากาศกลายเป็นของโบราณที่ล้าสมัย แต่ Crusader กลับถูกออกแบบมาให้ยังคงติดตั้งปืนใหญ่ขนาด 20 มม. ถึง 4 กระบอก เพื่อคงความอันตรายและน่าเชื่อถือในการต่อสู้ทางอากาศระยะประชิด
ความโดดเด่นของเครื่องบินขับไล่รุ่นนี้อยู่ที่นวัตกรรมการออกแบบที่ปฏิวัติวงการ นั่นคือ ปีกแบบปรับมุมปะทะได้ ที่สามารถหมุนขึ้นได้ประมาณ 7 องศา เพื่อช่วยเพิ่มแรงยกและลดความเร็วขณะบินขึ้นหรือลงจอดบนเรือบรรทุกเครื่องบิน มาพร้อมกับเครื่องยนต์ Pratt & Whitney J-57 ที่ทรงพลัง ทำให้มันเป็นเครื่องบินเจ็ตปฏิบัติการรุ่นแรกที่ทำความเร็วได้เกิน 1,000 ไมล์ต่อชั่วโมงในการบินแนวราบ และสามารถไต่ระดับความสูงเกิน 59,000 ฟุต ได้ในเวลาไม่ถึง 7 นาที
ในหน้าประวัติศาสตร์การรบ F-8 Crusader ได้พิสูจน์ตัวเองในหลายสมรภูมิสำคัญ เช่น วิกฤตการณ์ขีปนาวุธคิวบาเช่นเมื่อปีค.ศ.1962 RF-8A ซึ่งเป็นเครื่องบินลาดตระเวนไร้การติดอาวุธ ได้บินถ่ายภาพที่ตั้งขีปนาวุธของโซเวียตในระดับต่ำด้วยความเร็วสูง ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญที่ช่วยคลี่คลายสถานการณ์สงครามนิวเคลียร์
ต่อมาคือสงครามเวียดนาม มันถูกยกย่องว่าเป็นเครื่องบินต่อสู้ระยะประชิดที่ดีที่สุดของกองทัพเรือสหรัฐฯ ในการต่อกรกับเครื่องบินมิกของกองทัพอากาศเวียดนามเหนือ โดยมีสถิติการยิงมิกตกอย่างเป็นทางการถึง 19 เครื่อง
อย่างไรก็ตาม แม้จะเป็นเครื่องบินที่ทรงพลัง แต่มันกลับเป็นเครื่องบินที่นักบิน "ทั้งรักและกลัว" เนื่องจากควบคุมได้ยาก โดยเฉพาะในช่วงการลงจอดบนดาดฟ้าเรือบรรทุกเครื่องบินที่มักเกิดอุบัติเหตุจน จากสถิติพบว่าในจำนวนเครื่องบิน F-8 ที่สร้างขึ้นทั้งหมด 1,290 เครื่อง มีถึงกว่า 1,000 เครื่องที่เคยประสบอุบัติเหตุ
F-8 Crusader ไม่เพียงเเต่คือสัญลักษณ์ของยุคเปลี่ยนผ่านจากการปืนใหญ่อากาศสู่การใช้ขีปนาวุธยิงเครื่องบินรบข้าศึก หากแต่มันเป็นกำลังทางอากาศอันยิ่งใหญ่เหนือน่านฟ้าทะเลจีนใต้ในช่วงเวลาหนึ่ง
สำหรับกองทัพอากาศฟิลิปปินส์แล้ว เครื่องบินขับไล่รุ่นนี้คืออดีตผู้พิทักษ์ที่เคยโลดแล่นเหนือน่านฟ้าท่ามกลางความผันผวนของภูมิรัฐศาสตร์ยุคสงครามเย็น เป็นบทเรียนที่ย้ำเตือนว่า แม้เทคโนโลยีจะก้าวหน้าเพียงใด แต่ความน่าเชื่อถือของอาวุธดั้งเดิมและความกล้าหาญของมนุษย์ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญในสมรภูมิเสมอ
ในช่วงปลายปี 1977 รัฐบาลฟิลิปปินส์ได้ซื้อเครื่องบินขับไล่ F-8H Crusader มือสองจากกองทัพเรือสหรัฐฯ จำนวน 35 เครื่อง ซึ่งเก็บไว้ที่ฐานทัพอากาศเดวิสมอนธาน ในรัฐแอริโซนา 25 เครื่องได้รับการปรับปรุงใหม่โดยบริษัทวอทท์ ในขณะที่อีก 10 เครื่องที่เหลือถูกนำไปใช้เป็นอะไหล่ ตามข้อตกลงสหรัฐฯ จะฝึกนักบินรบกองทัพอากาศฟิลิปปินส์โดยใช้เครื่องบินฝึกไอพ่น TF-8A รุ่นสองที่นั่ง
เครื่องบินขับไล่ Crusader เหล่านี้ประจำการอยู่ที่ฝูงบินขับไล่ทางยุทธวิธีที่ 7 ณ ฐานทัพอากาศบาซา มีภารกิจในการสกัดกั้นเครื่องบินทิ้งระเบิดของโซเวียตและคุ้มกันเที่ยวบินของประธานาธิบดีเป็นส่วนใหญ่
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากขาดอะไหล่และการเสื่อมสภาพอย่างรวดเร็วของเครื่องบินแบบดังกล่าว เครื่องบิน F-8 ที่เหลือจึงถูกระงับการใช้งานในปีค.ศ.1988 และจอดทิ้งไว้บนสนามหญ้าโล่งๆที่ฐานทัพอากาศบาซา ในที่สุดพวกมันก็ถูกปลดประจำการและถูกนำไปขายเป็นเศษเหล็ก จึงกลายเป็นเพียงตำนานมากกว่าที่จะเป็นผู้พิทักษ์น่านฟ้ามาจนถึงทุกวันนี้
การปลดประจำการของ F-8H เป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา เปรียบได้กับมนุษย์เราเมื่อทำความดีไว้มากๆสุดท้ายก็ตายไม่ต่างจากคนเลว เพียงแต่ว่าความดีที่ทำนั้นจะไม่ส่งให้ตัวเราไปสู่ขอบายภูมิ เราอาจไปอยู่ในภพภูมิที่สูงกว่านี้ เปรียบดั่งทุกท่านมีการออมเงิน เมื่อมีเงินมากขึ้นจะทำสิ่งใดก็สมใจได้ ฉันใดก็ฉันนั้นการทำบุญก็เช่นกัน ยิ่งทำมากๆยิ่งมีสิทธิ์หลุดพ้นจากความทุกข์ได้
กองทัพอากาศฟิลิปปินส์มี Crusader รุ่นใดบ้าง
▶️TF-8A รุ่นสองที่นั่งสำหรับฝึกนักบิน
▶️F-8H รุ่นอัพเกรดจาก F-8D ที่มีโครงสร้างและฐานล้อที่แข็งแกร่งขึ้น
ปัจจุบันกองทัพอากาศฟิลิปปินส์ประจำการด้วย FA-50PH ที่แม้จะบินเร็วไม่มากเท่า F-8H แต่ก็มีความทันสมัยมากกว่าในขณะที่รอจัดหาเครื่องบินขับไล่สมรรถนะสูงแบบใหม่เข้ามาเติมเต็มซึ่งก็มีทั้ง 2 แบบอาจเป็น F-16V Block 70/72 หรือ JAS 39 Gripen E/F ก็น่าจับตามองเนื่องจากการมี FA-50 Golden Eagle ยังไม่เพียงพอต่อความแข็งแกร่งในการป้องกันประเทศหากต้องรบกับจีน
