เมื่อวาน เวลา 13:00 • ธุรกิจ

​Maersk: ยักษ์ล่องหนแห่งมหาสมุทร กับวิกฤต "กานาปาฏิหาริย์" ที่ช่วยโลกให้พ้นจากอัมพาต

​หากคุณลองมองไปรอบตัว สินค้า 1 ใน 5 ชิ้นที่คุณเห็น
ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์ที่ถืออยู่หรือเสื้อผ้าที่สวมใส่ ล้วนเคยเดินทางผ่านเรือสีฟ้าของ Maersk มาแล้วทั้งสิ้น
นี่คือ "จักรวรรดิการขนส่ง" ที่มีอิทธิพล ต่อเศรษฐกิจโลก มากที่สุด
แต่เบื้องหลังความยิ่งใหญ่นี้คือตำนานการต่อสู้
ที่ต้องเอาชนะทั้งสงครามโลก และไวรัสไซเบอร์ที่เกือบทำให้การค้าโลกกลายเป็นอัมพาตในชั่วข้ามคืน
​1. ปฐมบท: จิตวิญญาณแห่ง "ความระแวดระวังตลอดกาล"
​ต้นกำเนิดของ Maersk เริ่มต้นในปี 1904
โดย A.P. Møller และพ่อของเขาในเดนมาร์ก สิ่งที่ทำให้บริษัทนี้แตกต่างคือปรัชญา "Ret rettidig omhu" หรือ "Constant Care" (ความระแวดระวังที่ถูกที่ถูกเวลา)
ซึ่งเป็นคติพจน์ที่ส่งต่อมาถึงปัจจุบัน ผู้นำ Maersk ทุกคนถูกสอนให้มองโลกในแง่ร้ายเพื่อเตรียมรับมือกับสิ่งที่แย่ที่สุดเสมอ
​วิกฤตสงครามโลกครั้งที่ 2: เมื่อนาซีเยอรมันบุกยึดเดนมาร์กในปี 1940
Maersk ตกอยู่ในสถานการณ์ที่บีบคั้นที่สุด
Mærsk Mc-Kinney Møller (ทายาทรุ่น 2) ต้องตัดสินใจแยกทางกับพ่อที่อยู่ในประเทศที่ถูกยึดครอง
เพื่อหนีไปอเมริกาและกุมบังเหียนกองเรือจากภายนอก กองเรือของ Maersk ถูกเกณฑ์ไปช่วยฝ่ายสัมพันธมิตรในสงคราม
และพวกเขาสูญเสียเรือไปมากกว่าครึ่งหนึ่งจากฝีมือตอร์ปิโด แต่การกระจายความเสี่ยงและการตัดสินใจที่เด็ดขาดในครั้งนั้น
ทำให้โครงสร้างบริษัทไม่ถูกทำลายไปพร้อมกับสงคราม
​2. The Great Pivot: เมื่อโลกต้องใส่ "ตู้"
​ในปี 1975 Maersk คือผู้บุกเบิกกลยุทธ์ Containerization ด้วยเรือ "Adrian Maersk"
พวกเขาไม่ได้แค่ขายพื้นที่บนเรือ แต่พวกเขาสร้าง "ระบบนิเวศ" การขนส่งที่เชื่อมโลกเข้าด้วยกัน
กลยุทธ์ในช่วงแรกคือการเป็น The Hidden Giant ที่ควบคุมท่าเรือและโลจิสติกส์ทั่วโลกแบบเงียบๆ จนคู่แข่งตามไม่ทัน
​3. วิกฤต NotPetya 2017: เมื่อโลกเกือบหยุดหมุน
​นี่คือเหตุการณ์ที่ Maersk เกือบจะล่มสลายอย่างแท้จริง เมื่อไวรัสไซเบอร์ "NotPetya" โจมตีระบบของบริษัทผ่านสำนักงานในยูเครน
ภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที หน้าจอคอมพิวเตอร์กว่า 45,000 เครื่อง และ Server อีก 4,000 ตัวทั่วโลกดับมืดสนิท เรือขนส่งนับร้อยลำกลางมหาสมุทรติดต่อใครไม่ได้
ท่าเรือที่ Maersk คุมอยู่ทั่วโลกกลายเป็นอัมพาต
​กานาปาฏิหาริย์ (The Ghana Miracle):
ทีมไอทีต้องกู้ระบบใหม่หมด แต่ปัญหาคือพวกเขาไม่มีสำรอง (Backup) ของ Domain Controller หลักเหลืออยู่เลยแม้แต่เครื่องเดียว
แต่แล้วปาฏิหาริย์ก็เกิดขึ้น .....
