5 ม.ค. เวลา 09:50 • หุ้น & เศรษฐกิจ

รายงานภาวะตลาดประจำสัปดาห์ 29 – 30 ธ.ค. 2568

ภาพรวม
  • ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับฐานจากแรงขายหุ้นเทคโนโลยี
  • ความคาดหวังต่อการลดดอกเบี้ยของ Fed ชะลอตัวลง
  • นักวิเคราะห์คาดแนวโน้มตลาดยังเป็นขาขึ้น แต่จะเห็นการหมุนเวียนการลงทุนระหว่างหุ้นเทคโนโลยีและหุ้นนอกกลุ่มเทคโนโลยี
  • จีนเริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัวในภาคการผลิต พร้อมมาตรการกระตุ้นเพิ่มเติม
  • ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์เพิ่มขึ้นจากสถานการณ์ในเวเนซุเอลา แต่คาดผลกระทบต่อตลาดโลกอยู่ในวงจำกัด
สถานการณ์ตลาด
  • สัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เผชิญแรงกดดันจากการขายทำกำไรในหุ้นเทคโนโลยี และรายงานการประชุม Fed (FOMC Minutes) ที่สะท้อนความคาดหวังต่อการปรับลดดอกเบี้ยใน เดือน ม.ค. ที่ลดลง ส่งผลให้ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลดลง โดย Dow Jones ลดลง 0.7% S&P 500 ลดลง 1.1% และ Nasdaq ลดลง 1.6%
  • ความเคลื่อนไหวของหุ้นที่น่าสนใจในคืนวันศุกร์ (2 ม.ค.)
- หุ้นกลุ่มชิปอย่าง Nvidia และ Micron Technology ปรับเพิ่มขึ้น
- หุ้นกลุ่มเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านอย่าง Wayfair และ RH ปรับเพิ่มขึ้น โดยได้แรงหนุนจากการเลื่อนการขึ้นภาษีนำเข้าเฟอร์นิเจอร์หุ้มเบาะ และตู้ครัวออกไป 1 ปี โดยยังคงอัตราภาษีอยู่ที่ 25%
- หุ้นเทคโนโลยีนอกกลุ่มชิป เช่น Salesforce, CrowdStrike, Palantir และ Microsoft ปรับลดลง รวมทั้ง Tesla ก็ปรับลดลง หลังรายงานยอดส่งมอบรถยนต์ไตรมาส 4 ต่ำกว่าคาด
  • สหรัฐฯ
- ปีที่ผ่านมา หุ้นเทคโนโลยีเป็นธีมการลงทุนหลักและเป็นแรงขับเคลื่อนตลาด ส่งผลให้ดัชนีสำคัญปรับตัวเพิ่มขึ้น และทำสถิติสูงสุดใหม่ โดย S&P 500 เพิ่มขึ้นมากกว่า 16% (เพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 3) Nasdaq เพิ่มขึ้นกว่า 20% และ Dow Jones เพิ่มขึ้นราว 13%
- ปี 2026 คาดว่าจะเห็นการหมุนเวียนการลงทุนระหว่างหุ้นเทคโนโลยี และหุ้นกลุ่มอื่นนอกเหนือจากเทคโนโลยี โดยภาพรวมตลาดยังมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป
- ผลสำรวจ CNBC ประเมินเป้าหมายดัชนี S&P 500 ปี 2026 ที่ 7,629 จุด สะท้อน Upside ประมาณ 11.4%
  • ประเด็นจากรายงานการประชุม Fed (FOMC Minutes)
- ความเสี่ยงต่อตลาดแรงงานเพิ่มขึ้น ในขณะที่ความเสี่ยงเงินเฟ้อฝั่งขาขึ้นเริ่มผ่อนคลายลง
- ความเห็นของคณะกรรมการ Fed ต่อการลดดอกเบี้ยยังคงมีความแตกต่างกันอย่างมาก โดยการลดดอกเบี้ย 0.25% ในเดือน ธ.ค. คณะกรรมการมีมติ 9 ต่อ 3 เสียง ซึ่งเป็นจำนวนเสียงคัดค้านมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2019 สะท้อนความขัดแย้งระหว่างการพยุงตลาดแรงงาน และความกังวลด้านเงินเฟ้อ
  • จีน: ภาคการผลิตเริ่มฟื้นตัว
- ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ หรือ PMI เดือน ธ.ค. อยู่ที่ 50.1 จาก 49.2 ในเดือน พ.ย. เป็นการยุติการหดตัวต่อเนื่องกันมา 8 เดือน ซึ่งสอดคล้องกับการสำรวจของภาคเอกชนที่ระบุว่า16 จาก 21 อุตสาหกรรมมีแนวโน้มดีขึ้น
- PMI ของกลุ่มเทคโนโลยีเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 52.5 ความเชื่อมั่นด้านการผลิตและกิจกรรมธุรกิจสูงสุดนับตั้งแต่ มี.ค. ปีก่อน
- แต่ภาคบริการกลับหดตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 อีกทั้งการบริโภคภายในประเทศยังอ่อนแอ เศรษฐกิจยังเปราะบางต่อความเสี่ยงจากภายนอก
- นอกจากนี้ รัฐบาลจีนออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม ผ่านเงินอุดหนุนผู้บริโภควงเงิน 62,500 ล้านหยวน ขยายโครงการ Trade-in รถยนต์ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงสิทธิประโยชน์ทางภาษีด้านที่อยู่อาศัย พร้อมเตรียมเร่งจัดสรรงบลงทุน 295,000 ล้านหยวน สำหรับโครงการสำคัญปี 2026 อย่างไรก็ดี ขนาดมาตรการยังค่อนข้างจำกัดเมื่อเทียบกับปีก่อน และยังต้องติดตามมาตรการเสริมเพิ่มเติม
  • ไทย
- ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดให้รายงานธุรกรรมอัตราแลกเปลี่ยนที่มีมูลค่าเกิน 200,000 ดอลลาร์สหรัฐ มุ่งตรวจสอบปัจจัยที่ทำให้เงินบาทแข็งค่าเร็วผิดปกติ อาจพิจารณามาตรการเพิ่มเติมการจำกัดขนาดธุรกรรมการจัดเก็บภาษีการซื้อขายทองคำ
  • ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์: สหรัฐฯ – เวเนซุเอลา
- สหรัฐฯ ภายใต้การนำของ ปธน. ทรัมป์ดำเนินปฏิบัติการทางทหารในเวเนซุเอลาจับกุมนิโคลัส มาดูโร และภรรยา เพื่อนำตัวไปดำเนินคดีที่สหรัฐฯ พร้อมทั้งประกาศควบคุมเวเนซุเอลาชั่วคราวเพื่อจัดการการเปลี่ยนผ่านอำนาจและรักษาผลประโยชน์ด้านอุตสาหกรรมน้ำมัน
- เหตุการณ์นี้เพิ่มความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ แต่คาดว่าผลกระทบต่อตลาดหุ้นและราคาน้ำมันจะจำกัด เนื่องจากเวเนซุเอลามีขนาดเศรษฐกิจเล็ก และมีกำลังการผลิตน้ำมันน้อยกว่า 1% ของโลก โครงสร้างพื้นฐานน้ำมันจึงไม่ได้รับความเสียหายรุนแรง
คำเตือน
● เอกสารฉบับนี้จัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่น่าเชื่อถือได้ ณ วันที่แสดงข้อมูล แต่บริษัทฯ มิอาจรับรองความถูกต้องความน่าเชื่อถือ และ ความสมบูรณ์ของข้อมูลทั้งหมด โดยบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์เปลี่ยนแปลงข้อมูลทั้งหมดโดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
● ควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุนรวมมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต
● ผู้ลงทุนสามารถขอข้อมูลหนังสือชี้ชวนได้ที่สำนักงานของบริษัทจัดการ หรือจาก www.krungsriasset.com หรือตัวแทนสนับสนุนการขาย หรือเจ้าหน้าที่ขายหน่วยลงทุน
ติดตามกองทุนกรุงศรี อัปเดตข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ ได้ที่
#KrungsriAsset #กองทุนกรุงศรี #Weeklymarketview #สรุปภาวะตลาดรายสัปดาห์
โฆษณา