5 ม.ค. เวลา 11:00 • ธุรกิจ

​Nintendo: จักรวรรดิร้อยปีที่รอดจากสงครามโลก สู่ "ยักษ์ล่องหน" ผู้กุมหัวใจคนทั้งโลก

​ในโลกของธุรกิจเทคโนโลยีที่ทุกอย่างเปลี่ยนไปในชั่วข้ามคืน ชื่อของ Apple, Google หรือ Microsoft อาจดูเป็นผู้ทรงอิทธิพล แต่มีหนึ่งบริษัทจากเกียวโตที่เก่าแก่กว่านั้นมาก และมี "วิถี" การเอาตัวรอดที่ประหลาดที่สุดในประวัติศาสตร์ธุรกิจโลก บริษัทนั้นคือ Nintendo
หลายคนรู้จัก Nintendo ในฐานะผู้ผลิต Mario หรือเครื่อง Switch แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ว่า ยักษ์ใหญ่รายนี้เคยผ่านจุดที่เกือบ "สูญสิ้น" มาแล้วหลายต่อหลายครั้ง ตั้งแต่ยุคที่ต้องทำโรงแรมม่านรูดไปจนถึงช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2
​1. ปฐมบท: จากร้านไพ่ทำมือ สู่ความพยายามที่เกือบจะสิ้นชื่อ
​ย้อนกลับไปในปี 1889 ฟูซาจิโร ยามาอุจิ เริ่มต้นธุรกิจด้วยการขายไพ่ "Hanafuda" (ไพ่ดอกไม้) ในร้านเล็กๆ ที่เกียวโต
กลยุทธ์ในช่วงแรกเริ่มคือ "ความประณีตและการผูกขาด" ไพ่ของเขาทำจากเปลือกต้นหม่อนและได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่แก๊งยากูซ่าที่ใช้เล่นพนัน
ทำให้ Nintendo กลายเป็นเจ้าตลาดไพ่ในญี่ปุ่นอย่างรวดเร็ว
​วิกฤตที่โลกไม่ลืม:
เมื่อสงครามโลกครั้งที่ 1 และ 2 ปะทุขึ้น รวมถึงเหตุการณ์ Great Depression ญี่ปุ่นตกอยู่ในสภาวะขัดสน สินค้าฟุ่มเฟือยถูกสั่งห้าม
Nintendo เกือบจะล่มสลายเพราะคนไม่มีเงินซื้อไพ่ แต่สิ่งที่ทำให้เขารอดมาได้คือ "การปรับตัวแบบไร้ขีดจำกัด"
ภายใต้การนำของ ฮิโรชิ ยามาอุจิ (ทายาทรุ่นที่ 3) เขาตระหนักว่า "ไพ่" อย่างเดียวไม่มีอนาคต เขาจึงพาบริษัทเข้าสู่ช่วงที่แปลกที่สุด คือการทำ "ธุรกิจโรงแรมม่านรูด" (Love Hotels), "บริษัทแท็กซี่" และแม้กระทั่ง "ข้าวสารกึ่งสำเร็จรูป"
บทเรียนราคาแพง:
ธุรกิจเหล่านั้น "เจ๊ง" ทั้งหมด แต่สิ่งที่ Nintendo ได้เรียนรู้และกลายเป็น DNA ของบริษัทมาจนถึงวันนี้คือ "เราไม่ใช่บริษัทเทคโนโลยี แต่เราคือบริษัทที่ขายความบันเทิง"
ความล้มเหลวครั้งนั้นทำให้เขากลับมาโฟกัสที่ "ของเล่น" และนั่นคือจุดเริ่มต้นของยุค Disruptor
​2. กลยุทธ์กู้โลก: เมื่อวิดีโอเกมล่มสลายในปี 1983
​ในช่วงต้นทศวรรษที่ 80 วงการเกมในอเมริกาพังทลาย (Video Game Crash) เพราะตลาดเต็มไปด้วยเกมขยะ
แต่ Nintendo ใช้กลยุทธ์ The Underdog
ส่งเครื่อง Famicom (NES) เข้าไปท้าทาย โดยใช้ระบบ "Chip ล็อคตลับ" เพื่อควบคุมคุณภาพเกมที่จะลงเครื่องตัวเอง เป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ที่อุตสาหกรรมไม่เคยเห็นมาก่อน
และส่งให้พวกเขากลายเป็น "ผู้ฟื้นคืนชีพ" วงการเกมอย่างเป็นทางการ
​3. Business Moat: คูเมืองที่สร้างจาก "เทคโนโลยีที่เหี่ยวเฉา"
​ทำไมคู่แข่งที่มีเงินมหาศาลอย่าง Sony หรือ Microsoft ถึงฆ่า Nintendo ไม่ตาย?
