5 ม.ค. เวลา 06:04 • วิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยี

รถถังมีปีก

ชื่อกลอน : A-10 รถถังมีปีก
สมรภูมิ ยิ่งใหญ่ ในโลกา
แหวกนภา ยิงถล่ม เหล่ารถถัง
แสดงอำนาจ เหนืออากาศ ด้วยพลัง
กระสุนฝัง เพลิงพินาศ มอดไหม้ไป
ทหารราบ ร้องขอ ยามคับขัน
บินทันที เผารถถัง เกราะบางหนา
กำจัดสิ้น แสนยานุภาพ ฤทธิ์วังชา
ไม่ให้มา ทำร้าย ทหารเรา
เสียงปืนใหญ่ Avenger ดังคำราม
แดนสงคราม A-10 รบโดดเด่น
คะนองเดช แผลงฤทธิ์ ต่อสู้เป็น
ไม่มีเว้น ที่หนึ่ง ให้ใครจอง
เจ้า A-10 หมูป่าบิน มาเข่นฆ่า
จากท้องฟ้า สูงสุด ลงมาต่ำ
สร้างชื่อเสียง จนใครๆ ต้องจดจำ
สุดล้ำเลิศ แห่งการรบ พันธุ์อึดทน
หลายสิบปี ที่ A-10 ช่ำชองยุทธ์
ไม่สิ้นสุด การรบ ตามสมัย
รบจริงแท้ ในทุกที่ ที่บินไป
สู่ยุคใหม่ ปราบไพรี ตลอดกาล
สวัสดีครับท่านผู้อ่านทุกท่าน บางครั้งคนเราก็ทำงานที่ไม่อยากทำ แต่เนื่องด้วยความจำเป็น ทำให้ต้องทำงานเดิมซ้ำๆซากๆเรื่อยไป อย่างผู้เขียนเองก็รักงานนี้ ก็มีท้อบ้างระหว่างที่ทำ สุดท้ายกลับเลือกที่จะทำต่อเพราะยังมีเรื่องอื่นๆที่ไม่เคยเขียน อย่างที่กล่าวไปเมื่อว่า "เกิดก็เป็นความจริง แก่ก็เป็นความจริง เป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้ตามที่หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโมได้กล่าวไว้ ในเมื่อต้องทำงานนี้ในวันที่ทัศนคติไม่เหมือนเดิม พร้อมด้วยอายุที่เพิ่มมากขึ้น จึงขอทำอาชีพนี้ต่อไปจนกว่าจะถึงวันสุดท้าย
พระอาจารย์ชา สุภัทโท เคยกล่าวไว้ว่า "สิ่งที่มันเกิดขึ้นมา เป็นกรรมเก่ากรรมใหม่ อาตมานั่งใช้หนี้แล้วก็ไม่หมด ของที่ไม่ดีเอาออกให้หมด ต้องเอาชนะมันให้ได้" โดยเฉพาะการกระทำในชาติที่แล้วที่ส่งผลมาจนถึงปัจจุบัน เคยแย่อย่างไร มีบทเรียนอะไรบ้างก็ต้องนำมาปรับปรุงเสียในชาตินี้
อย่ามัวแต่พึ่งดวง ถ้าพึ่งดวงโอกาสก็ค่อยๆลอยไป ลอยไป แล้วก็ลอยไปจนหน้าที่การงานล้าข้าไปเลยก็มี สิ่งที่ยังต้องเผชิญกันต่อนั่นคือการสู้กับกรรมเก่าจนได้ชัยชนะ เมื่อสวดมนต์ นั่งสมาธิเปรียบได้กับนักรบที่ได้รับชุดเกราะและอาวุธใหม่ เมื่อได้ชุดเกราะใหม่จึงจะกำจัดศัตรูได้อย่างเต็มที่
ปัญญาที่เกิดจากการปฏิบัติธรรมก็เช่นกัน เมื่อใช้ให้คุ้ม ชีวิตก็จะเจริญก้าวหน้ามากกว่าที่ควรจะเป็นในชาติก่อน อยากให้เรื่องเล่าต่อไปนี้เป็นเรื่องเล่าที่อาจทำให้ท่านผู้อ่านท่านใดที่สนใจทางบุญไม่มาก็ก็น้อย เกิดกำลังใจที่จะสู้ต่อไป เรื่องราวจะเป็นเช่นไรนั้น ไปติดตามกันครับ
ย้อนกลับไปในยุค 70 ซึ่งตรงกับสมัยสงครามเย็น ท่านผู้อ่านที่มีอายุอาจนึกเพลงดังๆของ คุณสุเทพ วงศ์กำแหง คุณชรินทร์ นันทนาคร คุณทูล ทองใจ หรือชื่ออะไรต่ออะไร แต่หารู้ไม่ว่าวงการการบินมีเครื่องบินรบแบบหนึ่งที่เราๆท่านๆคุ้นเคยกันนี้ ไปซื้อปกนิตยสาร ไปซื้อกล่องโมเดลมาต่อ ไปซื้อโปสเตอร์มาเก็บบ้างก็มีถือเป็นไอเท็มที่คุณผู้ชายสมัยนั้นมีติดบ้านไม่แพ้ดารา ใช่ครับ เราจะมากล่าวถึง A-10 Thunderbolt II
ในโลกของอากาศยานทางการทหาร ไม่มีเครื่องบินลำไหนที่จะได้รับฉายา "รถถังมีปีก" ได้เหมาะสมไปกว่า A-10 Thunderbolt II หรือที่รู้จักกันในชื่อ "Warthog" แปลเป็นไทยคือเจ้าหมูป่าเขี้ยวตัน เครื่องบินรบแบบนี้ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อความเร็วหรือความสวยงามเกินเครื่องบินขับไล่ F-16 ที่เพิ่งเกิดใหม่ในยุคเดียวกัน แต่ถูกสร้างมาเพื่อวัตถุประสงค์เดียวคือ การสนับสนุนทางอากาศโดยใกล้ชิด (Close Air Support/CAS) และการทำลายล้างยานเกราะของศัตรูให้สิ้นซาก
จุดเด่นที่สุดของเครื่องบินโจมตี A-10 ไม่ใช่ตัวเครื่องบิน แต่เป็นปืนใหญ่ที่ติดตั้งอยู่ภายใน นั่นคือ GAU-8 Avenger ปืนกลหมุนขนาด 30 มม. ที่ทรงพลังที่สุดในโลก, ปืนกระบอกนี้มีความเร็วในการยิงสูงถึง 70 นัดต่อวินาที โดยกระสุนแต่ละนัดมีขนาดเกือบเท่าขวดน้ำดื่มขนาดเล็ก
พลังทำลายล้างของมันสามารถเปลี่ยนรถถังและยานเกราะให้กลายเป็นเศษเหล็กได้ในเวลาเพียงไม่กี่วินาที จนมีคำกล่าวว่า A-10 ไม่ใช่เครื่องบินที่ติดตั้งอาวุธ แต่เป็น "อาวุธที่มีปีกติดมาด้วย" นอกจากนี้มันยังสามารถบรรทุกอาวุธได้หลากหลาย ทั้งขีปนาวุธ AGM-65 Maverick จรวด Hydra 70 และระเบิดนำวิถีประเภทต่างๆ
เหตุผลที่มันถูกเรียกว่ารถถังมีปีก ส่วนหนึ่งมาจาก Survivability หรือความสามารถในการเอาตัวรอดที่สูงผิดปกติ ห้องนักบินถูกล้อมรอบด้วยฝาครอลกระจกที่เรียกว่า "อ่างอาบน้ำไทเทเนียม" ที่สามารถป้องกันกระสุนเจาะเกราะขนาด 23 มม. ได้โดยตรง ตัวเครื่องถูกออกแบบมาให้มีความทนทานเป็นเลิศ แม้จะเสียเครื่องยนต์ไปหนึ่งข้าง หรือปีกถูกยิงจนแหว่งไปครึ่งหนึ่ง
นักบินก็ยังสามารถประคองเครื่องกลับไปซ่อมแซมที่ฐานทัพได้ด้วยระบบควบคุมแบบแมนนวลที่ทำหน้าที่สำรองเมื่อระบบไฮดรอลิกเสียหาย หากเป็นผู้มีบุญก็ต้องเจอมารมาทดสอบ เมื่อสู้ไม่ได้ก็ไปทำบุญเพิ่มด้วยแรงศรัทธาและปัญญา แล้วกลับมาสู้ใหม่ได้เมื่อมีกำลังใจมากขึ้น
พอมีบารมีแก่กล้ามารก็เริ่มขยาดหนีเปรียบได้กับเรื่องดังต่อไปนี้ A-10 สร้างชื่อเสียงโด่งดังที่สุดใน สงครามอ่าวที่กัลฟ์ออฟเปอร์เซีย ค.ศ.1991 โดยสามารถทำลายรถถังของกองทัพบกอิรักไปกว่า 900 คัน และยานพาหนะอื่นๆ อีกนับพัน ความสามารถในการบินต่ำและนานทำให้มันเป็นที่รักของทหารราบ เพราะทุกครั้งที่ได้ยินเสียงเครื่องยนต์ A-10 นั่นหมายถึงความช่วยเหลือที่แม่นยำและดุดัน
สิ่งใดมีเกิดสิ่งนั้นก็ต้องมีดับบ้าง ทุกข์เกิดสุขดับ สุขดับทุกข์เกิด คนเกิดย่อมมีตายห้ามกันไม่ได้ แม้แต่ A-10 ก็ด้วยถึงจะเป็นเครื่องบินรบที่ยอดเยี่ยม แต่กองทัพอากาศสหรัฐฯ กำลังพยายามปลดประจำการ A-10 ภายในปีค.ศ.2030 ด้วยเหตุผลสำคัญหลายประการ เช่นสภาพแวดล้อมที่มีภัยคุกคามสูง เพราะในยุคปัจจุบันมีระบบป้องกันภัยทางอากาศที่ทันสมัยมาก
ดังนั้น A-10 ที่มีความเร็วต่ำจึงอาจตกเป็นเป้าของจรวดนำวิถีด้วยเรดาร์ได้ง่าย อีกทั้งการมาถึงของเทคโนโลยี Stealth ที่เป็นเจตนารมณ์ของกองทัพอากาศสหรัฐฯในการเปลี่ยนไปใช้เครื่องบินขับไล่อเนกประสงค์อย่าง F-35 Lightning II ที่สามารถลอบเร้นเข้าไปทำภารกิจในเขตแดนศัตรูได้โดยที่เรดาร์ตรวจไม่พบ
ไม่เพียงเท่านี้บทเรียนจากสงครามรัสเซีย-ยูเครนแสดงให้เห็นว่าการใช้กองทัพรถถังจำนวนมหาศาลเริ่มล้าหลังลงเนื่องจากภัยคุกคามจากโดรน FPV และขีปนาวุธต่อสู้รถถัง ทำให้หน้าที่หลักของ A-10 ที่ถูกสร้างมาเพื่อฆ่ารถถังเป็นอาชีพทำมาหากินมีความจำเป็นน้อยลง เปรียบได้กับทุกวันนี้คนเกิดใหม่มีน้อย คนแก่มีเยอะ ถึงจะแก่แต่บุญไม่ได้หายไปตามวัย ทำๆไปเดี๋ยวก็เพิ่มขึ้น
เปรียบได้กับการปลูกต้นไม้ ปลูกวันเดียวจะโตวันเดียว มันใช้เวลาไม่ได้ มันก็ต้องใช้เวลาจนกว่าจนโตแล้วถึงวันตายในวันหนึ่ง คนเราก็เช่นกันถ้าทำบุญต่อไป ก็ยังมีกำลังใจที่จะสู้ต่อถึงวันตายได้ ไม่ใช่แค่คนเท่านั้นการปราบรถถังที่น้อยลงของ A-10 ยังต้องทำให้มันบินต่อไปในภารกิจที่ได้รับมอบหมายจนกว่าจะเกษียณ ต่อมาอีกปัจจัยที่อาจทำให้เครื่องบินแบบนี้ต้องหายไปเพราะ  A-10  บางลำมีอายุการใช้งานกว่า 45 ปี ทำให้การหาอะไหล่ทำได้ยากและไม่คุ้มค่าในระยะยาว
ในขณะที่กองทัพอากาศสหรัฐฯ ทยอยส่งเจ้า Warthog เข้าสู่ "สุสานเครื่องบิน", แต่ตำนานของมันจะยังคงเป็นที่จดจำในฐานะอัศวินผู้ปกป้องทหารราบจากฟากฟ้า แม้เทคโนโลยีจะก้าวไปสู่ยุคของโดรนและเครื่องบินล่องหน แต่จิตวิญญาณของ "รถถังมีปีก" ที่เน้นความดิบ เถื่อน และความทนทาน จะยังคงเป็นมาตรฐานที่ยากจะหาเครื่องบินลำไหนมาเทียบได้
สำหรับกองทัพอากาศไทยมีสมัยหนึ่ง น่าจะยุคพลเอกเปรมเป็นนายกฯ ตอนนั้นมีการจัดหา  A-10 ควบคู่ไปกับเครื่องบิน F-16 ฝูงแรกที่จะมาลงโคราช แต่ผู้ใหญ่สมัยนั้นประเมินแล้วว่า  A-10 เป็นเครื่องแบบเฉพาะแบบกล่าวคือเน้นการโจมตีภารกิจทางภาคพื้นจึงไม่เหมาะสมกับการบินขับไล่ ทำให้ล้มเลิกการจัดหา  A-10  กลายเป็นมี F-16 ประจำการที่โคราชและตาคลีมาจนถึงปัจจุบันนี้
