เมื่อวาน เวลา 00:25 • ความคิดเห็น
การที่มีอายุ มากขึ้น ไปเรื่อยๆ เราก็ได้ผ่านเรื่องราวต่างๆ ได้เห็นคนเจ็บ ญาติผู้ใหญ่ค่อยๆจากไป พ่อแม่ เจ็บป่วยจากไป ไปร่วมงานฌาปนกิจ คนนั้นคนนี้ ที่จากไป พอหันมามองตัวเอง เอ..เวลาเราเหลือน้อยไปทุกที .ก็ต้องหันมาเตรียมที่เค้าว่าเสบียง ที่จะเดินทางไกล . เพราะกายใจ นั้นไม่รู้ว่า เค้าจะให้หยุดตอนไหน สิ่งที่น่ากลัว ก่อนที่จิตจพออกจากกาย นั้น มันทุกข์ทรมานมากๆ กว่าจิตจะออกจากกาย ที่ว่า บ้านนั่นเกมือนไฟกำลังไหม้ จิตที่อยู่ภายใน ก็หมดโอ่กาสสื่อสารกับใครไม่ได้แล้ว
พอดีเคยคุยกันพอดี เรื่องนี้ เรื่องราวที่จิตจะออกจากาย ที่ว่าเจ็บป่วยใกล้ตาย .พูดจาดไม่ไดแล้ว ตากรอกไปมา .ท่านบอกว่า ตรงนั้น..หัวเค้าเปลี่ยนแปลงไป มีสภาพ เป็นหัวสัตว์บ้าง ปิดการสื่อสารที่จะพูดต่อไป . เรื่องราวเหล่านี้ ก็ได้เรียนรู้ บางคนก็ยมทูตรับตัวไปเลย ร่างกายก็เหมือนเครื่องยนต์ ยังไม่หมดลม เครื่องก็เดินต่อไปอีก พอเดินทางไปถึงบ่อน้ำ บ่อเป็นบ่อตาย พอลงบ่อตาย ร่างกายในโลกมนุษย์ ก็หมดลมตาย
การที่ได้เรียนรู้ เรื่องเจ็บแล้วตาย มีพระท่านชี้ให้ดู ที่โรงพยาบาล ..ท่านบอกดูเตียงโน้น สีกาฬลงจับตัวดำ ..ไม่เกินสองสามวันตาย .อีกเตียงหนึ่ง อยู่ข้างๆ .จิตออกร่าง ..ก็มากราบพระที่เรานับถือ .เอ..ตอนมีลมหายใจ ทำไมไม่มากราบ .นั่นเราก็สงสัย ..อ้อ..พอเรียนรู้ไป จิตที่ออกจากร่าง เหลือแต่จิตเป็นนามธรรม จิตเห็นจิต เห็นจิตใครมีบุญก็มาขอ บุญกุศล สรุป..เรื่องบุญกุศลเป็นเรื่องสำคัญ .ในการที่ได้ใช้ชีวิต หากไม่สร้างไม่สะสมไว้ ไม่มีบุญกุศลไม่มีเสบียงอาหาร ไปสถานที่ลำบากแน่นอน ทุกข์ทรมานแน่นอน .
บางครั้งไปเห็นคนเจ็บติดเตียง น่าสงสาร ..ขนาดยังไม่ตายยังทุกข์ทรมาน หากว่าตายไปจะทุกข์ทรมานขนาดไหน .เวลาที่เราไปเห็นตนเจ็บติดเตียง เราก็ไม่รู้ว่า เค้าทุกทรมาน ขนาดไหน เพราะมันยังไม่เกิดกับตัวเราที่กายเรา .แล้วเรื่องราวที่ว่า กายมันเจ็บป่วยได้ มันมาเกิดขึ้นที่ตัวเรา จิตเราจะทุกข์ทรมานอย่างเค้ามั่ย
เมื่อปลายปี เค้าไปเยี่ยมญาติกัน เราก็หลบไปนั่งเงียบๆ เพราะเจอคนหมู่มาก ที่เค้าคุยกัย เราเวียนหัว เหมืิสนมีเมฆดำมาลอยรอบหัว ก้อนเมฆดำๆนี้ ก็คืออารมณ์ .มันทั้งแสบทั้งร้อน เราก็นั่งอยู่เฉย ทบทวน พิจารณาก้อนเมฆจะไปยอกใครเค้าก็ไม่ได้ เพราะเค้าไม่รู้จัก รับรู้ไม่ได้ เรื่องราวพิษของอารมณ์กรรมตัวกระทำ .
คราวนี้ ก็มีพี่คนหนึ่ง แกเปึนครู เห็นแก่พูด .เรื่องนั่นเรื่อวนี้ บังเอิญ แก่พูดเรื่องราวที่เจ้าใจอะไรผิด เราก็ยอกแก่ ..เท่านั้นแหละ หน้าตาบิดเบี้ยว .เหมือนมีอะไรแทรกเเข้ามา ..เหมือนบอกว่า อย่ามายุ่ง ..เราก็นั่งเงียบๆจองเราไปจนกลับ นี่พี่เค้าเห็นว่าตัวเองดีแล้ว .สะกิดเตือนไม่ได้เลย
เรื่องราวที่น่ากลัว .ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน อารมณ์ของตัวเองที่แอบอยู่ข้างจิต มันน่ากลัวมากๆ หากรู้ไม่เท่าทัน ทั้งเรื่องราวความยึดถือต่างๆ ที่ว่าตาเห็นรูปหูได้ยินเสียง มีพอใจไม่พอใจ อารมณ์นึกคิดนั้นก็ไหลมา .มันไม่ได้ไปไหน มันเป็นตัวกรรมทับถมในกายในจิตของเราเอง .ขนเอาออกไปไหรไม่ได้เลย นี่หากเราปฏิเสธพระ ที่ท่านบอกว่ามาเรียนรู้ เรื่องกายอารมณ์จิต ซเรียนแล้วจะสนุก .เราคงไหลไปตามอารมณ์ของคนที่ห้อมล้อมตัวเรา .
ชีวิตทั้งชีวิต .มีแต่สะสมกรรม .พอไม่มีกาย นั้น. มันทุกข์ทรมาน .อย่างที่เขียนมา .คงไม่มีใครสนใจเรื่องราวเหล่านี้ ว่าวันหนึ่งกายนี้ต้องหมดลม . กายนี้ก็เป็นขี้เถ้า
โฆษณา