Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
ณัฐมาคุย
ยืนยันแล้ว
•
ติดตาม
7 ม.ค. เวลา 03:43 • ข่าวรอบโลก
เวเนซุเอลา
สำหรับคนไทย มีคนจำนวนมากด่าว่าทรัมป์ไม่ควรทำเยี่ยงนี้ แต่สำหรับชาวเวเนซุเอลาหลายคน โดยเฉพาะคนที่หนีออกมา เขาตั้งหน้าตั้งตารอวันที่จะได้กลับไปกันแล้ว
หากมองดูแผนที่โลก เวเนซุเอลาคือดินแดนที่พระเจ้าประทานพรมาให้อย่างลำเอียงที่สุด ประเทศนี้ตั้งอยู่บน "บ่อเงินบ่อทอง" ของจริง ด้วยปริมาณน้ำมันดิบสำรองที่มากที่สุดในโลก มากกว่าซาอุดีอาระเบียเสียอีก
แต่ทำไม... ประเทศที่ควรจะรวยระดับดูไบ ถึงกลายเป็นดินแดนที่คนต้องคุ้ยขยะกิน เงินสดมีค่าน้อยกว่ากระดาษทิชชู และกลายเป็น "บทเรียนสยองขวัญ" ที่คนไทยต้องดูไว้เป็นเครื่องเตือนใจ ที่วรรณสิงห์ยังเก็บมาเล่าให้ฟัง เพราะกลัวว่าวันหนึ่งไทยจะเป็นเช่นนั้น
เรื่องราวนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะโชคร้าย แต่มันคือ "อุบัติเหตุแบบสโลว์โมชั่น" ที่เกิดจากการฆ่าตัวตายทางเศรษฐกิจ และเกมการเมืองระดับโลกที่ซับซ้อนกว่าแค่คำว่า "น้ำมัน"
ย้อนกลับไปยุค 1950-70 เวเนซุเอลาคือ "ซาอุฯ แห่งตะวันตก" ร่ำรวยมหาศาล แต่ความหายนะเริ่มก่อตัวเมื่อประเทศติดกับดัก "Dutch Disease" คือรวยแค่น้ำมันจนอุตสาหกรรมอื่นตายสนิท ต้องนำเข้าทุกอย่างตั้งแต่ไม้จิ้มฟันยันเรือรบ
จุดเปลี่ยนสำคัญคือยุคของ ฮูโก ชาเวซ และต่อด้วย นิโคลัส มาดูโร ทั้งคู่ใช้นโยบายประชานิยมสุดโต่ง แต่แทนที่จะบริหารจัดการแบบนอร์เวย์ (ที่เก็บออมเงินน้ำมัน) พวกเขากลับทำลายโครงสร้างพื้นฐานของตัวเอง เหมือนยิงปืนใส่เท้าตัวเอง
ในเวลานั้น บริษัทน้ำมันแห่งชาติ (PDVSA) เป็นบริษัทที่รวยมากๆ ส่งออกน้ำมันมูลค่ามหาศาล แต่แล้ววิศวกรเก่งๆ ก็ถูกไล่ออกแล้วเอาพรรคพวกการเมืองมาเสียบแทน ผลคือผลิตน้ำมันได้น้อยลงเรื่อยๆ
รัฐไล่ยึดที่ดินฟาร์ม โรงงานผลิตอาหาร บริษัทไฟฟ้า ไปเป็นของรัฐ แต่บริหารไม่เป็น จากที่เคยผลิตอาหารได้เอง ก็เจ๊งหมด ต้องนำเข้าอาหารเกือบ 100%
แถมรัฐยังสั่งให้ขายของถูกกว่าทุน (เพื่อช่วยคนจน) ร้านค้า และโรงงานอยู่ไม่ได้ก็ปิดตัว ทำให้ของขาดตลาด
และเมื่อราคาน้ำมันโลกตกต่ำอย่างหนักในปี 2014 แทนที่จะรัดเข็มขัด รัฐบาลเลือกพิมพ์เงินเพิ่มจนเกิดภาวะเงินเฟ้อระดับล้านเปอร์เซ็นต์ (Hyperinflation) และมีการขาดแคลนอาหารและเงินเฟ้อหนักเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2014-2016
ผมได้ยินเรื่องราวนี้มาตั้งแต่ยังเด็ก จนวันนี้ เวเนซุเอลาก็ยังติดลูปเดิม ชาวบ้านก็ยังรอทางออก
เลวร้ายสุดคือ หลังจากที่มีการเลือกตั้งที่ไม่โปร่งใสของมาดูโร สหรัฐอเมริกาก็ไดเคว่ำบาตรเวเนซุเอลาในปี 2017 และ 2019 ทำให้สถานการณ์เศรษฐกิจในประเทศยิ่งแย่ลงไปอีก
หากใครดูรายการของวรรณสิงห์ เราจะเห็นว่าในเมืองหลวงคารากัส ความเหลื่อมล้ำถูกขีดเส้นแบ่งอย่างชัดเจน ด้านหนึ่งคือตึกหรูและโชว์รูมรถสปอร์ต (ที่รับเงินดอลลาร์) แต่อีกด้านของถนนคือ Petare (เปตาเร) สลัมที่ใหญ่ที่สุดและอันตรายที่สุด และพอรัฐบาลดูแลไม่ได้ "แก๊งอาชญากรรม" จึงเข้ามาทำหน้าที่แทน แจกอาหาร ดูแลชุมชน แลกกับอำนาจ
ประชาชนต้องอยู่ท่ามกลางความกลัว ฝั่งหนึ่งคือแก๊ง อีกฝั่งคือตำรวจวิสามัญฯ ที่พร้อมจะยิงทิ้งโดยไม่ถามไถ่
สิงห์ วรรณสิงห์ สรุปไว้อย่างน่าคิดว่า “มองเวเนซุเอลา ก็เหมือนมองประเทศไทยในอนาคต หากเราไม่ทำอะไรสักอย่าง” การเมืองที่แบ่งฝักฝ่ายและการบริหารที่ไร้ประสิทธิภาพ สามารถลากประเทศที่รวยทรัพยากรลงเหวได้จริงๆ
สำหรับคนที่คิดว่า สหรัฐอเมริกาเข้ามาปล้นเวเนซุเอลา ซึ่งคงจะมีส่วนจริง แต่ชาวเวเนซุเอลาหลายคนกลับคิดว่า รัฐบาลมาดูโรน่าจะปล้นชาวบ้านไปไม่แพ้กัน และหวังว่า การเข้ามาของสหรัฐอเมริกาจะเข้ามาหยุดเลือด และทำให้สถานการณ์ความเป็นอยู่ของประชากรดีขึ้นในที่สุด
2 บันทึก
5
1
2
2
5
1
2
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย