8 ม.ค. เวลา 04:00 • การตลาด

🧱 LEGO - จากบริษัทที่เกือบ "ล้มละลาย" เพราะพยายามทำทุกอย่าง สู่แบรนด์ของเล่นอันดับ 1 ของโลก

เชื่อไหมครับว่า ในปี 2003 LEGO ขาดทุนย่อยยับ มีหนี้สินล้นพ้นตัว และเกือบจะหายไปจากโลกนี้แล้ว? สาเหตุเพราะตอนนั้น LEGO หลงทางครับ พยายามจะทำทุกอย่างที่ไม่ถนัด ทั้งเสื้อผ้า สวนสนุก วิดีโอเกม รายการทีวี จนลืมไปว่าตัวเองคือใคร สินค้าออกมาซับซ้อน ชิ้นส่วนแปลกๆ เต็มไปหมด จนเด็กๆ ต่อแล้วไม่สนุก
แต่แล้ว... ชายที่ชื่อว่า Jørgen Vig Knudstorp เข้ามาเป็น CEO และพลิกฟื้นอาณาจักรนี้ด้วยกลยุทธ์ที่เรียบง่ายที่สุด นั่นคือ "Back to the Brick" (กลับสู่ตัวต่อ)
1. ตัดสิ่งที่ไม่ใช่ออก (Cut the Noise) สิ่งแรกที่ทำคือ "ขายทิ้ง" ครับ ขายสวนสนุก LEGOLAND, ปิดไลน์การผลิตเสื้อผ้า, และลดจำนวนชิ้นส่วนตัวต่อจาก 13,000 แบบ เหลือแค่ 6,500 แบบ การลดความซับซ้อน ทำให้ลดต้นทุนการผลิตและการจัดการสต็อกได้มหาศาล และทำให้บริษัทกลับมาโฟกัสกับสิ่งที่ตัวเองถนัดที่สุด
2. ฟังเสียงแฟนพันธุ์แท้ (Listen to the Community) LEGO เริ่มหันมาฟังเสียงลูกค้ากลุ่ม AFOL (Adult Fans of LEGO) หรือผู้ใหญ่ที่รักเลโก้ พวกเขาสร้างแพลตฟอร์ม LEGO Ideas ให้คนทางบ้านส่งไอเดียแบบต่อเข้ามา อันไหนคนโหวตเยอะ LEGO ผลิตขายจริง! และแบ่งกำไรให้คนออกแบบด้วย กลยุทธ์นี้เปลี่ยนลูกค้าให้กลายเป็น "พาร์ทเนอร์" และได้สินค้าที่การันตีว่าขายได้แน่นอน
3. ต่อยอด Content อย่างฉลาด (Storytelling) แทนที่จะทำเกมเองมั่วซั่ว LEGO หันมาจับมือกับแฟรนไชส์ดังระดับโลกอย่าง Star Wars, Harry Potter และสร้าง The LEGO Movie ที่ประสบความสำเร็จถล่มทลาย หนังไม่ได้แค่ขายตั๋ว แต่มันคือโฆษณาความยาว 90 นาที ที่ทำให้เด็ก (และผู้ใหญ่) ทั่วโลก อยากวิ่งไปซื้อตัวต่อมาเล่นทันทีที่ดูจบ
บทเรียนธุรกิจ ในวันที่ธุรกิจหลงทาง การพยายามทำ "สิ่งใหม่" อาจไม่ใช่คำตอบเสมอไปครับ บางครั้งทางรอดที่ดีที่สุด คือการหันกลับมาดูว่า "Core Value" หรือแก่นแท้ของเราคืออะไร? เราเก่งเรื่องอะไรที่สุด? แล้วตัดสิ่งรุงรังออกไป ให้เหลือแต่สิ่งที่แข็งแกร่งที่สุด... เหมือนที่ LEGO กลับมาเชื่อมั่นใน "อิฐพลาสติกก้อนเล็กๆ" จนกลับมายิ่งใหญ่ได้อีกครั้งครับ
#LEGO #BusinessTurnaround #BrandStrategy #CoreValue #Innovation #CaseStudy #แว่นTalk
โฆษณา