เปรียบได้กับเด็กอนุบาลไปสอบแข่งกับเด็กม.ปลาย ฉะนั้นหากจะเป็นเด็กม.ปลายสอบแข่งกับเด็กม.ปลายจึงจะดูสมน้ำสมเนื้อมากกว่า เพราะฉะนั้นเครื่องบินขับไล่ที่มีสมรรถนะสูงกว่าจึงต้องมีความสามารถมากกว่า F-8H และ FA-50PH
ข้อมูลจำเพาะ F-8H
ประเภท : เครื่องบินขับไล่ทิ้งระเบิดเครื่องยนต์เดียว
นักบิน : 1 นาย
ประเทศผู้ผลิต : สหรัฐอเมริกา
ปีที่ประจำการ : ค.ศ.1977-1988
ประจำการที่ : ฝูงบินขับไล่ทางยุทธวิธีที่ 7
เครื่องยนต์ : เทอร์โบเจ๊ต แพรทท์ แอนด์ วิทนีย์ เจ 57-พี-20 ให้แรงขับ 8182 กิโลกรัม เมื่อใช้สันดาปท้าย 1 เครื่อง
กางปีก : 10.87 เมตร
9.74 เมตร เมื่อลู่ปีกเต็มที่
ยาว : 22.40 เมตร
สูง : 4.8 เมตร
น้ำหนักวิ่งขึ้นปกติ : 12,500 กิโลกรัม
น้ำหนักวิ่งขึ้นสูงสุด : 15,420 กิโลกรัม
อัตราเร็วขั้นสูง : 2,450 กิโลเมตร/ชั่วโมง
ความเร็วปกติ : 469 กิโลเมตร/ชั่วโมง
อัตราไต่สูงสุด : 7,620 เมตร
เพดานบิน : 17,678 เมตร
รัศมีทำการรบ : 965 กิโลเมตร
รัศมีการบิน : 2,790 เมตร
จุดติดอาวุธ : 8 จุด (ใต้ปีกข้างละ 2 ที่ลำตัวฟากละ 2)
อาวุธ : ปืนใหญ่อากาศ ขนาด 20 มม. 4 กระบอก ในลำตัวส่วนหัวข้างละ 2 กระบอก
อาวุธปล่อยอากาศสู่อากาศ เอไอเอ็ม-9 ไซด์ไวน์เดอร์ 4 นัด ที่ลำตัวข้างละ 2 นัด
ขีปนาวุธอากาศสู่พื้น AGM-12 Bullup 2 ลูก
ระเบิดตระกูล Mk.80 สำหรับโจมตีภาคพื้นดิน
ลมหายใจมนุษย์อาจสิ้นสุดลงได้ไม่ช้าก็เร็ว เปรียบได้กับเรื่องเล่าของ F-8 Crusader ที่นำมาเล่าสู่กันฟังในวันนี้ เครื่องบินแบบนี้ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเมื่อซื้อมาแล้วก็ใช้งานให้คุ้มจนวินาทีสุดท้าย ถ้าเป็นมนุษย์นักบุญทั้งหลายก็คือการทำความดี ไม่ยอมอ่อนข้อต่อกรรมชั่ว ไม่สร้างบาปต่อตนเองและผู้อื่น
เน้นสร้างความดีเป็นนิจจนร่างกายดับขันธ์ สิ้นกายแล้วแต่ใจที่เป็นกุศลยังไม่ตาย จะอยู่เป็นอมตะตลอดไปกับผู้มีบุญทั้งหลาย ขอให้ทุกท่านจดจำไว้ว่า "บุญเปรียบได้ดั่งน้ำใส บาปเปรียบได้ดั่งน้ำขุ่น หากมีเมื่อใดใจก็ยิ่งผ่องใสมากขึ้น" เมื่อนำวลีนี้ไปใช้พิจารณาเตือนตนตอนนี้ อาจทำให้มีกำลังใจในการทำบุญได้ไม่มากก็น้อย สำหรับวันนี้ขอลาไปก่อน สวัสดีครับ
Credit บทความและภาพประกอบ
มั่นใจพุทธ พุทธ
พระอาจารย์วรินทร นิทฺทโร
Thai Weapon Channel
Wikipedia
Google AI Studio
หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม
เรียบเรียงโดย : จ่าหวาน เกรียงไกร
โฆษณา