คำตอบอยู่ที่ปรัชญา "Kareha no Chigen" (Lateral Thinking with Withered Technology) ของ กุนเป โยโกอิ บิดาแห่ง Game Boy
​ปรัชญานี้คือการ "ใช้เทคโนโลยีที่เก่าแล้ว แต่ราคาถูกและเสถียร มาสร้างความสนุกในรูปแบบใหม่"
Wii: ไม่ได้แข่งที่กราฟิกเทพ แต่แข่งที่ "รีโมท" ที่ใครก็เล่นได้
​Switch: ไม่ได้แข่งที่ความแรงเครื่อง แต่แข่งที่ "ความสะดวก" ในการพกพา
นี่คือคูเมืองที่แข็งแกร่ง เพราะคู่แข่งติดกับดัก "สงครามสเปกเครื่อง" จนไม่สามารถลงมาเล่นในสนาม "ความคิดสร้างสรรค์" แบบ Nintendo ได้
​4. Culture & People: ผู้นำที่ยอมเจ็บเพื่อพนักงาน
​วัฒนธรรมของ Nintendo คือความจงรักภักดีที่หาได้ยาก
ในปี 2014 เมื่อเครื่อง Wii U ล้มเหลวอย่างหนักจนบริษัทขาดทุนยับเยิน แทนที่จะเลย์ออฟพนักงานเหมือนบริษัททั่วไป
ซาโตรุ อิวาตะ (CEO ในขณะนั้น) กลับเลือกที่จะ "ลดเงินเดือนตัวเองลง 50%" และบอร์ดบริหารลดลง 20-30%
1
​อิวาตะกล่าวคำพูดที่กลายเป็นตำนานว่า: "ถ้าเราลดคนเพื่อให้ตัวเลขบัญชีดูดี พนักงานจะอยู่อย่างหวาดระแวง และคนที่มีความกลัวในใจ จะไม่มีทางสร้างสรรค์สิ่งที่ทำให้ผู้อื่นมีความสุขได้"
5. The Dark Side: ด้านมืดภายใต้รอยยิ้ม
อย่างไรก็ตาม Nintendo ขึ้นชื่อเรื่อง "ความหัวรั้นและความดุ" ในทางกฎหมาย
​The Lawsuit King:
พวกเขาฟ้องร้องแฟนคลับที่ทำเกมแจกฟรี หรือเว็บไซต์ ROM อย่างรุนแรงจนโดนมองว่า "ใจแคบ"
​ความล่าช้าในโลกออนไลน์:
ด้วยความอนุรักษนิยม ทำให้ระบบ Online ของ Nintendo ตามหลังคู่แข่งอยู่หลายปี ซึ่งเป็นจุดอ่อนที่แฟนๆ กังวลเสมอมา
​6. Future Roadmap: ก้าวต่อไปที่ไม่ใช่แค่ "กล่องเหล็ก"
​ในอีก 3-5 ปีข้างหน้า Nintendo กำลังเปลี่ยนตัวเองจากบริษัทขายเครื่องเกม ไปเป็น "Content Powerhouse" เลียนแบบโมเดลของ Disney
​การขยายสู่ Super Nintendo World ใน Universal Studios ทั่วโลก
​การร่วมมือกับ Illumination ทำหนัง The Super Mario Bros. Movie เป้าหมายคือการทำให้ IP (ทรัพย์สินทางปัญญา) ของเขามีชีวิตอยู่ทุกที่ แม้ในวันที่คนเลิกเล่นเกมแล้วก็ตาม
​บทสรุปสำหรับผู้ประกอบการ:
-​อย่ากลัวที่จะทิ้งสิ่งที่เคยทำสำเร็จ: ถ้า Nintendo ยังยึดติดกับไพ่ วันนี้เราคงไม่มี Mario
-​นวัตกรรมไม่จำเป็นต้องใช้ของแพง: การมองหาแง่มุมใหม่จากสิ่งเดิม (Withered Technology) คือหัวใจของการ Disrupt
-​รักษาคนให้เหมือนรักษาหัวใจ: ในยามวิกฤต การรักษาขวัญกำลังใจพนักงานสำคัญกว่าตัวเลขในกระดาษ
พิเศษพรุ่งนี้ The King Maker จะมีลง 2 บทความ
ให้ทุกท่านได้อ่านกัน
ในช่วงเช้า 06.00 น. และ ช่วงเย็น 18.00 น.
ติดตามอ่านกันได้เลยนะครับ
#TheKingMaker #Nintendo #Business #BusinessStrategy #History #Casestudy #Japan #Entrepreneurship
​อ้างอิง (References):
-​Sheff, D. (1993). Game Over: How Nintendo Zapped an Industry, Captured Your Money, and Enslaved Your Children.
-​Iwata, S. (2021). Ask Iwata: Words of Wisdom from Satoru Iwata, Nintendo's Legendary CEO.
-​Nintendo Co., Ltd. Annual Reports (2014-2024).
​The History of Nintendo (1889-Present) - Video Game Historian.
โฆษณา