เมื่อพบว่าที่สำนักงานใน "กานา" มี Server เครื่องหนึ่งรอดพ้นจากไวรัสมาได้ เพราะช่วงที่ไวรัสระบาด "ไฟดับ" พอดี! ทำให้เครื่องนั้น Offline อยู่
ทีมงานต้องบินด่วนไปกานาเพื่อนำ Hard drive นั้นกลับมาลอนดอนและกู้ระบบกลับคืนมา
นี่คือบทเรียนราคาแพงที่ Maersk ใช้เงินแก้ปัญหาไปกว่า 300 ล้านดอลลาร์ และเป็น
"กรณีศึกษาเรื่อง Cyber Security ที่ใหญ่ที่สุดในโลก"
​4. Business Moat: คูเมืองที่สร้างด้วยเครือข่ายและโครงสร้างพื้นฐาน
​คูเมืองของ Maersk ไม่ใช่แค่เรือ แต่คือ Vertical Integration (การรวมกิจการในแนวดิ่ง)
​Maersk Terminals: พวกเขาเป็นเจ้าของท่าเรือเองทั่วโลก ทำให้เรือของตัวเองเข้าจอดได้ก่อนและรวดเร็วกว่า
​End-to-End Logistics: พวกเขาขยายธุรกิจไปถึงรถบรรทุกและคลังสินค้า เพื่อคุมสินค้าจากโรงงานจนถึงมือลูกค้า
นี่คือเหตุผลที่คู่แข่งลอกเลียนแบบไม่ได้ เพราะต้องใช้เงินทุนมหาศาลและเวลาหลายทศวรรษในการสร้างเครือข่ายนี้
​5. Future Roadmap: การเดินเรือสีเขียว
​ปัจจุบัน Maersk กำลัง Disrupt ตัวเองอีกครั้งด้วยการทุ่มงบมหาศาลเพื่อใช้ "Green Methanol" (เมทานอลสีเขียว) แทนน้ำมันเรือเพื่อลดมลพิษ
พวกเขาเป็นรายแรกที่สั่งต่อเรือพลังงานสะอาดขนาดใหญ่ และนี่คือการวางหมากเพื่อเป็นผู้นำโลกในอีก 50 ปีข้างหน้า
​บทสรุปและบทเรียนสำหรับผู้ประกอบการ:
​Constant Care: อย่ารอให้วิกฤตเกิดจึงเริ่มเตรียมตัว การ "ระแวดระวังตลอดกาล" คือเกราะป้องกันที่ดีที่สุด
​The Importance of Backups: ความผิดพลาดเพียงจุดเดียว (Single Point of Failure) สามารถล้มยักษ์ได้เสมอ
​Sustainability is the New Competitive Advantage: การปรับตัวตามโลก (เช่น พลังงานสะอาด) ไม่ใช่แค่เรื่องภาพลักษณ์ แต่คือความอยู่รอดในอนาคต.
#TheKingMaker ##Business ##BusinessStrategy ##History #Leadership #Casestudy #Denmark #Entrepreneurship #MAERSK #maersk
​อ้างอิง (References):
-​Greenberg, A. (2019). Sandworm: A New Era of Cyberwar and the Hunt for the Kremlin's Most Dangerous Hackers.
-​George, R. (2013). Ninety Percent of Everything: Inside Shipping, the Invisible Industry That Puts Clothes on Your Back, Gas in Your Car, and Food on Your Plate.
-​Maersk Annual Reports (2017-2024).
​Interview: Mærsk Mc-Kinney Møller’s Leadership Philosophy.
โฆษณา