ถ้ามีประจำการด้วย A-10 ป่านนี้คงได้รบจริงกับกัมพูชาไปแล้วเมื่อปีค.ศ.2025 เพียงแต่ว่าหากกองทัพอากาศไทยจัดซื้อในขณะนี้ อาจบินไปได้ไม่กี่ปี เพราะโครงสร้างบางลำก็เริ่มทยอยแก่กันไปแล้ว อีกทั้งสมัยนี้การใช้โดรน FPV หรือโดรนพลีชีพสามารถทำลายรถถังได้ดีกว่าในสงครามที่ผ่านไม่กี่สัปดาห์นี้ ดังนั้น A-10 จึงเป็นไปได้ยากที่จะมีให้เห็นในกองทัพอากาศไทยอีกยาว
ข้อมูลจำเพาะ A-10 Thunderbolt II
ผู้สร้าง:บริษัทแฟร์ไชลด์ รีพับลิก (สหรัฐอเมริกา)
ประเภท: เครื่องบินโจมตีสนับสนุนหน่วยทหารภาคพื้นดิน
เครื่องยนต์:เทอร์โบแฟน เยเนอรัล อีเล็คตริค ทีเอฟ-34 ยีอี-100 ให้แรงขับสถิตเครื่องละ 4,112 กิโลกรัม 2 เครื่อง
กางปีก:17.53 เมตร
ยาว:16.25 เมตร
สูง:4.47 เมตร
พื้นที่ปีก:47.01 ตารางเมตร
น้ำหนักเปล่า: 9,176 กิโลกรัม
น้ำหนักวิ่งขึ้นสูงสุด: 21,148 กิโลกรัม
อัตราเร็วขั้นสูง: ไม่เกิน 834 กิโลเมตร/ชั่วโมง
อัตราเร็วในการรบ 721 กิโลเมตร/ชั่วโมง ที่ระยะสูง 3,050 เมตร และ 697 กิโลเมตร/ชั่วโมง ที่ระดับน้ำทะเล
อัตราเร็วเดินทาง 555 กิโลเมตร/ชั่วโมง
อัตราไต่สูงสุด : 1,826 เมตร/นาที
รัศมีทำการรบ: 463 กิโลเมตร เมื่อบรรทุกลูกระเบิดหนัก 4,327 กิโลกรัม
พิสัยบินไกลสุด: 4,647 กิโลเมตร
อาวุธ:ปืนใหญ่อากาศ เยเนลรัล อีเล็กทริค จีเอยู-8 อเวนเจอร์ ขนาด 30 มม ชนิดลำกล้องหมุนได้ 7 ลำกล้อง อัตรายิงเร็ว 4,200 นัด/นาที 1 กระบอก ที่ใต้ลำตัวส่วนหัว พร้อมกระสุน 1,350 นัด
สามารถติดตั้งอาวุธใต้ลำตัว 3 ตำแหน่งและ ใต้ปีกข้างละ 4 ตำแหน่ง รวม 11 ตำแหน่ง
รวมคิดเป็นน้ำหนักกว่า 7,257 กิโลกร้ม
A-10 Thunderbolt II ถือว่ายังคงเป็นม้าแก่ที่ยังคงสู้ต่อไปกับภัยคุกคามในสงครามสมัยใหม่ แม้ใกล้จะถึงคราวก่าชะเเรแก่ชราในอีกไม่กี่ปี มันก็พิสูจน์ให้เห็นว่าตราบใดที่ภัยคุกคามยังไม่จบ A-10 จะยังคงถวายชีวิตให้การต่อสู้กับรถถังเรื่อยไป ไปจนกว่าจะปลดประจำการ
ไม่ใช่แค่ A-10 ที่กำลังจะจากไป คนเราอีกไม่กี่ปีก็จากไปแล้ว ทำดีเสียเถิดตั้งแต่ตอนนี้ เวลามันช่างน้อยนิดสำหรับโลกมนุษย์ ฉันใดก็ฉันนั้นการเพิ่มบุญให้ตัวเองเปรียบได้กับการออมเงินไว้ใช้ยามจำเป็น เมื่อใช้แล้วหมดไปก็เพิ่มใหม่ได้ ดังนั้นบุญหมดไปก็ทำใหม่ได้จนกว่าชีวิตนี้จะหาไม่ ขณะนี้ขอลาไปก่อน สวัสดีครับ
Credit บทความและภาพประกอบ
Google AI Studio
History World
Wikipedia
วอร์โซน เรื่องราวสงคราม
เรียบเรียงโดย : จ่าหวาน เกรียงไกร
โฆษณา