7 ม.ค. เวลา 01:05 • ความคิดเห็น

🔴กฎหมายคุ้มครองการล่วงละเมิด: เรื่องที่ทุกคนควรรู้🔴

หลายคนยังคิดว่า
การล่วงละเมิดทางเพศเป็น “เรื่องส่วนตัว”
หรือเป็นเรื่องที่เกิดเฉพาะกับบางคน บางสถานที่
แต่ความจริงคือ
การล่วงละเมิดเกิดขึ้นซ้ำ
ทั้งในสังคมที่พบปะกันจริง
และในสังคมที่สื่อสารกันโดยไม่ต้องเจอกัน
ผู้เสียหายจำนวนมากเลือก “เงียบ”
ไม่ใช่เพราะไม่เจ็บ
แต่เพราะกลัวเสียโอกาส
กลัวถูกตีตรา
หรือถูกมองว่าเป็นปัญหา
ในหลายบริบท
คำว่า “ล้อเล่น”
“สนิทกัน”
หรือ “เป็นวัฒนธรรมของที่นี่”
กลับถูกใช้เพื่อทำให้การละเมิดศักดิ์ศรี
ดูเป็นเรื่องเล็ก ทั้งที่ไม่เล็กเลย
กฎหมายจึงถูกสร้างขึ้น
ไม่ใช่เพื่อทำให้ใครกลัว
แต่เพื่อยืนยันว่า
ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของทุกเพศ
สำคัญกว่าความสัมพันธ์ ลำดับชั้น
หรือความคุ้นเคยใด ๆ
การล่วงละเมิด
ไม่ได้หมายถึงแค่การแตะต้องร่างกาย
แต่รวมถึง
คำพูด สายตา ท่าทาง ข้อความ
หรือมุกล้อเลียน
ที่ทำให้ผู้อื่นรู้สึก
อับอาย อึดอัด ถูกกดดัน
หรือไม่ปลอดภัย
สิ่งสำคัญคือ
กฎหมาย วัดที่ผลกระทบ
ไม่ใช่ที่เจตนาของผู้กระทำ
หากผู้ถูกกระทำรู้สึกไม่ปลอดภัย
แม้ผู้กระทำจะบอกว่า
“ไม่ได้ตั้งใจ”
ก็ยังถือว่าเข้าข่ายการล่วงละเมิดได้
และกฎหมายไม่รับฟังข้ออ้าง เช่น
– แค่ล้อเล่น
– เขาไม่พูดอะไร
– เป็นผู้ใหญ่กว่า หรือมีอำนาจกว่า
– ทำกันมานาน
– สนิดกันเอง
เพราะ ความคุ้นเคย ≠ ความยินยอม
การล่วงละเมิดอาจเกิดขึ้นได้
ในที่ทำงาน สถาบัน พื้นที่สาธารณะ
รวมถึงการสื่อสารผ่าน
LINE, Email, Social Media หรือแชตส่วนตัว
กับใครก็ตาม—เพื่อนร่วมงาน ลูกค้า
คนรู้จัก คนสนิท หรือแม้แต่คนในครอบครัว
ในทางกฎหมาย
การล่วงละเมิดไม่ใช่เรื่องเล็ก
อาจมีโทษทั้ง
ทางอาญา ทางวินัยในองค์กร
และการชดใช้ค่าเสียหายทางแพ่ง
องค์กรเองก็มีความรับผิดชอบ
ต้องมีนโยบายป้องกัน
ช่องทางร้องเรียนที่ปลอดภัย
และการคุ้มครองผู้แจ้ง
เพราะการเพิกเฉย
อาจกลายเป็นความผิดร่วมได้
ท้ายที่สุด
กฎหมายคุ้มครองการล่วงละเมิด
ไม่ได้มีไว้เพื่อข่มขู่ใคร
แต่มีไว้เพื่อให้
ทุกคนอยู่ร่วมกันอย่างปลอดภัย
ความเงียบ ไม่ใช่ความยินยอม
และศักดิ์ศรี เป็นของทุกเพศ
โฆษณา