6 ม.ค. เวลา 07:50 • สุขภาพ

เวลาที่เราหวังดีกับใครสักคน

เราก็จะอยากให้ความช่วยเหลือกับเขา
แต่ในหลายๆครั้ง แม้เราจะหวังดีกับเขา
(และเขาก็รับรู้ถึงความหวังดีของเรา)
แต่สุดท้ายแล้ว ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นมันกลับไม่ได้ “สวยงาม”
ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น…กลายเป็นทั้งเรา (ที่เป็นฝ่ายช่วยเหลือ)
และเขา (ที่เป็นฝ่ายรับความช่วยเหลือ) ต่างรู้สึกแย่ด้วยกันทั้งคู่
ยกตัวอย่างเช่น
เราเห็นว่าเพื่อนของเรากำลังทุกข์ใจ
ที่จับได้ว่าแฟนตัวเองนอกใจ (อีกแล้ว)
เราเป็นห่วงเพื่อน
เราหวังดีกับเพื่อน
เราก็เลยเดินเข้าไปหาเพื่อนและ
แนะนำให้เพื่อน “รีบๆเลิกกับมันซะ!”
แต่แทนที่เพื่อนจะเลิกกับแฟนทันที
เพื่อนกลับมีปากเสียงกับเรา ส่งผลให้ในที่สุด
เรากับเพื่อนทะเลาะกันยกใหญ่ซะอย่างงั้น
เป็นต้น
ทำไมมันถึงเป็นแบบนี้ได้?
เวลาที่เราเห็นคนๆหนึ่งกำลังหิวข้าว
และเราเสนอตัวที่จะทำอาหารให้เขาทาน
ถ้าจะให้ดีที่สุด ก่อนที่เราจะลงมือทำอาหาร
เราควรถามเจ้าตัวเขาก่อนว่า เขาอยากทานอะไร
ไม่อย่างนั้น สมมติว่าเราทำกระเพราหมูสับให้คนๆนั้น
แต่เจ้าตัวเป็นชาวมุสลิมที่ไม่ทานเนื้อหมูขึ้นมา
อาหารที่เราลงแรงทำไปให้ (ด้วยความหวังดี) ก็จะ “เสียเปล่า” ได้
และยิ่งถ้าเราพยายาม “ยัดเยียด” กระเพราหมูสับ
เผลอๆ มันอาจจะจุดชนวนให้เราขัดแย้ง
กับคนที่เราอยากจะช่วยเหลืออีกด้วย!
การให้ความช่วยเหลือคนอื่นก็ไม่ต่างกันเลยครับ
การมีความหวังดีต่อเพื่อนมนุษย์มันคือสิ่งที่สวยงามนะครับ
แต่ในหลายๆครั้ง
เพียงแค่ความหวังดีอย่างเดียว
มันไม่เพียงพอจริงๆครับ
ในหลายๆครั้ง
การเข้าใจว่าอีกฝ่ายต้องการอะไรคือ
สิ่งที่ “ขาดไม่ได้” เลยครับ
ฉะนั้น หากเราจะย้อนกลับไปที่ตัวอย่างในข้างต้น
ผมมองว่า…
เราสามารถสื่อสารกับเพื่อนได้ครับว่า
เราเป็นห่วงเพื่อน
เราสามารถสื่อสารกับเพื่อนได้ครับว่า
เราไม่พอใจที่แฟนเพื่อนทำกับเพื่อนแบบนี้
เราสามารถสื่อสารกับเพื่อนได้ครับว่า
เราอยากจะช่วย support เพื่อน
นอกจากนี้ ผมก็อยากจะเชียร์ให้
เราถามเพื่อนต่อไปด้วยครับว่า
ณ ตอนนี้ เพื่อนต้องการอะไร
มีอะไรที่เราพอจะทำเพื่อช่วย
support เพื่อนในขณะนี้ได้บ้าง
ผมมองว่า หากเราทำแบบนี้
มันน่าจะ “สวยงาม” ขึ้นเยอะเลยครับ
โฆษณา